ComSiam Service
วิธีแยกสายนอกสำหรับเครื่องแฟกซ์ในตู้ Panasonic KX-TES824 ให้ใช้งานได้ถูกต้อง คือกำหนดเครื่องแฟกซ์เข้ากับพอร์ต Extension ของตู้ จากนั้นเลือก CO Line ที่จะใช้รับ–ส่งแฟกซ์ แล้วตั้งค่าการรับสายเข้าและสิทธิ์โทรออกให้สัมพันธ์กัน โดยโปรแกรมหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 400, 405–407, 408–410 และ 414–416
ตัวอย่างเช่น สำนักงานมี CO 1 และ CO 2 สำหรับโทรศัพท์ทั่วไป ส่วน CO 3 ต้องการสงวนไว้สำหรับเครื่องแฟกซ์ สามารถติดตั้งเครื่องแฟกซ์ที่ Extension Jack 08 และกำหนดให้สายเรียกเข้าทาง CO 3 ส่งไปยัง Jack 08 โดยตรง พร้อมจำกัดสิทธิ์โทรออกของพนักงานไม่ให้ใช้ CO 3 ตามนโยบายของสำนักงาน
การแยกสายนอกให้เครื่องแฟกซ์ช่วยลดโอกาสที่พนักงานจะรับสายแฟกซ์ผิดเครื่อง ลดปัญหาการส่งแฟกซ์ไม่สำเร็จเพราะสายนอกไม่ว่าง และช่วยให้หมายเลขแฟกซ์ของบริษัทมีเส้นทางรับสายที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม การกำหนดเบอร์ภายในให้เครื่องแฟกซ์ ไม่ได้หมายความว่าเครื่องแฟกซ์จะได้รับสายเข้าจาก CO Line ที่ต้องการโดยอัตโนมัติ ต้องกำหนดรูปแบบการรับสายของ CO Line ด้วย
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายการติดตั้งเครื่องแฟกซ์กับ KX-TES824 ทั้งแบบใช้สายนอกเฉพาะและแบบใช้สายนอกร่วมกับโทรศัพท์ พร้อมวิธีตั้งโปรแกรมรับสายเข้า การจำกัดสิทธิ์โทรออก การใช้ FAX Connection [503] ร่วมกับ DISA การเปิด Data Line Security และการแก้ปัญหาเครื่องแฟกซ์รับ–ส่งเอกสารไม่ได้
① วิธีแยกสายนอกให้เครื่องแฟกซ์ KX-TES824 แบบรวดเร็ว
สำหรับสำนักงานที่มี CO Line สำหรับแฟกซ์โดยเฉพาะ ให้ดำเนินการตามลำดับดังนี้
① ตรวจว่าเครื่องแฟกซ์มีพอร์ต LINE สำหรับเชื่อมต่อสายโทรศัพท์อนาล็อก
② ตรวจหมายเลข CO Line ที่ต้องการสงวนสำหรับแฟกซ์
③ ตรวจว่า CO Line ดังกล่าวมีคู่สายจริงและรับสายได้
④ เลือก Extension Jack สำหรับเชื่อมต่อเครื่องแฟกซ์
⑤ ต่อสายจากพอร์ต Extension ไปยังพอร์ต LINE ของเครื่องแฟกซ์
⑥ ทดสอบโทรจากเบอร์ภายในอื่นไปยังเครื่องแฟกซ์
⑦ สำรองค่าโปรแกรมตู้เดิม
⑧ ตรวจ CO Line Connection โปรแกรม 400
⑨ ตรวจรูปแบบรับสายเข้าโปรแกรม 414–416
⑩ หากใช้ DIL ให้กำหนดปลายทางไปยัง Extension ของเครื่องแฟกซ์
⑪ หากใช้ Normal Mode ให้ตรวจ Flexible Ringing โปรแกรม 408–410
⑫ ตรวจสิทธิ์โทรออกโปรแกรม 405–407
⑬ กำหนด Data Line Security ให้ Extension เครื่องแฟกซ์ตามความเหมาะสม
⑭ ตั้งเครื่องแฟกซ์เป็น Auto Receive หากต้องการรับเอกสารอัตโนมัติ
⑮ ทดลองส่งแฟกซ์เข้าหมายเลขภายนอกที่กำหนด
⑯ ทดลองส่งแฟกซ์ออกผ่าน CO Line ที่ต้องการ
⑰ ตรวจว่าเสียงแฟกซ์และการรับเอกสารทำงานได้ถูกต้อง
⑱ บันทึกค่าและ Backup หลังตั้งค่าเสร็จ
จุดสำคัญที่สุดคือ ต้องตั้งทั้งการรับสายเข้าและการโทรออก เพราะทั้งสองส่วนใช้โปรแกรมคนละชุด
② เครื่องแฟกซ์สามารถต่อกับ KX-TES824 ได้ไหม?
