ComSiam Service
วิธีทดสอบ ARS ตู้ Panasonic KX-TES824 ก่อนเปิดใช้งานจริง ให้ตรวจโปรแกรม ARS Selection [350], เลขนำหน้าสำหรับเลือกเส้นทาง [351–354], หมายเลขยกเว้น [355–358], การเพิ่มหรือลบตัวเลข [360–361] และกลุ่มสายนอก [364] จากนั้นทดลองโทรไปยังหมายเลขทดสอบที่ได้รับอนุญาต พร้อมตรวจว่า PBX เลือก CO Line และส่งหมายเลขออกไปถูกต้องหรือไม่
การทดสอบ ARS ไม่ควรตรวจเพียงว่าโทรออกติด เพราะบางครั้งระบบอาจโทรออกสำเร็จ แต่เลือกผู้ให้บริการผิด ใช้ CO Line ผิดกลุ่ม หรือเพิ่มรหัส Carrier โดยไม่จำเป็น ซึ่งอาจทำให้ค่าโทรศัพท์สูงขึ้นหรือเกิดปัญหากับหมายเลขบางประเภทในภายหลัง
ตัวอย่างเช่น สำนักงานกำหนด Route 1 ให้ใช้ CO Line Group 1 และ Route 2 ให้ใช้ Group 2 เมื่อพนักงานโทรออกผ่าน Automatic Line Access ระบบต้องตรวจเลขนำหน้าและเลือกกลุ่มสายนอกให้ตรงกับ Routing Plan ที่ตั้งไว้
หากการโทรไปยังหมายเลขที่เข้า Route 2 กลับเลือก CO Line ของ Group 1 ต้องตรวจทั้ง Routing Plan, โปรแกรม 364 และการจัดกลุ่มสายนอกโปรแกรม 404 ก่อนเปิดใช้งานกับพนักงานทั้งหมด
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีทดสอบ ARS ของ Panasonic KX-TES824 แบบทีละขั้นตอน พร้อมตาราง Test Case สำหรับ Route 1–4 การตรวจหมายเลขยกเว้น การตรวจ Added Number และ Removed Digits การทดสอบสิทธิ์ของ Extension และวิธีย้อนกลับเมื่อพบปัญหา โดยมุ่งให้ระบบเลือกเส้นทางโทรออกได้ตรงกับที่ออกแบบไว้
① วิธีทดสอบ ARS KX-TES824 แบบรวดเร็ว
หากตั้ง ARS ไว้แล้วและต้องการตรวจสอบก่อนใช้งานจริง ให้ดำเนินการตามลำดับนี้
① สำรองค่าโปรแกรมปัจจุบันของ KX-TES824
② บันทึกว่าตู้ใช้ CO Line หมายเลขใดบ้าง
③ ตรวจ CO Line Group จากโปรแกรม 404
④ ตรวจว่า ARS Selection โปรแกรม 350 เปิดหรือปิดอยู่ที่ CO Line ใด
⑤ ตรวจ Route Selection Code โปรแกรม 351–354
⑥ ตรวจ Exception Code โปรแกรม 355–358
⑦ ตรวจ First Carrier Selection Code โปรแกรม 359
⑧ ตรวจ Removed Digits โปรแกรม 360
⑨ ตรวจ Added Number โปรแกรม 361
⑩ ตรวจ ARS Inter-digit Time โปรแกรม 363
⑪ ตรวจ ARS CO Line Group โปรแกรม 364
⑫ ตรวจสิทธิ์ของ Extension ที่จะใช้ทดสอบ
⑬ จัดทำหมายเลขทดสอบที่ตรงกับ Route แต่ละชุด
⑭ จัดทำหมายเลขทดสอบที่ต้องถูกยกเว้น
⑮ ทดสอบผ่าน Automatic Line Access ตาม Numbering Plan ของตู้
⑯ ตรวจ CO Line ที่ถูกเลือกจริง
⑰ ตรวจหมายเลขที่ถูกส่งไปยัง Gateway หรือผู้ให้บริการ
⑱ เปรียบเทียบผลกับ Routing Plan
⑲ หากพบความผิดปกติ ให้แก้เฉพาะโปรแกรมที่เป็นสาเหตุ
⑳ ทดสอบซ้ำและบันทึกผลทั้งหมด
หลักการสำคัญ: อย่าตัดสินว่า ARS ทำงานถูกต้องเพียงเพราะโทรออกติด ต้องตรวจ Route, CO Line Group และหมายเลขที่ส่งออกด้วย
② ARS คืออะไร และทำไมต้องทดสอบก่อนใช้งาน?
ARS ย่อมาจาก Automatic Route Selection เป็นฟังก์ชันที่ช่วยเลือกเส้นทางโทรออกตามกฎที่กำหนดในระบบ PBX
สำหรับ KX-TES824 ผู้ดูแลสามารถกำหนดให้หมายเลขที่มีเลขนำหน้าต่างกันใช้ Routing Plan ต่างกัน และเชื่อมโยงแต่ละแผนกับกลุ่มสายนอกที่ต้องการได้
ตัวอย่าง
สำนักงานมีผู้ให้บริการโทรศัพท์สองราย
- ผู้ให้บริการ A ต่อผ่าน CO 1 และ CO 2
- ผู้ให้บริการ B ต่อผ่าน CO 3
ต้องการให้หมายเลขกลุ่มหนึ่งใช้ A และอีกกลุ่มหนึ่งใช้ B
ARS จะตรวจเลขนำหน้าของหมายเลขที่โทรออก แล้วทำงานตามแผนที่ตั้งไว้
ทำไมต้องทดสอบ?
① ป้องกันการเลือกผู้ให้บริการผิด
② ป้องกันหมายเลขถูกเพิ่มหรือลบผิด
③ ตรวจความถูกต้องของ CO Line Group
④ ตรวจความสามารถในการโทรแต่ละประเภท
⑤ ตรวจสิทธิ์ของ Extension
⑥ ตรวจหมายเลขที่ต้องยกเว้นจาก ARS
⑦ ลดความเสี่ยงที่การเปลี่ยนโปรแกรมจะกระทบทั้งสำนักงาน
⑧ ตรวจความเข้ากันได้กับ Voice Gateway
⑨ ตรวจความพร้อมของคู่สายก่อนเปิดใช้
⑩ เตรียมข้อมูลสำหรับแก้ไขหากเกิดปัญหา
③ ต้องทดสอบอะไรบ้างจึงจะถือว่า ARS พร้อมใช้งาน?
