วิธีตั้ง ARS ตู้ KX-TES824 ให้เลือกเส้นทางโทรออกอัตโนมัติ

วิธีตั้ง ARS ตู้ Panasonic KX-TES824 ให้เลือกเส้นทางโทรออกอัตโนมัติ ต้องเปิดฟังก์ชัน ARS Selection ผ่านโปรแกรม 350 จากนั้นกำหนดเลขนำหน้าที่ระบบใช้ตัดสินใจเลือกเส้นทางผ่านโปรแกรม 351–354 และกำหนดกลุ่มสายนอกสำหรับแต่ละเส้นทางผ่านโปรแกรม 364 โดยสามารถตั้งเงื่อนไขยกเว้นและการแก้ไขหมายเลขก่อนส่งออกได้ตามความจำเป็น

ARS ย่อมาจาก Automatic Route Selection เป็นระบบเลือกเส้นทางโทรออกอัตโนมัติตามหมายเลขที่ผู้ใช้กด ช่วยให้สำนักงานสามารถกำหนดได้ว่าหมายเลขประเภทใดควรส่งผ่านคู่สาย กลุ่มสายนอก หรือผู้ให้บริการที่เหมาะสม

ตัวอย่างเช่น สำนักงานมีสายนอกสองกลุ่ม โดย Group 1 เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการ A และ Group 2 เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการ B ผู้ดูแลสามารถกำหนดเงื่อนไขให้หมายเลขที่ขึ้นต้นด้วยชุดตัวเลขที่ต้องการถูกส่งผ่าน Routing Plan ที่กำหนด โดยไม่ต้องให้พนักงานเลือกผู้ให้บริการทุกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ARS ไม่ได้หมายความว่าตู้จะค้นหาเส้นทางที่ถูกที่สุดหรือเปลี่ยนไปใช้สายสำรองได้เองในทุกสถานการณ์ ระบบทำงานตาม Routing Plan และเงื่อนไขที่ผู้ดูแลตั้งไว้ หากกลุ่มสายนอกที่กำหนดไม่พร้อมใช้งาน ผลการโทรขึ้นอยู่กับการตั้งค่าและข้อจำกัดของระบบ

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายการตั้งค่า ARS ของ KX-TES824 ตั้งแต่โปรแกรม 350, 351–358, 359–364 การจัดกลุ่ม CO Line การเพิ่มหรือลบตัวเลข การกำหนดรหัสยกเว้น ไปจนถึงการทดสอบเส้นทางโทรออกก่อนเปิดใช้งานกับพนักงานทั้งสำนักงาน

① วิธีตั้ง ARS KX-TES824 แบบรวดเร็ว

การตั้ง ARS ให้ทำงานอย่างถูกต้องมีขั้นตอนหลักดังนี้

① ตรวจสายนอกทั้งหมดที่ติดตั้งกับ KX-TES824

② ตรวจว่าแต่ละ CO Line ต่อกับผู้ให้บริการหรือ Gateway ใด

③ กำหนดประเภทหมายเลขที่ต้องการแยกเส้นทาง

④ ตรวจอัตราค่าบริการและรูปแบบหมายเลขของผู้ให้บริการจริง

⑤ สำรองค่าโปรแกรมเดิม

⑥ ตรวจโปรแกรม 404 เพื่อจัด CO Line Group

⑦ ตั้ง Route Selection Code ผ่านโปรแกรม 351–354

⑧ กำหนด Exception Code ผ่านโปรแกรม 355–358 หากจำเป็น

⑨ ตั้งการลบตัวเลขผ่านโปรแกรม 360 หากจำเป็น

⑩ ตั้งการเพิ่มตัวเลขผ่านโปรแกรม 361 หากจำเป็น

⑪ กำหนดกลุ่มสายนอกของแต่ละ Route ผ่านโปรแกรม 364

⑫ ตรวจ First Carrier Selection Code โปรแกรม 359

⑬ ตรวจ ARS Inter-digit Time โปรแกรม 363

⑭ ตรวจสิทธิ์โทรออกของ Extension และเงื่อนไข TRS

⑮ เปิด ARS ผ่านโปรแกรม 350 เฉพาะ CO Line ที่ต้องการ

⑯ ทดลองโทรผ่านหมายเลขทดสอบที่ได้รับอนุญาต

⑰ ตรวจ CO Line และหมายเลขที่ส่งออกจริง

⑱ บันทึกผลและเก็บ Backup หลังทดสอบ

โปรแกรมสำคัญที่สุดคือ 350 สำหรับเปิด ARS, 351–354 สำหรับเลือก Route และ 364 สำหรับกำหนด CO Line Group ของ Route

ไม่ควรเปิดโปรแกรม 350 ทันทีโดยยังไม่ได้จัดทำ Routing Plan เพราะอาจทำให้การโทรออกถูกแก้ไขหมายเลขหรือเลือกเส้นทางไม่ตรงตามที่ต้องการ

② ARS ของ Panasonic KX-TES824 คืออะไร?