ได้ โดย Panasonic KX-TES824 รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ประเภท Single Line Telephone (SLT) และเครื่องแฟกซ์ผ่านพอร์ต Extension ที่เหมาะสม
เครื่องแฟกซ์แบบอนาล็อกทั่วไปสามารถเชื่อมต่อเข้ากับพอร์ต Extension เพื่อใช้งานภายในระบบ PBX ได้ตามข้อกำหนดของอุปกรณ์
ตัวอย่างการเชื่อมต่อ
สายนอก CO 3 → ตู้ KX-TES824 → Extension Jack 08 → พอร์ต LINE ของเครื่องแฟกซ์
สิ่งที่ต้องตรวจ
- เครื่องแฟกซ์รองรับสายโทรศัพท์อนาล็อก
- พอร์ต Extension ใช้งานได้จริง
- สายโทรศัพท์เชื่อมต่อถูกคู่
- เครื่องแฟกซ์ตั้งโหมดรับสายเหมาะสม
- PBX กำหนดเส้นทางรับสายมาถึง Extension นั้น
- มีสิทธิ์เลือก CO Line สำหรับส่งแฟกซ์ออก
ข้อควรระวัง
ห้ามนำสาย LAN จาก Router เข้าพอร์ต LINE ของเครื่องแฟกซ์หรือพอร์ต CO ของ PBX โดยตรง เพราะเป็นพอร์ตคนละประเภท
หากใช้บริการโทรศัพท์ผ่าน Fiber Internet ต้องใช้พอร์ตโทรศัพท์อนาล็อกหรืออุปกรณ์ Gateway ที่รองรับ
③ สายนอกสำหรับแฟกซ์ควรแยกหรือใช้ร่วมกับโทรศัพท์?
มีสองแนวทางหลัก
แบบที่ 1 แยก CO Line สำหรับแฟกซ์โดยเฉพาะ
สำนักงานกำหนด CO 3 เป็นสายนอกแฟกซ์
สายเรียกเข้าทาง CO 3 ถูกส่งไปยังเครื่องแฟกซ์โดยตรง
แบบที่ 2 ใช้ CO Line ร่วมกับโทรศัพท์
สำนักงานมีคู่สายจำกัด จึงใช้หมายเลขภายนอกเดียวกันสำหรับโทรศัพท์และแฟกซ์ โดยจัดการผ่านพนักงานรับสายหรือระบบตอบรับที่รองรับ
ตารางเปรียบเทียบ
| รายการ | สายแฟกซ์แยก | สายแฟกซ์ใช้ร่วม |
|---|---|---|
| รับแฟกซ์อัตโนมัติ | จัดการง่ายกว่า | ต้องออกแบบการรับสาย |
| ความเสี่ยงรับสายผิดเครื่อง | ต่ำกว่า | สูงกว่า |
| จำนวน CO Line ที่ต้องใช้ | มากกว่า | น้อยกว่า |
| ความสะดวกในการส่งแฟกซ์ | สูง | ขึ้นกับสถานะสายนอก |
| เหมาะกับ | องค์กรรับแฟกซ์บ่อย | สำนักงานรับแฟกซ์ไม่บ่อย |
คำแนะนำ
หากสำนักงานรับเอกสารทางแฟกซ์เป็นประจำ และมีคู่สายเพียงพอ การแยก CO Line จะช่วยลดความซับซ้อนในการดูแลระบบได้
④ ตัวอย่างผังติดตั้งแฟกซ์กับ KX-TES824
สมมุติสำนักงานมี CO Line 3 เส้น
| CO Line | หน้าที่ |
|---|---|
| CO 1 | โทรศัพท์สำนักงาน |
| CO 2 | โทรศัพท์ฝ่ายขาย |
| CO 3 | เครื่องแฟกซ์ |
มี Extension 8 เครื่อง
| Jack | เบอร์ภายในตัวอย่าง | อุปกรณ์ |
|---|---|---|
| 01 | 101 | Reception |
| 02 | 102 | ธุรการ |
| 03 | 103 | ฝ่ายขาย |
| 04 | 104 | บัญชี |
| 05 | 105 | ผู้บริหาร |