การทดสอบ ARS ควรแบ่งเป็นหลายส่วน ไม่ใช่ทดสอบเฉพาะการโทรออก
| ส่วนที่ทดสอบ | สิ่งที่ต้องยืนยัน |
|---|---|
| ARS Selection | เปิดใช้งานเฉพาะ CO ที่ต้องการ |
| Leading Number | เลือก Route ตรงกับหมายเลข |
| Exception Code | หมายเลขยกเว้นไม่เข้า Route ที่ห้าม |
| Removed Digits | ลบจำนวนหลักถูกต้อง |
| Added Number | เพิ่มรหัส Carrier ถูกต้อง |
| CO Line Group | ใช้กลุ่มสายนอกที่กำหนด |
| Extension Permission | เคารพสิทธิ์โทรออก |
| Inter-digit Time | รอการกดเลขได้เหมาะสม |
| Voice Gateway | รับหมายเลขที่ส่งออกได้ |
| การย้อนกลับ | คืนค่าระบบได้หากมีปัญหา |
เกณฑ์ผ่าน
ถือว่าการทดสอบรายการหนึ่งผ่านเมื่อระบบทำงานตรงตามผลที่คาดหวัง ไม่ใช่เพียงไม่มีเสียง Error
ตัวอย่างเช่น หากกำหนด Route 2 ให้ใช้ Group 2 แต่ระบบโทรติดผ่าน Group 1 ต้องถือว่าไม่ผ่าน แม้สนทนากับปลายทางได้ตามปกติ
④ ก่อนทดสอบต้อง Backup โปรแกรมอะไรบ้าง?
การแก้ ARS อาจส่งผลกับการโทรออกทั้งสำนักงาน จึงควรเก็บข้อมูลเดิมก่อนเริ่มงาน
รายการที่ควรสำรอง
① ไฟล์ตั้งค่าปัจจุบันจาก KX-TE Maintenance Console
② ค่า ARS Selection [350]
③ ค่า Route Selection [351–354]
④ ค่า Route Exception [355–358]
⑤ First Carrier Selection Code [359]
⑥ Removed Digits [360]
⑦ Added Number [361]
⑧ ARS Dial Tone [362]
⑨ ARS Inter-digit Time [363]
⑩ ARS CO Line Group [364]
⑪ CO Line Group Number [404]
⑫ สิทธิ์เลือก CO Line [405–407]
⑬ Automatic Line Access ที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างชื่อไฟล์สำรอง
kx-tes824-before-ars-test
คำแนะนำ
ควรมีทั้งไฟล์ Backup และตารางค่าที่อ่านได้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบโปรแกรมเฉพาะรายการได้อย่างรวดเร็วหากจำเป็นต้องย้อนกลับ
ไม่ควรพึ่งการจดจำค่าเดิม
⑤ ตรวจโปรแกรม 350 ARS Selection ก่อนทดสอบ
โปรแกรม 350 ใช้กำหนดว่า ARS เปิดใช้งานสำหรับ CO Line ใดบ้าง
ตัวเลือก
- Enable
- Disable
ตัวอย่าง
| CO Line | ARS Selection |
|---|---|
| CO 1 | Enable |
| CO 2 | Enable |
| CO 3 | Enable |
| CO 4 | Disable |
วิธีตรวจ
① เข้า System Programming
② กด 350
③ กด NEXT
④ เลือก CO Line ที่ต้องการ
⑤ อ่านค่า Enable หรือ Disable
⑥ บันทึกผล
⑦ ตรวจจนครบทุก CO Line ที่เกี่ยวข้อง
ข้อสำคัญ
หาก ARS ถูก Disable ใน CO Line ที่ใช้ทดสอบ อาจไม่เกิดการเลือกเส้นทางตามที่วางแผนไว้
แต่ไม่ควรเปิด Enable ทุกเส้นทันที เพราะต้องตรวจว่าระบบพร้อมใช้งานและ Routing Plan ครบถ้วนก่อน
⑥ วิธีเข้า System Programming ผ่าน KX-T7730
สำหรับผู้ดูแลที่ต้องอ่านหรือแก้โปรแกรม สามารถใช้ Panasonic KX-T7730 ที่เชื่อมต่อกับ Extension Jack 01 ตามข้อกำหนดของระบบ
ขั้นตอน
① วางหูโทรศัพท์
② กด PROGRAM
③ กด *
④ กด #
⑤ ป้อน System Password ปัจจุบัน
⑥ รอเข้าสู่ System Programming
⑦ กดรหัสโปรแกรม เช่น 350
⑧ กด NEXT หรือ SP-PHONE
⑨ อ่านหรือแก้ค่าตามสิทธิ์
⑩ หากมีการเปลี่ยนค่า ให้กด AUTO DIAL/STORE
⑪ อ่านค่ากลับเพื่อยืนยัน
⑫ ออกจากโปรแกรม
ข้อควรระวัง
ไม่ควรแก้ไข Routing Plan หลายรายการพร้อมกันโดยไม่มีบันทึก เพราะจะทำให้ยากต่อการระบุสาเหตุเมื่อการโทรผิดปกติ
⑦ วิธีตรวจ Route 1–4 Selection Code
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
| โปรแกรม | Route |
|---|---|
| 351 | Route 1 |
| 352 | Route 2 |
| 353 | Route 3 |
| 354 | Route 4 |
แต่ละ Route รองรับรายการ Leading Number ตามจำนวนและความยาวที่คู่มือกำหนด
ขั้นตอนตรวจ
① เปิดโปรแกรมของ Route ที่ต้องการ
② เลือก Code Number
③ อ่าน Leading Number
④ บันทึกข้อมูล
⑤ ตรวจรายการอื่นใน Route เดียวกัน
⑥ เปรียบเทียบกับ Routing Plan
ตัวอย่างข้อมูลสมมุติ
| Route | Leading Number |
|---|---|
| Route 1 | 41 |
| Route 2 | 62 |
| Route 3 | 73 |
| Route 4 | 84 |