ARS หรือ Automatic Route Selection เป็นฟังก์ชันของตู้สาขาโทรศัพท์ที่ใช้ตรวจหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้ใช้กด แล้วเลือกเส้นทางการโทรออกตามกฎที่กำหนดไว้

ตัวอย่างการทำงาน

สำนักงานต้องการให้หมายเลขกลุ่ม A โทรออกผ่านผู้ให้บริการ A และหมายเลขกลุ่ม B โทรผ่านผู้ให้บริการ B

เมื่อพนักงานกดหมายเลข ระบบจะตรวจเลขนำหน้าและเปรียบเทียบกับ Routing Plan

จากนั้นจึงใช้กลุ่มสายนอกและการแก้ไขหมายเลขตามที่กำหนด

ประโยชน์

① ช่วยบริหารการใช้สายนอกหลายกลุ่ม

② รองรับการเลือกผู้ให้บริการตามหมายเลข

③ สามารถเพิ่มรหัสผู้ให้บริการอัตโนมัติ

④ ลดความจำเป็นที่พนักงานต้องจำรหัส Carrier

⑤ ช่วยแยกการโทรตามประเภทหมายเลข

⑥ รองรับการกำหนดข้อยกเว้น

⑦ ทำให้การจัดการเส้นทางโทรออกเป็นระบบ

ข้อจำกัด

ARS เป็นระบบตามกฎที่กำหนด ไม่ใช่ระบบวิเคราะห์ค่าโทรแบบเรียลไทม์ และไม่รับประกันการสำรองเส้นทางทุกกรณี

③ ARS ต่างจาก Automatic Line Access อย่างไร?

ทั้งสองฟังก์ชันมีคำว่า Automatic แต่ทำงานต่างกัน

รายการARSAutomatic Line Access
หน้าที่เลือกเส้นทางตามเลขที่กดเลือกสายนอกว่าง
โปรแกรมหลัก350–364121, 122, 419
ตรวจเลขนำหน้าใช่ไม่ใช่หน้าที่หลัก
เพิ่มหรือลบเลขทำได้ตามแผนไม่ใช่หน้าที่หลัก
เลือก CO Line Groupตาม Routeตามการตั้งค่าเลือกสาย
เหมาะกับหลายผู้ให้บริการหรือเงื่อนไขหมายเลขเลือกสายว่างทั่วไป

ตัวอย่าง

พนักงานกด 9 เพื่อขอสายนอก

Automatic Line Access อาจเลือกสายว่างตามค่าที่ตั้งไว้

เมื่อมี ARS ที่ใช้งานกับการโทรนั้น ระบบสามารถตรวจหมายเลขปลายทางและกำหนด Routing Plan ตามเงื่อนไขได้

ข้อควรจำ

ไม่ควรสับสนระหว่างการเลือกสายว่างกับการกำหนดเส้นทางตามเลขนำหน้า เพราะต้องตรวจคนละส่วนของระบบ

④ โปรแกรม ARS ของ KX-TES824 มีอะไรบ้าง?

โปรแกรมชื่อหน้าที่
350ARS Selectionเปิดหรือปิด ARS
351Route 1 Selection Codeเลขนำหน้าของ Route 1
352Route 2 Selection Codeเลขนำหน้าของ Route 2
353Route 3 Selection Codeเลขนำหน้าของ Route 3
354Route 4 Selection Codeเลขนำหน้าของ Route 4
355–358Route Exception Codeเลขนำหน้าที่ยกเว้นจาก Route
3591st Carrier Selection Codeรหัส Carrier แรก
360ARS Modification—Removed Digitsจำนวนหลักที่ต้องลบ
361ARS Modification—Added Numberตัวเลขที่ต้องเพิ่ม
362ARS Dial Toneรูปแบบเสียง Dial Tone ของ ARS
363ARS Inter-digit Timeเวลารอระหว่างการกดตัวเลข
364ARS CO Line Groupกลุ่มสายนอกของแต่ละ Route

นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมเกี่ยวกับ Authorization Code และ Itemised Billing Code ตามเงื่อนไขผู้ให้บริการ

ต้องตั้งทุกโปรแกรมไหม?

ไม่จำเป็น

หากระบบไม่ต้องเพิ่มรหัส Carrier หรือลบหมายเลข ไม่ควรตั้งการแก้ไขตัวเลขโดยไม่มีเหตุผล

ควรใช้เฉพาะโปรแกรมที่จำเป็นกับ Routing Plan จริง

⑤ ก่อนตั้ง ARS ต้องวางแผนอะไร?

การวางแผนสำคัญกว่าการเริ่มกดโปรแกรมทันที

ตรวจข้อมูลเหล่านี้

① หมายเลข CO Line ที่มีจริง

② ประเภทผู้ให้บริการของแต่ละ CO

③ การจัด CO Line Group

④ หมายเลขที่ต้องการส่งผ่านแต่ละ Route

⑤ เลขนำหน้าที่ใช้แยกหมายเลข

⑥ หมายเลขที่ต้องยกเว้น

⑦ รหัส Carrier ที่ผู้ให้บริการกำหนด

⑧ รูปแบบหมายเลขที่ต้องส่งออกจริง

⑨ สิทธิ์โทรออกของ Extension

⑩ ความต้องการใช้บริการพิเศษ เช่น หมายเลขฉุกเฉิน

⑪ แผนทดสอบและแผนย้อนกลับ

ตัวอย่างตารางออกแบบ

รายการตัวอย่าง
CO 1–2ผู้ให้บริการ A
CO 3ผู้ให้บริการ B
Group 1CO 1–2
Group 2CO 3
Route 1กลุ่มเลขนำหน้า A
Route 2กลุ่มเลขนำหน้า B

เลขนำหน้าใน Routing Plan ต้องเลือกจากรูปแบบหมายเลขที่ใช้จริงและข้อกำหนดของบริการ

ไม่ควรใช้ตัวเลขสมมุติในระบบใช้งานจริงโดยไม่ได้ตรวจสอบ

⑥ วิธีเข้า System Programming สำหรับตั้ง ARS

สามารถใช้โทรศัพท์ระบบ Panasonic KX-T7730 ที่ Extension Jack 01 เข้าสู่ System Programming ตามเงื่อนไขของ KX-TES824