| 06 | 106 | ห้องประชุม |
| 07 | 107 | บริการลูกค้า |
| 08 | 108 | เครื่องแฟกซ์ |
เป้าหมาย
- สายเรียกเข้าทาง CO 3 ไปยังแฟกซ์ที่ Jack 08
- เครื่องแฟกซ์ใช้ CO 3 สำหรับการส่งเอกสารออก
- พนักงานทั่วไปไม่ใช้ CO 3 เพื่อโทรออก
- CO 1 และ CO 2 ใช้สำหรับโทรศัพท์ทั่วไป
ข้อสำคัญ
หมายเลข Extension 108 เป็นตัวอย่าง ต้องตรวจโปรแกรมหมายเลขภายในกับผังจริงก่อนตั้งค่า
⑤ วิธีต่อสายเครื่องแฟกซ์เข้าพอร์ต Extension
การต่อสายที่ถูกต้องเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนตั้งโปรแกรม
ขั้นตอน
① ปิดหรือหยุดการใช้งานอุปกรณ์ตามขั้นตอนของผู้ผลิตหากจำเป็น
② เลือกพอร์ต Extension ที่พร้อมใช้งาน
③ ใช้สายโทรศัพท์ที่เหมาะสมเชื่อมต่อจาก Extension Jack
④ นำปลายสายอีกด้านเข้าพอร์ต LINE ของเครื่องแฟกซ์
⑤ ตรวจว่าหัวต่อและสายมีสภาพสมบูรณ์
⑥ เปิดเครื่องแฟกซ์
⑦ ตั้งโหมดโทรศัพท์หรือแฟกซ์ตามคู่มืออุปกรณ์
⑧ ทดลองโทรจากเบอร์ภายในอื่นไปยังเครื่องแฟกซ์
⑨ ตรวจว่าเครื่องแฟกซ์สามารถรับสายจาก Extension ได้
ข้อควรระวัง
เครื่องแฟกซ์บางรุ่นมีทั้งพอร์ต LINE และ EXT หรือ TEL
พอร์ต LINE ใช้รับสัญญาณสายโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อกับ PBX ส่วน EXT/TEL ใช้ต่อโทรศัพท์พ่วงตามที่ผู้ผลิตรองรับ
ไม่ควรสลับพอร์ตโดยไม่ตรวจคู่มือเครื่องแฟกซ์
⑥ วิธีตรวจ CO Line ที่ต้องการใช้เป็นสายแฟกซ์
ก่อนสงวน CO 3 สำหรับแฟกซ์ ต้องตรวจว่าพอร์ตมีคู่สายจริงและใช้งานได้
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
400 — CO Line Connection
ขั้นตอน
① ตรวจสายจากผู้ให้บริการหรือ Voice Gateway
② ตรวจว่าต่อเข้าพอร์ต CO 3 จริง
③ เข้า System Programming ตามสิทธิ์
④ เปิดโปรแกรม 400
⑤ เลือก CO 3
⑥ ตรวจสถานะ Connect หรือ Not Connect
⑦ หากมีคู่สายจริงและต้องการเปิดใช้งาน ให้กำหนด Connect ตามแผน
⑧ กด STORE เมื่อมีการเปลี่ยนค่า
⑨ ทดลองรับและโทรออกผ่าน CO 3
ข้อควรจำ
การตั้ง CO 3 เป็น Connect ไม่ได้ทำให้สายเรียกเข้าถูกส่งไปยังแฟกซ์โดยอัตโนมัติ
ยังต้องกำหนดเส้นทางรับสายเข้าต่อไป
⑦ วิธีตั้ง CO Line ให้รับแฟกซ์โดยตรงด้วย DIL
หนึ่งในแนวทางที่เหมาะกับสายแฟกซ์เฉพาะคือการใช้ Direct In Line หรือ DIL
DIL ช่วยกำหนดให้สายเรียกเข้าจาก CO Line ที่เลือกถูกส่งไปยัง Extension ปลายทางที่ตั้งไว้
ตัวอย่าง
ต้องการให้
CO 3 → Extension Jack 08 → เครื่องแฟกซ์