ตัวเลขข้างต้นใช้สำหรับอธิบายการสร้าง Test Case เท่านั้น ไม่ใช่รหัสสำหรับกำหนดในระบบโทรศัพท์จริง
ข้อสำคัญ
หากเลขนำหน้าทับซ้อนกัน ต้องตรวจลำดับและเงื่อนไขการจับคู่ตามคู่มือ ARS
ไม่ควรสรุปจากความยาวของเลขนำหน้าเพียงอย่างเดียว
⑧ วิธีสร้าง Test Case สำหรับ Route 1–4
ก่อนโทรทดสอบ ให้จัดทำตารางแยกผลที่คาดหวัง
ตัวอย่างแผนทดสอบ
| Test Case | ประเภทหมายเลข | Route ที่ต้องการ | CO Group |
|---|---|---|---|
| TC-01 | ตรง Leading Number Route 1 | Route 1 | Group 1 |
| TC-02 | ตรง Leading Number Route 2 | Route 2 | Group 2 |
| TC-03 | ตรง Leading Number Route 3 | Route 3 | Group 1 |
| TC-04 | ตรง Leading Number Route 4 | Route 4 | Group 2 |
| TC-05 | ตรง Exception Code | เส้นทางตามเงื่อนไขยกเว้น | ตรวจแยก |
| TC-06 | ไม่ตรง Route ใด | ตามพฤติกรรมพื้นฐานของระบบ | ตรวจแยก |
วิธีใช้งาน
เลือกหมายเลขปลายทางจริงที่ได้รับอนุญาตและตรงกับเงื่อนไขของ Test Case
จากนั้นบันทึกผลการเลือก CO Line และหมายเลขที่ส่งออก
ข้อควรระวัง
ไม่ควรโทรไปยังหมายเลขสุ่มหรือหมายเลขฉุกเฉินเพื่อทดสอบ ARS
ให้ใช้หมายเลขขององค์กร หมายเลขทดสอบจากผู้ให้บริการ หรือปลายทางที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
⑨ วิธีทดสอบ Route 1
สมมุติ Route 1 ถูกกำหนดให้ใช้ CO Line Group 1
ขั้นตอน
① ตรวจว่า Group 1 มี CO Line ใดบ้าง
② ตรวจ Leading Number ของ Route 1
③ ตรวจว่า Extension ทดสอบได้รับสิทธิ์
④ ใช้ Automatic Line Access ตาม Numbering Plan
⑤ กดหมายเลขทดสอบที่ตรง Route 1
⑥ ตรวจว่าการโทรออกสำเร็จ
⑦ ตรวจ CO Line ที่ระบบเลือกจริง
⑧ เปรียบเทียบกับสมาชิก Group 1
⑨ ตรวจ Added Number และ Removed Digits ที่เกี่ยวข้อง
⑩ บันทึกผล
ผลที่คาดหวัง
ระบบเลือก CO Line จาก Group 1 และส่งหมายเลขออกตาม Routing Plan 1
หากโทรติดแต่เลือก CO จาก Group 2 ให้ถือว่าการทดสอบไม่ผ่าน
⑩ วิธีทดสอบ Route 2
สมมุติ Route 2 ถูกกำหนดให้ใช้ Group 2
ขั้นตอน
① ตรวจ Leading Number ของ Route 2
② ตรวจ Exception Code
③ ตรวจโปรแกรม 364 ของ Route 2
④ ตรวจสมาชิก Group 2 ในโปรแกรม 404
⑤ ใช้ Extension ที่ได้รับสิทธิ์
⑥ โทรไปยังหมายเลขทดสอบที่ตรง Route 2
⑦ ตรวจ CO Line ที่ถูกเลือก
⑧ ตรวจหมายเลขที่ส่งออก
⑨ ตรวจการเชื่อมต่อปลายทาง
⑩ บันทึกผล
ตัวอย่าง
Group 2 มี CO 3 และ CO 4
เมื่อทดสอบ Route 2 ระบบควรเลือกสายนอกที่เหมาะสมภายใน Group 2 ตามเงื่อนไข
หากเลือก CO 1 ให้ตรวจการกำหนด Route Group และการจัดกลุ่ม CO Line
⑪ วิธีทดสอบ Route 3 และ Route 4
Route 3 และ Route 4 ใช้หลักการเดียวกับสอง Route แรก แต่ต้องตรวจการตั้งค่าเฉพาะของแต่ละเส้นทาง
Route 3
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- 353 — Selection Code
- 357 — Exception Code
- 360 — Removed Digits
- 361 — Added Number
- 364 — CO Line Group
Route 4
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- 354 — Selection Code
- 358 — Exception Code
- 360 — Removed Digits
- 361 — Added Number
- 364 — CO Line Group
ขั้นตอนทดสอบ
① เลือกหมายเลขที่ตรงกับ Route
② ตรวจว่าไม่เข้ารายการ Exception
③ โทรผ่าน Automatic Line Access
④ ตรวจ CO Line Group
⑤ ตรวจหมายเลขที่ส่งออก
⑥ ตรวจการเชื่อมต่อ
⑦ บันทึกผล
ข้อสำคัญ
ไม่จำเป็นต้องสร้าง Route 3 หรือ Route 4 หากสำนักงานไม่ได้ใช้
แต่หากมีข้อมูลเดิมอยู่ในระบบ ต้องตรวจว่าจะมีผลต่อหมายเลขที่ผู้ใช้กดหรือไม่
⑫ วิธีตรวจว่า ARS เลือก CO Line Group ถูกต้อง
ต้องตรวจสองโปรแกรมร่วมกัน
โปรแกรม 404
ใช้กำหนด CO Line Group Number ของสายนอกแต่ละเส้น
โปรแกรม 364
ใช้กำหนดกลุ่มสายนอกให้กับ Routing Plan
ตัวอย่าง
| CO Line | Group |
|---|---|
| CO 1 | 1 |
| CO 2 | 1 |
| CO 3 | 2 |
| CO 4 | 2 |
| Routing Plan | CO Group |
|---|---|
| Route 1 | Group 1 |
| Route 2 | Group 2 |
วิธีตรวจ
① อ่าน Group Number ของ CO 1–4
② อ่าน CO Line Group ของ Route 1 และ 2