ขั้นตอน

① วางหูโทรศัพท์

② กด PROGRAM

③ กด *

④ กด #

⑤ ป้อน System Password ปัจจุบัน

⑥ รอเข้าสู่ System Programming

⑦ กดรหัสโปรแกรมที่ต้องการ

⑧ กด NEXT เพื่อเปิดรายการ

ตัวอย่าง

หากต้องการตรวจ ARS Selection ให้กด 350

ข้อควรระวัง

การแก้ ARS อาจกระทบหมายเลขที่ผู้ใช้งานทั้งสำนักงานโทรออก จึงควรดำเนินการในช่วงเวลาบำรุงรักษาที่เหมาะสมและมี Backup ก่อนเสมอ

⑦ วิธีตั้งโปรแกรม 350 ARS Selection

โปรแกรม 350 เป็นจุดเปิดหรือปิดการใช้งาน ARS

ตัวเลือก

  • Enable
  • Disable

วิธีตั้ง

① เข้า System Programming

② กด 350

③ กด NEXT

④ เลือกหมายเลข CO Line ที่ต้องการ

⑤ อ่านค่าเดิม

⑥ ใช้ SELECT เลือก Enable หรือ Disable

⑦ กด AUTO DIAL/STORE

⑧ อ่านค่ากลับ

⑨ ทำซ้ำกับ CO Line อื่นตามแผน

⑩ ออกจากโปรแกรม

ตัวอย่าง

CO LineARS
CO 1Enable
CO 2Enable
CO 3Enable

ตารางนี้เป็นเพียงตัวอย่างของระบบที่ต้องการใช้ ARS กับทั้งสามสายนอก

ข้อสำคัญ

ควรกำหนด Routing Plan และรายละเอียดเส้นทางให้เรียบร้อยก่อนเปิด Enable ในระบบใช้งานจริง

ค่าเริ่มต้นของ ARS Selection โดยทั่วไปเป็น Disable ตามตารางโปรแกรมของรุ่นที่รองรับ

⑧ โปรแกรม 351–354 ใช้เลือกเส้นทางอย่างไร?

โปรแกรมเหล่านี้กำหนดเลขนำหน้า (Leading Number) สำหรับ Routing Plan 1–4

โปรแกรมRoute
351Route 1
352Route 2
353Route 3
354Route 4

ตัวอย่าง

สมมุติว่ามีรูปแบบหมายเลขทดสอบสองกลุ่ม

  • กลุ่ม A เริ่มต้นด้วย 4
  • กลุ่ม B เริ่มต้นด้วย 6

ต้องการให้

  • หมายเลขเริ่มด้วย 4 ใช้ Route 1
  • หมายเลขเริ่มด้วย 6 ใช้ Route 2

สามารถจัดรูปแบบตาราง Selection Code ตามแผนได้

ความสามารถของโปรแกรม

แต่ละ Route รองรับรายการ Selection Code หมายเลข 01–80 และ Leading Number ได้สูงสุด 7 หลักตามข้อกำหนดคู่มือ

ข้อควรจำ

ตัวเลข 4 และ 6 ในตัวอย่างเป็นเลขสมมุติสำหรับอธิบายหลักการ ไม่ใช่รหัสที่แนะนำให้ใช้กับหมายเลขโทรศัพท์ในประเทศไทย

⑨ วิธีตั้ง Route 1 Selection Code โปรแกรม 351

สมมุติว่าผู้ดูแลตรวจสอบแล้วว่าต้องใช้เลขนำหน้าหนึ่งชุดสำหรับ Route 1

ขั้นตอน

① เข้า System Programming

② กด 351

③ กด NEXT

④ เลือก Code Number เช่น 01

⑤ ป้อน Leading Number ที่วางแผนไว้

⑥ กด AUTO DIAL/STORE

⑦ อ่านค่ากลับ

⑧ เพิ่ม Code Number อื่น หากจำเป็น

⑨ ออกจากโปรแกรม

ตัวอย่างตาราง

Code No.Leading Number
01กลุ่มเลข A
02กลุ่มเลข B

ข้อสำคัญ

ควรตรวจว่าเลขนำหน้าไม่ครอบคลุมหมายเลขอื่นที่ต้องใช้เส้นทางต่างกันโดยไม่ตั้งใจ

โดยเฉพาะหมายเลขบริการพิเศษหรือหมายเลขที่ถูกกำหนดเป็นข้อยกเว้น

⑩ วิธีตั้ง Route 2–4 ด้วยโปรแกรม 352–354

สามารถตั้ง Route อื่นเพิ่มเติมได้เมื่อจำเป็น

Route 2

ใช้โปรแกรม 352

Route 3

ใช้โปรแกรม 353

Route 4

ใช้โปรแกรม 354

หลักการ

① เข้าโปรแกรมของ Route ที่ต้องการ

② เลือก Code Number

③ ป้อน Leading Number

④ กด STORE

⑤ ตรวจค่ากลับ

⑥ ทำซ้ำตาม Routing Plan

ข้อควรระวัง

ก่อนกำหนดเลขนำหน้าที่ซ้ำหรือทับซ้อนกันหลาย Route ต้องตรวจวิธีประมวลผลของ ARS และลำดับการจับคู่ตามคู่มือ

การสร้าง Route จำนวนมากไม่ได้ทำให้ระบบดีขึ้นเสมอไป หากไม่มีความจำเป็นด้านการเลือกผู้ให้บริการ

⑪ โปรแกรม 355–358 Route Exception Code คืออะไร?