โปรแกรมหลัก
414— CO Line Mode: Day415— CO Line Mode: Night416— CO Line Mode: Lunch
และโปรแกรมกำหนดปลายทาง DIL ตามช่วงเวลา
ขั้นตอนเชิงระบบ
① ตรวจ CO 3 ว่ามีคู่สายจริง
② ตรวจ Extension Jack 08
③ เข้า System Programming
④ เลือก CO Line Mode ของ CO 3 ตามช่วงเวลา
⑤ กำหนดเป็น DIL หากต้องการส่งเข้าปลายทางโดยตรง
⑥ กำหนด DIL Destination ให้เป็น Jack 08
⑦ บันทึกค่า
⑧ ตรวจค่า Day, Night และ Lunch
⑨ ทดลองโทรเข้าหมายเลขแฟกซ์จากภายนอก
ข้อควรระวัง
เมื่อเลือก DIL การทำงานรับสายจะอาศัยปลายทาง DIL ไม่ใช่การใช้ Flexible Ringing แบบ Normal เพียงอย่างเดียว
ต้องตรวจทั้ง CO Line Mode และ DIL Destination ให้ถูกต้อง
⑧ โปรแกรม DIL Destination สำหรับเครื่องแฟกซ์
สำหรับ KX-TES824 โปรแกรม DIL Destination แยกตามช่วงเวลา ได้แก่
| โปรแกรม | หน้าที่ |
|---|---|
| 453 | DIL 1:1 Destination — Day |
| 454 | DIL 1:1 Destination — Night |
| 455 | DIL 1:1 Destination — Lunch |
ตัวอย่าง
CO 3 ต้องการให้รับที่ Jack 08 ตลอดเวลา
| ช่วงเวลา | DIL Destination |
|---|---|
| Day | Jack 08 |
| Night | Jack 08 |
| Lunch | Jack 08 |
ขั้นตอน
① ตรวจว่า CO Line ที่ต้องการถูกตั้ง DIL ในโปรแกรม 414–416
② เข้าโปรแกรมกำหนด DIL Destination ของช่วงเวลานั้น
③ เลือก CO 3
④ กำหนดปลายทางเป็น Jack 08
⑤ กด STORE
⑥ อ่านค่ากลับ
⑦ ทำซ้ำจนครบทุก Time Service Mode ที่ใช้งาน
⑧ ทดสอบสายเรียกเข้าจริง
ข้อสำคัญ
หากกำหนด DIL ใน Day แต่ลืม Night หรือ Lunch อาจทำให้แฟกซ์รับสายได้เฉพาะบางช่วงเวลา
⑨ วิธีตั้งแฟกซ์ด้วย Flexible Ringing แทน DIL
อีกแนวทางหนึ่งคือใช้ Normal CO Line Mode แล้วกำหนดให้ Extension ของแฟกซ์เป็นเครื่องที่รับสายเรียกเข้า
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
408— Flexible Ringing: Day409— Flexible Ringing: Night410— Flexible Ringing: Lunch
ตัวอย่าง
CO 3 ใช้ Normal Mode
ต้องการให้เฉพาะ Jack 08 ได้รับสัญญาณเรียกเข้า
ขั้นตอน
① ตรวจ CO 3 ว่าตั้งเป็น Normal ใน Time Service Mode ที่ต้องการ
② เปิดโปรแกรม Flexible Ringing ของช่วงเวลานั้น
③ เลือก CO 3
④ ตั้ง Jack 08 เป็น Enable
⑤ ตรวจ Extension อื่นที่ไม่ต้องการให้รับสาย CO 3
⑥ กำหนดตามนโยบายการรับสาย
⑦ กด STORE
⑧ อ่านค่ากลับ
⑨ ทดลองโทรเข้า
DIL กับ Flexible Ringing ต่างกันอย่างไร?