③ เปรียบเทียบกับเอกสารออกแบบ
④ โทรทดสอบตาม Route
⑤ ตรวจ CO ที่ถูกยึดใช้งานจริง
ข้อควรจำ
หากโปรแกรม 364 ถูกต้อง แต่ CO 3 ถูกจัดอยู่ Group 1 ผิด ระบบก็อาจเลือก CO 3 ใน Route 1 ได้
จึงต้องตรวจทั้งสองโปรแกรมเสมอ
⑬ วิธีดูว่า ARS เลือก CO Line หมายเลขใดจริง
มีหลายวิธีในการตรวจ แต่แต่ละวิธีให้ข้อมูลต่างกัน
วิธีที่ 1 ตรวจปุ่ม S-CO
ใช้โทรศัพท์ระบบ KX-T7730 ที่กำหนดปุ่ม Single-CO ตรงกับ CO Line จริง
ขณะโทร ให้ตรวจว่า S-CO หมายเลขใดแสดงสถานะใช้งาน
วิธีที่ 2 ตรวจ SMDR
หากตู้เปิด Station Message Detail Recording สามารถตรวจรายการโทรย้อนหลังและคอลัมน์ CO ได้
วิธีที่ 3 ตรวจ Voice Gateway
หากแต่ละ CO ต่อเข้ากับพอร์ต Gateway ที่แยกกัน และอุปกรณ์มีระบบบันทึกการโทร อาจใช้ข้อมูลพอร์ตหรือบัญชีที่ถูกเลือกช่วยยืนยัน
วิธีที่ 4 ตรวจผังการเดินสาย
ใช้ผัง CO Line เปรียบเทียบกับพอร์ต Gateway หรือผู้ให้บริการ
ข้อควรระวัง
หมายเลข Caller ID ที่ปลายทางเห็นไม่ได้ยืนยันหมายเลข CO Line ของ PBX เสมอไป เพราะผู้ให้บริการอาจกำหนดให้หลายพอร์ตใช้หมายเลขแสดงออกเดียวกัน
⑭ วิธีทดสอบ Removed Digits โปรแกรม 360
โปรแกรม 360 ใช้กำหนดจำนวนตัวเลขที่ต้องลบออกก่อนส่งหมายเลขใน Routing Plan
ตัวอย่างเชิงแนวคิด
หมายเลขที่ผู้ใช้กด:
AB123456
หากตั้งให้ลบตัวเลขนำหน้าสองหลัก จะเหลือ:
123456
ตัวอักษร A และ B ในตัวอย่างหมายถึงตำแหน่งของตัวเลข ไม่ใช่ตัวอักษรที่ให้ป้อนจริง
วิธีทดสอบ
① อ่านค่า Removed Digits ของ Route ที่กำหนด
② บันทึกหมายเลขต้นฉบับที่ใช้ทดสอบ
③ คำนวณหมายเลขที่ควรถูกส่งออก
④ โทรผ่าน ARS
⑤ ตรวจหมายเลขที่ Gateway หรืออุปกรณ์ต้นทางได้รับ หากมีข้อมูลตรวจสอบได้
⑥ เปรียบเทียบกับค่าที่คาดหวัง
ข้อควรระวัง
การโทรติดเพียงอย่างเดียวไม่ยืนยันว่าลบตัวเลขถูกต้อง หากผู้ให้บริการมี Dial Plan ที่ช่วยแปลงหมายเลขอีกชั้นหนึ่ง
ควรตรวจข้อมูลของ Gateway หรือระบบต้นทางเมื่อจำเป็น
⑮ วิธีทดสอบ Added Number โปรแกรม 361
โปรแกรม 361 ใช้เพิ่มหมายเลขหรือรหัสที่กำหนดก่อนส่งออกผ่าน Route
ตัวอย่าง
ระบบกำหนดให้ Route 2 เพิ่ม Carrier Access Code
ผู้ใช้กดหมายเลขปลายทางตามปกติ
PBX ต้องเพิ่มรหัสที่กำหนดให้ตรงตามแผนก่อนส่งออก
ขั้นตอนทดสอบ
① อ่านค่า Added Number ของ Route 2
② ตรวจว่ารหัสดังกล่าวเป็นรหัสจริงของผู้ให้บริการ
③ คำนวณหมายเลขที่ควรส่งออก
④ โทรไปยังหมายเลขทดสอบ
⑤ ตรวจหมายเลขที่ Gateway รับหรือส่งต่อ
⑥ ตรวจการเชื่อมต่อ
⑦ บันทึกผล
หากพบรหัสซ้ำ
อาจเกิดจาก PBX เพิ่ม Carrier Code แล้ว Gateway เพิ่มอีกครั้ง
ต้องตรวจทั้งสองฝั่ง ไม่ควรเปลี่ยนโปรแกรม 361 ทันทีโดยยังไม่ทราบว่ารหัสซ้ำเกิดขึ้นที่ส่วนใด
⑯ วิธีทดสอบ Exception Code โปรแกรม 355–358
Exception Code ใช้กำหนดเลขนำหน้าที่ต้องข้าม Routing Plan ที่เกี่ยวข้อง
โปรแกรม
| โปรแกรม | Route |
|---|---|
| 355 | Route 1 |
| 356 | Route 2 |
| 357 | Route 3 |
| 358 | Route 4 |
วิธีทดสอบ
① เลือก Route ที่ต้องการตรวจ
② อ่าน Exception Code
③ กำหนดหมายเลขทดสอบที่ตรงกับรายการยกเว้น
④ ตรวจเส้นทางที่ควรใช้งานเมื่อถูกยกเว้น
⑤ โทรทดสอบผ่าน Automatic Line Access
⑥ ตรวจ CO Line และหมายเลขที่ส่งออก
⑦ บันทึกผล
ข้อสำคัญ
หมายเลขที่ถูกยกเว้นจาก ARS ไม่ได้ถูกห้ามโทรออกโดยอัตโนมัติ
การยกเว้นอาจทำให้ระบบใช้เส้นทาง Default Carrier ตามเงื่อนไขของคู่สาย
ดังนั้นต้องตรวจด้วยว่าหมายเลขยกเว้นยังสามารถโทรผ่านเส้นทางที่เหมาะสมได้
⑰ วิธีทดสอบหมายเลขที่ไม่ตรง Route ใดเลย
การทดสอบนี้ช่วยยืนยันพฤติกรรมของระบบเมื่อตัวเลขไม่เข้า Routing Plan ที่กำหนด
ตัวอย่าง
มี Route 1 และ Route 2 สำหรับหมายเลขบางประเภท
แต่ผู้ใช้โทรไปยังหมายเลขที่ไม่ขึ้นต้นตามเงื่อนไขของทั้งสอง Route
สิ่งที่ต้องตรวจ
① ระบบส่งหมายเลขตามปกติหรือไม่
② มีการเพิ่มรหัส Carrier โดยไม่ต้องการหรือไม่
③ ระบบใช้ Default Carrier อย่างไร
④ มีข้อจำกัด TRS หรือไม่
⑤ CO Line ที่ใช้ถูกต้องหรือไม่
เกณฑ์ผ่าน