Route Exception Code ใช้กำหนดหมายเลขที่ไม่ต้องการให้ถูกจัดการตาม Routing Plan นั้น

โปรแกรมการยกเว้น
355Route 1 Exception
356Route 2 Exception
357Route 3 Exception
358Route 4 Exception

ตัวอย่าง

กำหนด Route 1 สำหรับหมายเลขที่เริ่มด้วยชุดหนึ่ง แต่มีหมายเลขบริการบางชุดอยู่ภายในช่วงเดียวกันที่ไม่ควรผ่าน ARS

สามารถกำหนด Exception Code เพื่อยกเว้นหมายเลขดังกล่าวจาก Route 1

สิ่งที่ต้องระวัง

หมายเลขที่ถูกยกเว้นจาก ARS ไม่ได้ถูกห้ามโทรออกโดยอัตโนมัติ

ตามคู่มือ การโทรที่ยกเว้น ARS จะใช้เส้นทางของ Default Carrier สำหรับสายนอกนั้น

ข้อสำคัญ

Exception Code ไม่ใช่โปรแกรม Toll Restriction

หากต้องการห้ามโทรหมายเลขบางประเภท ต้องตรวจระบบ TRS แยกต่างหาก

⑫ โปรแกรม 359 First Carrier Selection Code คืออะไร?

โปรแกรม 359 ใช้กำหนดรหัสของผู้ให้บริการหลัก หรือ First Carrier Access Code

ใช้ทำอะไร?

ในบางระบบผู้ใช้หรือเครือข่ายอาจใช้รหัสผู้ให้บริการก่อนหมายเลขโทรศัพท์จริง

ARS สามารถนำรหัสนี้ไปพิจารณาในกระบวนการแก้ไขหมายเลขตามเงื่อนไขที่กำหนด

ขั้นตอนตรวจ

① เข้าโปรแกรม 359

② กด NEXT

③ อ่านรหัสเดิม

④ ตรวจว่ารหัสดังกล่าวตรงกับผู้ให้บริการปัจจุบันหรือไม่

⑤ หากต้องแก้ ให้ป้อนรหัสที่ถูกต้องตามคู่มือ

⑥ กด STORE

⑦ อ่านค่ากลับ

ข้อควรระวัง

อย่าใส่รหัส Carrier ที่คาดเดาขึ้นเอง เพราะอาจทำให้ระบบตัดหรือส่งหมายเลขผิด

ต้องตรวจข้อกำหนดจากผู้ให้บริการจริงก่อน

⑬ โปรแกรม 360 ARS Removed Digits คืออะไร?

โปรแกรม 360 ใช้กำหนดจำนวนหลักของหมายเลขที่ต้องลบออกสำหรับ Route ที่เลือก

ตัวอย่างเชิงแนวคิด

สมมุติผู้ใช้กดหมายเลขในรูปแบบ

AB123456

แต่ผู้ให้บริการต้องการรับเฉพาะ

123456

ระบบอาจต้องลบตัวเลขนำหน้า AB ตามเงื่อนไข Routing Plan ที่กำหนด

ขั้นตอน

① เข้าโปรแกรม 360

② กด NEXT

③ เลือก Route Number 1–4

④ กำหนดจำนวนหลักที่ต้องลบ

⑤ กด STORE

⑥ อ่านค่ากลับ

ข้อควรระวัง

การลบจำนวนหลักผิดอาจทำให้โทรไปยังหมายเลขผิดหรือโทรออกไม่สำเร็จ

จึงควรทดสอบรูปแบบหมายเลขก่อนเปิดใช้กับสำนักงานจริง

⑭ โปรแกรม 361 ARS Added Number คืออะไร?

โปรแกรม 361 ใช้กำหนดหมายเลขหรือรหัสที่ต้องเพิ่มเข้าไปในหมายเลขก่อนส่งออกตาม Route

ตัวอย่าง

ผู้ใช้กดหมายเลขปลายทางตามปกติ

แต่ผู้ให้บริการต้องการ Carrier Access Code เพิ่มเติม

ARS สามารถกำหนด Added Number ให้กับ Route นั้นได้

ข้อกำหนด

คู่มือรองรับ Added Number สูงสุด 20 หลักตามรูปแบบตัวเลขและอักขระที่อนุญาต

ขั้นตอน

① เข้าโปรแกรม 361

② กด NEXT

③ เลือก Route Number

④ ป้อน Added Number ที่ผู้ให้บริการกำหนด

⑤ กด STORE

⑥ อ่านค่ากลับ

⑦ ทดลองโทรออก

ข้อควรระวัง

ไม่ควรนำรหัส Carrier จากตัวอย่างเก่ามาใช้ทันที เพราะรหัสและรูปแบบการโทรของผู้ให้บริการอาจเปลี่ยนไป

หากไม่ได้ต้องเพิ่มตัวเลข ก็ไม่จำเป็นต้องตั้ง Added Number

⑮ โปรแกรม 364 ARS CO Line Group สำคัญอย่างไร?