DIL เป็นการกำหนดปลายทางรับสายโดยตรงของ CO Line
Flexible Ringing ใช้กำหนดเครื่องที่รับสัญญาณเรียกเข้าใน Normal Mode
ควรเลือกวิธีหนึ่งให้ตรงกับแผนการรับสาย และหลีกเลี่ยงการแก้หลายโปรแกรมโดยไม่ทราบผลกระทบ
⑩ วิธีให้เครื่องแฟกซ์รับสายอัตโนมัติ
หลังจากกำหนดเส้นทางสายเรียกเข้าของ PBX แล้ว ต้องตั้งค่าบนเครื่องแฟกซ์ด้วย
ขั้นตอน
① เปิดเมนูเครื่องแฟกซ์
② เลือกโหมดรับสายอัตโนมัติ เช่น FAX ONLY หรือ AUTO RECEIVE ตามรุ่น
③ กำหนดจำนวนครั้งของเสียงเรียกก่อนรับ
④ ตรวจขนาดกระดาษและหมึกพิมพ์หรือตลับโทนเนอร์
⑤ ตรวจหน่วยความจำเครื่องแฟกซ์
⑥ ตรวจพอร์ต LINE
⑦ โทรเข้าหมายเลขแฟกซ์จากภายนอก
⑧ ตรวจว่าเครื่องแฟกซ์ตอบรับและเริ่มกระบวนการรับเอกสารได้
ตัวอย่าง
ตั้งเครื่องแฟกซ์เป็น FAX ONLY และให้รับหลังเสียงเรียก 1–2 ครั้งตามความเหมาะสม
ข้อควรระวัง
หากใช้สายร่วมกับพนักงานรับโทรศัพท์ ไม่ควรตั้ง Auto Receive โดยไม่วางแผน เพราะอาจทำให้เครื่องแฟกซ์รับสายสนทนาทั่วไปแทนพนักงาน
⑪ วิธีตั้งสิทธิ์ให้เครื่องแฟกซ์ใช้ CO 3 โทรออก
การรับแฟกซ์และการส่งแฟกซ์ใช้โปรแกรมคนละส่วน
หากต้องการให้เครื่องแฟกซ์ที่ Jack 08 ใช้ CO 3 สำหรับส่งเอกสารออก ต้องตรวจสิทธิ์โทรออกของ Extension
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
405— Flexible Outward Dialling: Day406— Flexible Outward Dialling: Night407— Flexible Outward Dialling: Lunch
ตัวอย่างสิทธิ์
| Extension Jack | CO 1 | CO 2 | CO 3 |
|---|---|---|---|
| 01 Reception | Enable | Enable | Disable |
| 03 ฝ่ายขาย | Disable | Enable | Disable |
| 05 ผู้บริหาร | Enable | Enable | Disable |
| 08 เครื่องแฟกซ์ | Disable | Disable | Enable |
ขั้นตอน
① ตรวจว่าแฟกซ์อยู่ Jack 08 จริง
② เข้าโปรแกรม 405
③ เลือก CO 3 และ Jack 08
④ ตั้ง Enable
⑤ ตรวจ CO 1 และ CO 2 สำหรับ Jack 08 ตามนโยบาย
⑥ กด STORE
⑦ ตรวจสิทธิ์ในโปรแกรม 406
⑧ ตรวจสิทธิ์ในโปรแกรม 407
⑨ อ่านค่ากลับ
⑩ ทดลองส่งแฟกซ์ออกผ่าน CO 3
ข้อควรจำ
การตั้ง Enable ให้ Jack 08 ใช้ CO 3 ไม่ได้รับประกันว่าเครื่องแฟกซ์จะเลือก CO 3 เสมอไป หากวิธีการโทรออกหรือการตั้ง Automatic Line Access ไม่สัมพันธ์กับสิทธิ์ดังกล่าว
จึงต้องทดสอบการโทรจริง
⑫ วิธีป้องกันพนักงานใช้สายแฟกซ์โทรออก
หากต้องการสงวน CO 3 สำหรับการส่งแฟกซ์ ควรจำกัดสิทธิ์ของโทรศัพท์เครื่องอื่น
ตัวอย่าง