พฤติกรรมต้องตรงกับข้อกำหนดของ Numbering Plan และการออกแบบระบบ ไม่ใช่ต้องเข้า Route 1 หรือ Route 2 เสมอไป
⑱ วิธีทดสอบ ARS กับสิทธิ์ Extension
แม้ตั้ง ARS ถูกต้องแล้ว ผู้ใช้แต่ละ Extension อาจมีสิทธิ์ใช้ CO Line แตกต่างกัน
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
- 405 — Day
- 406 — Night
- 407 — Lunch
ตัวอย่าง
Route 2 ใช้ Group 2
Group 2 มี CO 3
Extension 105 มีสิทธิ์ใช้ CO 3 แต่ Extension 103 ไม่มี
วิธีทดสอบ
① ใช้ Extension 105 โทรหมายเลขที่เข้า Route 2
② ตรวจว่าใช้งานได้ตามแผน
③ ใช้ Extension 103 ทดสอบตามสิทธิ์ที่กำหนด
④ ตรวจว่าระบบไม่อนุญาตให้ใช้ CO ที่ถูกห้าม
⑤ ตรวจว่า Extension 103 ยังสามารถโทรผ่านเส้นทางที่ได้รับอนุญาต
ข้อควรระวัง
ต้องตรวจสิทธิ์ของผู้ใช้ตามช่วงเวลา ไม่ควรสรุปจากการทดสอบเฉพาะ Day หากองค์กรใช้ Night หรือ Lunch Mode ด้วย
⑲ ARS ต้องทดสอบผ่านการกด 9 หรือไม่?
สำหรับการใช้งาน ARS ของ KX-TES824 คู่มือระบุการทำงานร่วมกับ Automatic Line Access Number เช่น 9 หรือ 0 ตาม Numbering Plan
ตัวอย่าง
เมื่อกำหนดรหัส Automatic Line Access เป็น 9
ผู้ใช้กด:
9 → หมายเลขปลายทาง
ระบบจึงตรวจหมายเลขเพื่อใช้ ARS ตามเงื่อนไข
ทำไมจึงสำคัญ?
ถ้าผู้ใช้เลือก CO Line แบบเฉพาะเส้นผ่านปุ่ม S-CO อาจไม่ได้เข้าสู่กระบวนการ ARS ในลักษณะเดียวกับการใช้ Automatic Line Access
จึงอาจเกิดความเข้าใจผิดว่าระบบ ARS ไม่ทำงาน ทั้งที่ใช้วิธีโทรทดสอบไม่ตรงกับเงื่อนไข
วิธีที่แนะนำ
ทดสอบด้วยวิธีโทรออกที่พนักงานจะใช้จริง และต้องเป็นวิธีที่คู่มือระบุว่าทำงานร่วมกับ ARS
⑳ วิธีทดสอบ ARS Inter-digit Time โปรแกรม 363
โปรแกรม 363 กำหนดเวลารอระหว่างการกดหมายเลขของระบบ ARS
ช่วงที่รองรับคือ 1–20 วินาที และควรสัมพันธ์กับ Inter-digit Time โปรแกรม 208
อาการที่ควรทดสอบ
- กดเลขช้าแล้วระบบโทรออกก่อน
- หมายเลขถูกส่งออกไม่ครบ
- Speed Dial ใช้ได้ แต่กดมือไม่ได้
- ARS เลือก Route ผิดเมื่อหยุดกดหมายเลขกลางทาง
ขั้นตอน
① อ่านค่าโปรแกรม 363
② อ่านค่าโปรแกรม 208
③ ใช้หมายเลขทดสอบที่เข้า Route แน่นอน
④ โทรด้วยการกดต่อเนื่องตามปกติ
⑤ บันทึกผล
⑥ ทดลองเว้นจังหวะระหว่างตัวเลขตามการใช้งานจริง
⑦ ตรวจว่า ARS ยังประมวลผลถูกต้องหรือไม่
ข้อควรระวัง
ไม่ควรปรับค่าเป็น 20 วินาทีทันทีเพียงเพราะผู้ใช้กดเลขช้า เพราะอาจทำให้ระบบรอนานเกินความจำเป็น
ควรทดสอบเพื่อหาค่าที่เหมาะสม
㉑ วิธีทดสอบ ARS เมื่อบาง CO Line ไม่ว่าง
กรณีนี้สำคัญ เพราะในสำนักงานจริงสายนอกไม่ได้ว่างทั้งหมดตลอดเวลา
ตัวอย่าง
Route 1 ใช้ Group 1
Group 1 มี CO 1 และ CO 2
สถานการณ์ทดสอบ
| CO 1 | CO 2 | สิ่งที่ต้องตรวจ |
|---|---|---|
| Idle | Idle | ระบบเลือกสายตามเงื่อนไข |
| Busy | Idle | ระบบสามารถใช้สายว่างที่อนุญาตหรือไม่ |
| Idle | Busy | ระบบสามารถใช้สายว่างที่อนุญาตหรือไม่ |
| Busy | Busy | ระบบตอบสนองอย่างไรเมื่อไม่มีสายว่าง |
วิธีทดสอบ
① วางแผนช่วงทดสอบที่ไม่กระทบงาน
② ใช้หมายเลขทดสอบที่ได้รับอนุญาต
③ ให้ CO Line บางเส้นมีการใช้งานภายใต้การควบคุม
④ โทรผ่าน ARS
⑤ ตรวจพอร์ตที่เลือก
⑥ บันทึกผล
ข้อสำคัญ
ไม่ควรสมมุติว่าหาก Group 1 ไม่ว่างทั้งหมด ARS จะย้ายไป Group 2 เองเสมอไป
ต้องตรวจการทำงานตามคู่มือและผลทดสอบของระบบจริง
㉒ วิธีทดสอบ ARS กับ Voice Gateway
หาก CO Line ของ KX-TES824 เชื่อมต่อกับ Voice Gateway ต้องตรวจทั้งการเลือกเส้นทางและรูปแบบหมายเลขที่ Gateway รับ
จุดที่ต้องตรวจ
① CO Line ของ PBX ต่อเข้าพอร์ต FXS ใด
② Gateway ใช้บัญชีหรือบริการโทรศัพท์ใด
③ Gateway มี Dial Plan เพิ่มเติมหรือไม่
④ ARS เพิ่มหรือถอด Prefix แล้วหรือยัง
⑤ Gateway เพิ่มหรือถอด Prefix ซ้ำอีกหรือไม่
⑥ ระบบ VoIP อนุญาตหมายเลขที่ส่งออกหรือไม่
⑦ Caller ID ตรงกับนโยบายหรือไม่
⑧ มีการบันทึกหมายเลขที่ส่งออกได้หรือไม่
ตัวอย่าง
PBX เพิ่มรหัส Carrier ผ่านโปรแกรม 361
Gateway ก็เพิ่มรหัสเดียวกันอีกครั้ง