โปรแกรม 364 เป็นส่วนที่กำหนดว่าแต่ละ Routing Plan จะส่งการโทรออกผ่าน CO Line Group ใด

ตัวอย่าง

สำนักงานมี

  • Group 1 = CO 1 และ CO 2
  • Group 2 = CO 3

ต้องการ

  • Route 1 → Group 1
  • Route 2 → Group 2

ตารางการตั้งค่า

Routing PlanCO Line Group
Route 1Group 1
Route 2Group 2

ขั้นตอน

① ตรวจกลุ่มสายนอกในโปรแกรม 404

② เข้า System Programming

③ กด 364

④ กด NEXT

⑤ เลือก Route Number เช่น 1

⑥ กำหนด CO Line Group เช่น 1

⑦ กด STORE

⑧ เลือก Route Number 2

⑨ กำหนด Group 2

⑩ กด STORE

⑪ อ่านค่ากลับ

ข้อสำคัญ

หากกำหนดกลุ่มผิด ระบบอาจเลือกผู้ให้บริการผิดหรือไม่สามารถใช้เส้นทางที่ต้องการได้

การตั้งโปรแกรม 364 จึงควรสัมพันธ์กับโปรแกรม 404 และผัง CO Line จริง

⑯ ตัวอย่างตั้ง ARS แยกผู้ให้บริการสองราย

สมมุติสำนักงานมีสายนอกสามเส้น

CO Lineผู้ให้บริการGroup
CO 1A1
CO 2A1
CO 3B2

ต้องการส่งหมายเลขบางประเภทผ่านผู้ให้บริการ A และอีกประเภทผ่านผู้ให้บริการ B

ขั้นตอนออกแบบ

① ตรวจรูปแบบหมายเลขจริงที่แต่ละผู้ให้บริการรับ

② ตรวจความสามารถของ CO 1–3

③ จัดกลุ่มด้วยโปรแกรม 404

④ กำหนด Leading Number ของ Route 1 ผ่าน 351

⑤ กำหนด Leading Number ของ Route 2 ผ่าน 352

⑥ กำหนด Exception Code ถ้าจำเป็น

⑦ ตรวจว่าต้องลบหรือเพิ่มตัวเลขหรือไม่

⑧ กำหนด Route 1 ให้ Group 1 ผ่าน 364

⑨ กำหนด Route 2 ให้ Group 2 ผ่าน 364

⑩ ตรวจ ARS Selection โปรแกรม 350

⑪ เปิด ARS เฉพาะ CO ที่ต้องการตามแผน

⑫ ทดสอบหมายเลขแต่ละประเภท

ผลที่ต้องการ

เมื่อผู้ใช้กดหมายเลขที่ตรง Route 1 ระบบใช้กลุ่มสายนอกของผู้ให้บริการ A

เมื่อกดหมายเลขที่ตรง Route 2 ระบบใช้กลุ่มของผู้ให้บริการ B

ข้อควรจำ

การทำงานจริงขึ้นอยู่กับ Routing Plan, Carrier Code, สิทธิ์ของ Extension และความพร้อมของกลุ่ม CO Line

⑰ โปรแกรม 362 ARS Dial Tone ใช้ทำอะไร?

โปรแกรม 362 ใช้กำหนดเสียง ARS Dial Tone ตามตัวเลือกที่ระบบรองรับ

ตัวเลือก

  • Tone 1
  • Tone 2
  • Tone 3
  • Disable

เหมาะกับการใช้งานใด?

ใช้ควบคุมเสียงที่ระบบส่งให้ผู้ใช้รับรู้ในขั้นตอนการใช้งาน ARS

ข้อควรระวัง

โปรแกรมนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เลือกผู้ให้บริการหรือ CO Line Group โดยตรง

หาก Route ผิด ควรตรวจโปรแกรม 351–364 ไม่ใช่เปลี่ยน Dial Tone เพื่อแก้ปัญหา

⑱ โปรแกรม 363 ARS Inter-digit Time คืออะไร?

โปรแกรม 363 ใช้กำหนดเวลารอระหว่างการกดตัวเลขสำหรับ ARS

ช่วงที่รองรับ

1–20 วินาที

คู่มือระบุว่าค่านี้ควรสอดคล้องกับ Inter-digit Time โปรแกรม 208

ทำไมสำคัญ?

ARS ต้องพิจารณาหมายเลขที่ผู้ใช้กดเพื่อเลือก Routing Plan

หากผู้ใช้หยุดระหว่างกดหมายเลขนานเกินค่าที่กำหนด ระบบอาจดำเนินการก่อนที่จะได้รับตัวเลขครบตามที่คาดไว้

อาการที่ควรตรวจ

  • กดหมายเลขช้าแล้วโทรออกไม่ได้
  • ระบบประมวลผลก่อนกดเลขครบ
  • มีปัญหาเฉพาะหมายเลขบางรูปแบบ
  • การกดหมายเลขด้วยมือกับ Speed Dial ให้ผลต่างกัน

ข้อควรระวัง

ไม่ควรตั้งค่าสูงสุดทันที เพราะอาจทำให้ระบบรอนานโดยไม่จำเป็น

ให้ตรวจโปรแกรม 208 และพฤติกรรมการกดหมายเลขจริงก่อนเปลี่ยน

⑲ ARS เกี่ยวข้องกับ CO Line Group อย่างไร?

KX-TES824 ใช้ CO Line Group เพื่อจัดกลุ่มสายนอกสำหรับการเลือกเส้นทาง

โปรแกรมที่ต้องทำงานสัมพันธ์กัน

404 — CO Line Group Number

กำหนดว่าสายนอกแต่ละเส้นอยู่กลุ่มใด

364 — ARS CO Line Group

กำหนดว่า Routing Plan ใช้กลุ่มใด

ตัวอย่าง

CO 1–2 อยู่ Group 1

CO 3 อยู่ Group 2

Route 1 ถูกกำหนดให้ใช้ Group 1

เมื่อหมายเลขตรงกับ Route 1 ระบบจะพิจารณาสายนอกใน Group 1 ตามเงื่อนไขของ ARS

ข้อควรจำ

การตั้ง Group Number ผิดเพียงเส้นเดียวอาจทำให้ระบบเลือก Gateway หรือผู้ให้บริการที่ไม่ต้องการ

จึงควรตรวจทั้งโปรแกรม 404 และ 364

⑳ ARS กับสิทธิ์โทรออก 405–407 ทำงานร่วมกันอย่างไร?

ARS ไม่ใช่ระบบอนุญาตให้ทุก Extension ใช้ทุกสายนอก

KX-TES824 ยังคงมีการควบคุมสิทธิ์ของ Extension ผ่านโปรแกรม

  • 405 — Day
  • 406 — Night
  • 407 — Lunch

ตัวอย่าง

Route 2 ใช้ Group 2

Group 2 มี CO 3

แต่ Extension 103 ถูกจำกัดไม่ให้ใช้ CO 3

ผลที่ควรตรวจ

ผู้ใช้ Extension 103 อาจไม่สามารถโทรออกผ่าน Route 2 ได้ตามเงื่อนไขสิทธิ์ แม้หมายเลขที่กดจะตรงกับ Route นั้น

แนวทาง

① ตรวจ Routing Plan

② ตรวจ CO Line Group

③ ตรวจสิทธิ์ Extension

④ ตรวจ Time Service ปัจจุบัน

⑤ ทดสอบจากเครื่องที่ได้รับอนุญาต

ข้อสำคัญ

ARS ไม่ควรใช้แทน Toll Restriction หรือระบบควบคุมสิทธิ์ของ Extension

㉑ ARS เลือกเส้นทางสำรองอัตโนมัติได้ไหม?

ต้องแยกระหว่างการเลือกเส้นทางตามหมายเลขกับการสำรองเส้นทางเมื่อสายนอกไม่พร้อม

สิ่งที่ ARS ทำได้

  • ตรวจ Leading Number
  • เลือก Routing Plan
  • กำหนด CO Line Group
  • เพิ่มหรือลบตัวเลขตามเงื่อนไข

สิ่งที่ไม่ควรสมมุติ

  • สลับไปผู้ให้บริการที่ถูกที่สุดแบบเรียลไทม์
  • เปลี่ยนจาก Route 1 เป็น Route 2 ทุกครั้งเมื่อสายไม่ว่าง
  • ตรวจค่าบริการล่าสุดจากผู้ให้บริการ
  • รับประกันว่า Gateway สำรองจะรับหมายเลขรูปแบบเดียวกัน

คำแนะนำ

หากธุรกิจต้องการระบบสำรองสายนอก ต้องทดสอบพฤติกรรมเมื่อกลุ่มสายที่กำหนดไม่ว่างหรือขัดข้องจริง

ไม่ควรประกาศว่าระบบมี Failover สมบูรณ์โดยยังไม่ได้ตรวจข้อจำกัดของ PBX และ Gateway

㉒ วิธีตั้ง ARS ผ่าน KX-TE Maintenance Console

หากสำนักงานใช้คอมพิวเตอร์ดูแลตู้ สามารถใช้ KX-TE Maintenance Console ตรวจและตั้งค่าที่เกี่ยวข้องได้ตามเวอร์ชันที่รองรับ

ขั้นตอน

① เปิด KX-TE Maintenance Console

② เชื่อมต่อกับ KX-TES824 ผ่าน USB หรือ RS-232C

③ ป้อน System Password ที่ได้รับอนุญาต

④ Backup โปรแกรมเดิม

⑤ ตรวจ ARS Selection [350]

⑥ ตรวจ Route Selection Code [351–354]

⑦ ตรวจ Exception Code [355–358]

⑧ ตรวจ First Carrier Selection Code [359]

⑨ ตรวจ Removed Digits [360]

⑩ ตรวจ Added Number [361]

⑪ ตรวจ ARS Dial Tone [362]

⑫ ตรวจ ARS Inter-digit Time [363]

⑬ ตรวจ ARS CO Line Group [364]

⑭ ตรวจ CO Line Group [404]

⑮ ตรวจสิทธิ์ Extension

⑯ บันทึกค่าที่แก้ลง PBX

⑰ อ่านค่ากลับจากตู้

⑱ ทดสอบการโทรออก

ข้อควรระวัง

การบันทึกไฟล์ Offline ไม่ได้หมายความว่าตู้ใช้งานค่าใหม่แล้ว

ต้องตรวจว่าค่าถูกส่งไปยัง PBX และทดสอบจริงก่อนส่งมอบงาน

㉓ วิธีตรวจว่า ARS เลือกเส้นทางถูกต้องหรือไม่

ควรทดสอบด้วยหมายเลขปลายทางที่ได้รับอนุญาตและสามารถยืนยันเส้นทางได้

การทดสอบที่ 1 Route 1

① ใช้ Extension ที่ได้รับอนุญาต

② โทรหมายเลขที่ตรงกับ Leading Number ของ Route 1

③ ตรวจว่าการโทรออกสำเร็จ

④ ตรวจ CO Line ที่ระบบเลือก

⑤ ตรวจรูปแบบหมายเลขที่ส่งออกหากมีเครื่องมือรองรับ

การทดสอบที่ 2 Route 2

ทำเช่นเดียวกันกับหมายเลขที่ตรง Route 2

การทดสอบที่ 3 Exception Code

โทรหมายเลขทดสอบที่อยู่ในรายการยกเว้น แล้วตรวจว่า ARS ไม่แก้ไขหรือส่งเส้นทางผิดจากที่กำหนด