ผลคือหมายเลขที่ออกจาก Gateway มี Prefix ซ้ำ
แนวทางแก้
ต้องตรวจขั้นตอนการแก้ไขหมายเลขทั้งใน PBX และ Gateway โดยเปลี่ยนเพียงจุดที่จำเป็น
ไม่ควรแก้พร้อมกันทั้งสองระบบ เพราะจะทำให้แยกสาเหตุได้ยาก
㉓ วิธีใช้ SMDR ช่วยตรวจ ARS
SMDR หรือ Station Message Detail Recording สามารถใช้ตรวจรายละเอียดการโทรย้อนหลังได้ หากมีการเปิดใช้งานและจัดเก็บข้อมูลไว้
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
- วันและเวลา
- Extension
- CO Line
- หมายเลขโทรศัพท์
- ระยะเวลาการโทร
วิธีตรวจ
① เปิดข้อมูล SMDR
② เลือกรายการโทรทดสอบ
③ ตรวจ Extension
④ ตรวจหมายเลข CO Line
⑤ เปรียบเทียบกับ Routing Plan
⑥ บันทึกผล
ข้อควรระวัง
SMDR อาจไม่แสดงรายละเอียดทุกขั้นของการแก้ไขหมายเลขภายใน ARS หรือ Gateway
ดังนั้นถ้าต้องการยืนยันว่าระบบส่งตัวเลขใดออกจากพอร์ตจริง อาจต้องใช้ข้อมูลจาก Gateway หรือเครื่องมือทดสอบเพิ่มเติม
㉔ ตาราง Test Case ARS ก่อนเปิดใช้งานจริง
ควรใช้ตารางนี้เป็น Checklist ก่อนอนุมัติเปิดใช้ ARS
| ลำดับ | รายการทดสอบ | ผลที่คาดหวัง |
|---|---|---|
| TC-01 | ARS Selection | เปิดเฉพาะ CO ที่กำหนด |
| TC-02 | Leading Number Route 1 | เลือก Route 1 |
| TC-03 | Leading Number Route 2 | เลือก Route 2 |
| TC-04 | Leading Number Route 3 | เลือก Route 3 |
| TC-05 | Leading Number Route 4 | เลือก Route 4 |
| TC-06 | Exception Route 1 | ไม่ใช้ Route ที่ถูกยกเว้น |
| TC-07 | Exception Route 2 | ไม่ใช้ Route ที่ถูกยกเว้น |
| TC-08 | Removed Digits | ลบเลขถูกต้อง |
| TC-09 | Added Number | เพิ่มเลขถูกต้อง |
| TC-10 | ARS CO Line Group | เลือกกลุ่มถูกต้อง |
| TC-11 | Group มีสายหนึ่งไม่ว่าง | ทำงานตามข้อกำหนด |
| TC-12 | Group ไม่มีสายว่าง | ตอบสนองตามข้อจำกัด |
| TC-13 | Extension ได้รับสิทธิ์ | โทรได้ |
| TC-14 | Extension ถูกจำกัด | ไม่ใช้ CO ที่ห้าม |
| TC-15 | Day/Night/Lunch | สิทธิ์ตรงทุกโหมด |
| TC-16 | หมายเลขไม่เข้า Route | ใช้พฤติกรรมที่กำหนด |
| TC-17 | Gateway Prefix | ไม่มีเลขเพิ่มซ้ำ |
| TC-18 | Inter-digit Time | ไม่ส่งเลขผิด |
| TC-19 | SMDR | บันทึก CO ตรงกับผล |
| TC-20 | แผนย้อนกลับ | คืนค่าระบบได้ |
เกณฑ์ก่อนเปิดใช้
รายการที่เกี่ยวข้องกับ Routing Plan จริงต้องผ่านทั้งหมด โดยเฉพาะการเลือกกลุ่ม CO การส่งหมายเลข และสิทธิ์ของ Extension
หากมีรายการสำคัญไม่ผ่าน ไม่ควรเปิด ARS ให้ผู้ใช้ทั้งสำนักงาน
㉕ ตัวอย่างการทดสอบ ARS สำนักงาน 3 CO Line
สมมุติสำนักงานมีสายนอกสามเส้น
| CO Line | ผู้ให้บริการ | Group |
|---|---|---|
| CO 1 | A | 1 |
| CO 2 | A | 1 |
| CO 3 | B | 2 |
ต้องการให้ Route 1 ใช้ Group 1 และ Route 2 ใช้ Group 2
ตารางแผน
| รายการ | Route 1 | Route 2 |
|---|---|---|
| Leading Number | ตามเลขนำหน้าที่กำหนด | ตามเลขนำหน้าที่กำหนด |
| Exception | ตามข้อกำหนด | ตามข้อกำหนด |
| Removed Digits | ตามแผน | ตามแผน |
| Added Number | ตามบริการ | ตามบริการ |
| CO Line Group | 1 | 2 |
ขั้นตอนทดสอบ
① ตรวจ Group Number ของ CO 1–3
② อ่าน Routing Plan ของ Route 1 และ 2
③ ตรวจโปรแกรม 350
④ ใช้ Extension ที่ได้รับสิทธิ์
⑤ โทรหมายเลขทดสอบ Route 1
⑥ ตรวจว่าใช้ CO 1 หรือ CO 2 ตามเงื่อนไข
⑦ โทรหมายเลขทดสอบ Route 2
⑧ ตรวจว่าใช้ CO 3
⑨ ตรวจว่า Gateway ส่งหมายเลขถูกต้อง
⑩ ทดสอบ Exception Code
⑪ ทดสอบการกดหมายเลขช้า
⑫ ตรวจสิทธิ์ Extension ที่ถูกจำกัด
⑬ บันทึกผล
ตัวอย่างบันทึก
| Test Case | CO ที่คาดหวัง | CO ที่พบ | ผล |
|---|---|---|---|
| Route 1 | CO 1 หรือ CO 2 | ต้องตรวจ | รอผล |
| Route 2 | CO 3 | ต้องตรวจ | รอผล |
| Exception | ตาม Default Carrier | ต้องตรวจ | รอผล |
| Restricted Extension | ไม่ใช้ CO ที่ห้าม | ต้องตรวจ | รอผล |
ตารางนี้ใช้กรอกผลจริง ไม่ใช่ผลการทดสอบที่เกิดขึ้นแล้ว
㉖ ARS โทรออกผิดเส้น ต้องตรวจอะไร?