การทดสอบที่ 4 สิทธิ์ Extension

ใช้เครื่องที่ถูกจำกัดสิทธิ์ แล้วตรวจว่าไม่สามารถใช้เส้นทางที่ต้องห้าม

การทดสอบที่ 5 Inter-digit Time

ทดลองกดหมายเลขตามจังหวะการใช้งานจริง และตรวจว่าไม่มีเลขขาด

การทดสอบที่ 6 ตรวจข้อมูล SMDR

หากระบบเปิด SMDR สามารถใช้ข้อมูล CO Line และหมายเลขโทรศัพท์ที่บันทึกไว้ประกอบการตรวจสอบ

ข้อควรระวัง

ไม่ควรโทรหมายเลขฉุกเฉินเพื่อทดลอง ARS ควรตรวจว่าหมายเลขฉุกเฉินและบริการสำคัญได้รับการยกเว้นหรือจัดการตามข้อกำหนดที่ถูกต้อง โดยใช้วิธีตรวจโปรแกรมและการทดสอบที่ไม่รบกวนบริการฉุกเฉิน

㉔ ตารางแก้ปัญหา ARS KX-TES824

อาการจุดตรวจสอบแนวทางแก้
ARS ไม่ทำงาน350ตรวจ Enable
โทรออกแล้ว Route ผิด351–354ตรวจ Leading Number
หมายเลขบางชุดไม่ควรเข้า Route355–358ตรวจ Exception
เลขโทรศัพท์ถูกตัด360ตรวจ Removed Digits
มีเลขเพิ่มผิด361ตรวจ Added Number
เลือกผู้ให้บริการผิด364ตรวจ ARS CO Line Group
กลุ่มสายนอกผิด404ตรวจสมาชิกกลุ่ม
รหัส Carrier ผิด359ตรวจรหัสจริง
กดเลขช้าแล้วโทรไม่ได้363 และ 208ตรวจ Inter-digit Time
ARS มีเสียงแปลกจากเดิม362ตรวจ ARS Dial Tone
บาง Extension ใช้ Route ไม่ได้405–407ตรวจสิทธิ์
โทรออกไม่ได้เฉพาะกลางคืน406ตรวจ Night
สายนอกไม่พร้อม400 และคู่สายตรวจการเชื่อมต่อ
กด 9 แล้วเลือกสายไม่ตรง121, 122, 419 และ ARSตรวจวิธีเลือกสาย
Gateway ไม่รับหมายเลข401 และ Dial Planตรวจรูปแบบสัญญาณ
เปิด ARS แล้วหมายเลขผิดBackup/360/361ตรวจ Before–After

㉕ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตั้ง ARS KX-TES824

ARS KX-TES824 คืออะไร?

Automatic Route Selection คือระบบเลือกเส้นทางโทรออกตามเลขนำหน้าและ Routing Plan ที่ตั้งไว้

โปรแกรมเปิด ARS คืออะไร?

ใช้โปรแกรม 350 หรือ ARS Selection

ARS เปิดแยก CO Line ได้ไหม?

ได้ โดยกำหนด Enable หรือ Disable ตาม CO Line ที่ต้องการในโปรแกรม 350

KX-TES824 มี ARS กี่ Route?

รองรับ Routing Plan 1–4

โปรแกรม 351–354 ใช้ทำอะไร?

กำหนด Leading Number ของแต่ละ Route

โปรแกรม 355–358 คืออะไร?

ใช้กำหนดเลขนำหน้าที่ต้องยกเว้นจาก Route

โปรแกรม 359 คืออะไร?

กำหนด First Carrier Selection Code

โปรแกรม 360 ทำหน้าที่อะไร?

กำหนดจำนวนหลักที่ต้องลบออกจากหมายเลขตาม Route

โปรแกรม 361 ใช้ทำอะไร?

กำหนดหมายเลขหรือรหัสที่ต้องเพิ่มก่อนส่งออก

โปรแกรม 362 ใช้ทำอะไร?

กำหนด ARS Dial Tone

โปรแกรม 363 ใช้ทำอะไร?

กำหนด ARS Inter-digit Time ระหว่าง 1–20 วินาที

โปรแกรม 364 ใช้ทำอะไร?

กำหนด CO Line Group สำหรับแต่ละ Routing Plan

โปรแกรม 404 เกี่ยวข้องกับ ARS อย่างไร?

กำหนด CO Line Group ของสายนอกแต่ละพอร์ต เพื่อให้ Route เลือกกลุ่มที่ต้องการได้ถูกต้อง

ARS ช่วยลดค่าโทรศัพท์ได้ไหม?

อาจช่วยได้หากมีการกำหนดเส้นทางให้สอดคล้องกับอัตราค่าบริการของผู้ให้บริการจริง แต่ระบบไม่ได้ค้นหาราคาหรือคำนวณเส้นทางราคาถูกที่สุดโดยอัตโนมัติ

ARS ต่างจากการกด 9 อย่างไร?

การกด 9 เป็นการเข้าถึงสายนอกตามแผนหมายเลข ส่วน ARS เป็นกระบวนการเลือกเส้นทางตามหมายเลขที่กด

ARS ใช้กับ Voice Gateway ได้ไหม?

ได้ตามความเข้ากันได้ของบริการและพอร์ต CO โดยต้องตรวจรูปแบบหมายเลขที่ Gateway รองรับด้วย

เปิด ARS แล้วโทรศัพท์ทุกเครื่องใช้งานได้ไหม?

ต้องตรวจสิทธิ์ของ Extension และเงื่อนไข Routing Plan ด้วย

ARS เปลี่ยนเส้นทางอัตโนมัติเมื่อสายเสียได้ไหม?

ไม่ควรสมมุติว่าทำได้ทุกกรณี ต้องตรวจและทดสอบพฤติกรรมของระบบจริง

ตั้ง ARS ผ่านคอมพิวเตอร์ได้ไหม?

ได้ โดยใช้ KX-TE Maintenance Console ที่รองรับ

ต้อง Backup ก่อนตั้ง ARS ไหม?

ควรทำทุกครั้ง เพราะการแก้ Routing Plan อาจส่งผลต่อการโทรออกหลายประเภทพร้อมกัน

จำเป็นต้องรีสตาร์ตตู้หลังตั้ง ARS ไหม?

ควรบันทึก อ่านค่ากลับ และทดสอบก่อน ไม่ควรรีสตาร์ตโดยไม่มีเหตุจำเป็น

㉖ วิธีป้องกันปัญหาหลังเปิด ARS

การดูแล ARS ควรทำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อสำนักงานมีการเปลี่ยนผู้ให้บริการหรือเพิ่ม Voice Gateway

สิ่งที่ควรตรวจเป็นระยะ

① ตรวจอัตราค่าบริการและข้อกำหนดของผู้ให้บริการ

② ตรวจหมายเลขที่ใช้เลือก Route

③ ตรวจ Exception Code

④ ตรวจรหัส Carrier

⑤ ตรวจ Added Number และ Removed Digits

⑥ ตรวจ CO Line Group

⑦ ตรวจสิทธิ์ของ Extension

⑧ ตรวจหมายเลขบริการพิเศษ

⑨ ทดสอบการโทรจริงหลังเปลี่ยนค่า

⑩ ตรวจข้อมูล SMDR เมื่อมีระบบบันทึก

⑪ Backup โปรแกรมหลังแก้ไข

⑫ จัดทำเอกสาร Routing Plan ฉบับปัจจุบัน

ตัวอย่างเอกสารควบคุม

RouteLeading NumberExceptionAdded/RemovedCO Group
1ตามแผนตามแผนตามผู้ให้บริการGroup 1
2ตามแผนตามแผนตามผู้ให้บริการGroup 2
3ตามแผนตามแผนตามผู้ให้บริการตามกำหนด
4ตามแผนตามแผนตามผู้ให้บริการตามกำหนด

การบันทึกข้อมูลช่วยให้สามารถตรวจสอบและแก้ปัญหาได้รวดเร็ว เมื่อมีการเปลี่ยนระบบโทรศัพท์ในอนาคต

㉗ สรุปวิธีตั้ง ARS ตู้ Panasonic KX-TES824 ให้เลือกเส้นทางโทรออกอัตโนมัติ

การตั้ง ARS บน Panasonic KX-TES824 ช่วยให้สำนักงานกำหนดเส้นทางโทรออกตามเลขนำหน้าและเงื่อนไขของผู้ให้บริการได้ โดยไม่ต้องให้พนักงานจดจำรหัสเลือกผู้ให้บริการทุกครั้ง

ขั้นตอนสำคัญคือ วางแผน Routing Plan → จัด CO Line Group → ตั้ง Leading Number → ตรวจการเพิ่ม/ลบเลข → กำหนด Route Group → เปิด ARS → ทดสอบจริง

โปรแกรม 350 ใช้เปิดหรือปิด ARS โปรแกรม 351–354 ใช้กำหนดเลขนำหน้าของแต่ละ Route ส่วนโปรแกรม 364 ใช้กำหนด CO Line Group ที่ Routing Plan จะเลือก

หากมีหมายเลขที่ไม่ควรเข้า Route ต้องตรวจ Exception Code โปรแกรม 355–358 และหากต้องเพิ่มหรือลบตัวเลขก่อนส่งออก ให้ใช้โปรแกรม 360–361 ตามข้อกำหนดของผู้ให้บริการ

การเลือกกลุ่มสายนอกต้องสัมพันธ์กับโปรแกรม 404 และการใช้ ARS ยังคงต้องอยู่ภายใต้สิทธิ์โทรออกของแต่ละ Extension

ก่อนเปิดใช้งานจริง ควรทดสอบทั้งหมายเลขที่ตรง Route หมายเลขยกเว้น และหมายเลขที่ไม่ควรถูกแก้ไข พร้อมยืนยันว่าไม่มีการเลือกผู้ให้บริการหรือเพิ่ม Prefix ผิด

ComSiam แนะนำให้ช่างติดตั้งและผู้ดูแลระบบโทรศัพท์สำรองค่าโปรแกรมก่อนตั้ง ARS จัดทำ Routing Plan เป็นเอกสาร และตรวจรูปแบบหมายเลขกับผู้ให้บริการจริงทุกครั้ง เพื่อให้ Panasonic KX-TES824 เลือกเส้นทางโทรออกได้อย่างถูกต้อง ลดความผิดพลาดในการโทร และช่วยบริหารการใช้สายนอกของสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ComSiam Professional Team