หากพบว่าเลขนำหน้าตรง Route แต่ CO Line ที่เลือกผิด ให้ตรวจตามลำดับ
① โปรแกรม 350 เปิด ARS ตรง CO หรือไม่
② โปรแกรม 351–354 กำหนดเลขนำหน้าถูกต้องหรือไม่
③ มีเลขนำหน้าซ้ำหรือทับซ้อนกันหรือไม่
④ มี Exception Code ตรงกับหมายเลขนั้นหรือไม่
⑤ โปรแกรม 364 กำหนด Group ถูกต้องหรือไม่
⑥ โปรแกรม 404 จัดสมาชิกกลุ่มถูกต้องหรือไม่
⑦ Extension ได้รับสิทธิ์ใช้ CO Line ใด
⑧ ผู้ใช้โทรผ่าน Automatic Line Access หรือเลือก CO โดยตรง
⑨ Gateway มี Dial Plan ที่เปลี่ยนเส้นทางเพิ่มอีกหรือไม่
ข้อควรจำ
ไม่ควรเริ่มด้วยการเปลี่ยนโปรแกรม 350 โดยทันที เพราะอาจเป็นเพียงข้อมูล Group หรือ Leading Number ผิด
㉗ ARS โทรออกได้ แต่หมายเลขปลายทางผิด เกิดจากอะไร?
ปัญหานี้อาจเกี่ยวข้องกับการแก้ไขตัวเลขของระบบ
จุดตรวจสอบ
โปรแกรม 360
ลบตัวเลขผิดจำนวน
โปรแกรม 361
เพิ่ม Carrier Code หรือ Prefix ผิด
โปรแกรม 359
รหัส First Carrier ไม่ตรงกับบริการ
Gateway Dial Plan
เพิ่ม ลบ หรือแปลงตัวเลขซ้ำกับ PBX
โปรแกรม 363
ระบบประมวลผลก่อนผู้ใช้กดเลขครบตามเงื่อนไข
วิธีแก้
① บันทึกหมายเลขที่ผู้ใช้กด
② คำนวณหมายเลขที่ ARS ควรส่งออก
③ ตรวจหมายเลขที่อุปกรณ์ต้นทางได้รับ
④ หาจุดที่หมายเลขเปลี่ยนผิด
⑤ แก้เฉพาะค่าที่เป็นสาเหตุ
⑥ ทดสอบซ้ำ
ข้อควรระวัง
การโทรไปผิดหมายเลขอาจสร้างค่าใช้จ่ายและปัญหาทางธุรกิจ
ควรใช้หมายเลขทดสอบที่ควบคุมได้และหยุดการเปิดใช้ ARS หากพบการแปลงหมายเลขผิด
㉘ วิธีเตรียมแผนย้อนกลับเมื่อทดสอบ ARS ไม่ผ่าน
ก่อนเปิดใช้ ARS ต้องมีแผน Rollback เพื่อคืนระบบให้โทรออกได้ตามเดิม
สิ่งที่ต้องเตรียม
① ไฟล์ Backup ก่อนแก้ไข
② ตารางค่า ARS เดิม
③ รายการ CO Line ที่เปลี่ยน
④ รายการ Route ที่เพิ่มหรือแก้ไข
⑤ ชื่อผู้ดูแลที่มีสิทธิ์
⑥ ช่วงเวลาที่อนุญาตให้แก้ไข
⑦ วิธีทดสอบหลังย้อนกลับ
ขั้นตอนทั่วไปเมื่อพบปัญหา
① หยุดขยายการใช้ ARS ไปยัง CO Line เพิ่มเติม
② บันทึก Test Case ที่ไม่ผ่าน
③ ตรวจว่ามีสายสนทนาสำคัญอยู่หรือไม่
④ หากต้องการกลับไปใช้วิธีเลือกสายนอกแบบเดิม ให้ตรวจการปิด ARS Selection โปรแกรม 350
⑤ คืนค่าเฉพาะรายการที่จำเป็นตาม Backup
⑥ ตรวจผลกระทบต่อ Automatic Line Access
⑦ ทดสอบการโทรออกพื้นฐาน
⑧ บันทึกการย้อนกลับ
ข้อควรระวัง
ไม่ควรใช้การรีเซ็ตโรงงานหรือ Restore โปรแกรมทั้งหมดทันทีโดยไม่ประเมินว่าค่าอื่นที่แก้ไขล่าสุดจะสูญหายหรือไม่
การปิด ARS Selection ไม่ได้คืนค่าโปรแกรมที่เปลี่ยนไว้ทั้งหมด จึงควรเก็บตารางค่าก่อนแก้ไขไว้เสมอ
㉙ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทดสอบ ARS KX-TES824
ทดสอบ ARS KX-TES824 อย่างไร?
ตรวจ Routing Plan, CO Line Group, Added/Removed Digits และสิทธิ์ Extension จากนั้นโทรผ่าน Automatic Line Access ด้วยหมายเลขทดสอบที่ได้รับอนุญาต พร้อมยืนยัน CO Line ที่เลือกจริง
โปรแกรมที่ใช้เปิด ARS คืออะไร?
ใช้โปรแกรม 350 หรือ ARS Selection
KX-TES824 มี ARS กี่ Route?
รองรับ Routing Plan 1–4
โปรแกรม 351–354 ใช้ทำอะไร?
ใช้กำหนด Leading Number สำหรับเลือก Route
โปรแกรม 355–358 คืออะไร?
ใช้กำหนด Exception Code ที่ยกเว้นหมายเลขจาก Route ที่เกี่ยวข้อง
โปรแกรม 360 ใช้ทำอะไร?
ใช้กำหนดจำนวนหลักที่ ARS ต้องลบออกตาม Route
โปรแกรม 361 ใช้ทำอะไร?
ใช้กำหนด Added Number หรือรหัสที่เพิ่มก่อนส่งออกตาม Routing Plan
โปรแกรม 364 ใช้ทำอะไร?
กำหนด CO Line Group ให้ Route
โปรแกรม 404 เกี่ยวข้องกับ ARS อย่างไร?
ใช้กำหนดว่า CO Line แต่ละเส้นเป็นสมาชิกของกลุ่มใด
โทรออกติดแล้วถือว่า ARS ทำงานถูกต้องไหม?
ยังไม่ได้ ต้องตรวจด้วยว่าเลือก Route และ CO Line ถูกต้อง และส่งหมายเลขออกตามที่กำหนด
ใช้ SMDR ตรวจ ARS ได้ไหม?
ใช้ตรวจรายละเอียดรายการโทร เช่น CO Line และ Extension ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องแสดงทุกขั้นของการแปลงหมายเลข
ARS ใช้กับ Voice Gateway ได้ไหม?
ได้เมื่อคู่สายและบริการเข้ากันได้ โดยต้องตรวจ Dial Plan และ Prefix ของ Gateway ด้วย
ทำไม ARS เพิ่มรหัส Carrier ซ้ำ?
อาจเกิดจาก PBX และ Gateway เพิ่มรหัสเดียวกันทั้งสองฝั่ง ต้องตรวจขั้นตอนการแปลงหมายเลข
ทำไม ARS เลือก CO Line ผิด?
อาจเกิดจาก Leading Number, Exception Code, CO Line Group หรือวิธีโทรทดสอบไม่ตรงกับเงื่อนไข
ARS ทำงานเมื่อกด S-CO โดยตรงไหม?
ไม่ควรใช้การกด S-CO เพื่อยืนยันการทำงานของ ARS หากเงื่อนไขที่คู่มือกำหนดใช้ Automatic Line Access เพราะอาจไม่ได้ผ่านการเลือก Route แบบเดียวกัน
ต้องทดสอบเมื่อ CO Line บางเส้น Busy ไหม?
ควรทดสอบ เพื่อดูว่าระบบเลือกสายว่างภายในกลุ่มตามข้อกำหนดได้หรือไม่
ARS เปลี่ยนไปใช้ผู้ให้บริการสำรองเองทุกครั้งไหม?
ไม่ควรสมมุติว่าทำได้ ต้องตรวจข้อจำกัดและทดสอบกรณีกลุ่มสายไม่พร้อมใช้งาน
ต้องทดสอบ Day, Night และ Lunch ไหม?
ควรตรวจหากสำนักงานกำหนดสิทธิ์ใช้ CO Line แตกต่างกันตาม Time Service
ARS Inter-digit Time ใช้โปรแกรมอะไร?
ใช้โปรแกรม 363 และควรตรวจความสอดคล้องกับโปรแกรม 208
ถ้าทดสอบไม่ผ่านควรทำอย่างไร?
หยุดการเปิดใช้ในวงกว้าง บันทึกสาเหตุ และแก้เฉพาะโปรแกรมที่ผิด หรือย้อนกลับไปยังค่าที่ตรวจสอบแล้วว่าใช้งานได้
ต้องรีสตาร์ตตู้หลังแก้ ARS ไหม?
ไม่ควรรีสตาร์ตโดยไม่มีเหตุจำเป็น ให้บันทึก อ่านค่ากลับ และทดสอบก่อน
ต้อง Backup ก่อนทดสอบไหม?
ควรทำ เพราะการแก้ Routing Plan อาจกระทบการโทรออกของหลาย Extension พร้อมกัน
㉚ สรุปวิธีทดสอบ ARS ตู้ Panasonic KX-TES824 ก่อนเปิดใช้งานจริง
การทดสอบ ARS ของ Panasonic KX-TES824 เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนให้พนักงานใช้ระบบเลือกเส้นทางโทรออกอัตโนมัติ โดยเฉพาะสำนักงานที่มีหลายผู้ให้บริการ หลาย CO Line Group หรือมีการเพิ่มและลบรหัส Carrier
ขั้นตอนสำคัญคือ Backup → ตรวจ Routing Plan → ตรวจ CO Line Group → ทดสอบหมายเลขแต่ละประเภท → ตรวจเลขที่ส่งออก → ตรวจสิทธิ์ → บันทึกผล → อนุมัติเปิดใช้
การตรวจเพียงว่าโทรออกติดไม่เพียงพอ ต้องตรวจด้วยว่า ARS เลือก Route ถูกต้อง ใช้ CO Line Group ตามที่กำหนด และไม่เพิ่มหรือลบหมายเลขผิด
โปรแกรมหลักที่ควรตรวจ ได้แก่ ARS Selection [350], Route Selection [351–354], Exception Code [355–358], Removed Digits [360], Added Number [361] และ ARS CO Line Group [364]
นอกจากนี้ ต้องตรวจสิทธิ์ของ Extension ตาม Day, Night และ Lunch รวมถึงความเข้ากันได้กับ Voice Gateway และบริการโทรศัพท์ต้นทาง
ก่อนเปิดใช้งานจริง ควรมี Test Case ที่ครอบคลุม Route ทุกเส้นทางที่ใช้ หมายเลขยกเว้น กลุ่มสายไม่ว่าง และหมายเลขที่ไม่เข้า Route ใดเลย พร้อมมีแผนย้อนกลับเมื่อเกิดปัญหา
ComSiam แนะนำให้ช่างติดตั้งและผู้ดูแลระบบโทรศัพท์จัดทำตารางผลทดสอบ ARS ของทุก Routing Plan ก่อนเปิดใช้กับพนักงานทั้งสำนักงาน เพื่อให้ Panasonic KX-TES824 เลือกเส้นทางโทรออกได้ถูกต้อง ลดความผิดพลาดของหมายเลข ลดความเสี่ยงด้านค่าโทรศัพท์ และช่วยให้การบริหารระบบสายนอกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ComSiam Professional Team