- แฟกซ์ Jack 08 ใช้ CO 3 ได้
- โทรศัพท์ทั่วไป Jack 01–07 ไม่ใช้ CO 3
- CO 1 และ CO 2 ยังคงใช้โทรออกตามสิทธิ์ปกติ
ขั้นตอน
① ตรวจผัง Extension Jack
② เข้าโปรแกรม 405
③ เลือก CO 3
④ ตรวจ Jack 01–07
⑤ กำหนด Disable ให้ Extension ที่ไม่มีสิทธิ์
⑥ กำหนด Enable ให้ Jack 08
⑦ บันทึกค่า
⑧ ตรวจโปรแกรม 406 และ 407 ด้วย
⑨ ทดลองเลือก CO 3 จากเครื่องทั่วไป
⑩ ทดลองส่งแฟกซ์ออกจาก Jack 08
ข้อสำคัญ
หากจำกัดเฉพาะโปรแกรม 405 ระบบอาจยังใช้ CO 3 ได้ใน Night หรือ Lunch ตามค่าของโหมดนั้น
ต้องตรวจครบทุกช่วงเวลาที่องค์กรใช้งาน
⑬ วิธีให้แฟกซ์เลือก CO 3 เมื่อส่งเอกสาร
เครื่องแฟกซ์ส่วนใหญ่ทำงานเสมือนโทรศัพท์อนาล็อกเมื่อต่อกับพอร์ต Extension
หากเครื่องแฟกซ์ต้องส่งเอกสารออกผ่าน PBX จะต้องใช้วิธีเลือกสายนอกที่ถูกต้อง
ตัวอย่าง
เครื่องแฟกซ์ที่ Jack 08 ได้รับสิทธิ์ใช้เฉพาะ CO 3
ผู้ใช้สามารถกำหนดหมายเลขปลายทางพร้อมรหัสเลือกสายนอกตามแผนหมายเลขของ PBX
กรณีใช้ Automatic Line Access
หากรหัสโทรออกของ PBX คือ 9 และ CO 3 เป็นสายนอกที่เครื่องแฟกซ์ได้รับอนุญาตให้ใช้ผ่านวิธีดังกล่าว เครื่องแฟกซ์อาจใช้รูปแบบ
9 → หมายเลขแฟกซ์ปลายทาง
แต่ต้องตรวจโปรแกรม Automatic Line Access ให้ถูกต้องด้วย
กรณีต้องเลือก CO 3 แบบเจาะจง
ให้ใช้วิธีเลือกสายนอกเฉพาะเส้นที่ KX-TES824 และเครื่องแฟกซ์รองรับตามคู่มือ
ข้อควรระวัง
รหัส 9 ไม่ใช่คำสั่งเลือก CO 3 โดยตรง และไม่ควรสมมุติว่าระบบจะเลือกสายแฟกซ์เสมอไปหากไม่ได้กำหนดสิทธิ์และการเลือกสายไว้ถูกต้อง
⑭ โปรแกรม 419 เกี่ยวข้องกับการสงวนสายแฟกซ์อย่างไร?
โปรแกรม 419 หรือ Automatic Designated Line Access ใช้กำหนดว่า CO Line ใดเข้าร่วมการเลือกสายนอกอัตโนมัติ
ตัวอย่าง
สำนักงานต้องการให้พนักงานทั่วไปกด 9 แล้วเลือกเฉพาะ CO 1 และ CO 2
ส่วน CO 3 สงวนสำหรับแฟกซ์
แผนการตั้งค่า
| CO Line | Automatic Line Access |
|---|---|
| CO 1 | Enable |
| CO 2 | Enable |
| CO 3 | Disable |
ข้อควรระวัง
หากปิด CO 3 ในโปรแกรม 419 เครื่องแฟกซ์ที่ต้องการกด 9 เพื่อส่งเอกสารออกก็อาจไม่สามารถเลือก CO 3 ด้วย Automatic Line Access ได้
ดังนั้นต้องออกแบบวิธีการเลือกสายนอกของเครื่องแฟกซ์ให้เหมาะสม
คำแนะนำ
หากต้องการจำกัดสิทธิ์เฉพาะเครื่องแฟกซ์ ควรพิจารณาการตั้งสิทธิ์ราย Extension ผ่านโปรแกรม 405–407 เป็นหลัก แล้วตรวจวิธีเลือกสายนอกที่ใช้งานจริงประกอบด้วย
⑮ FAX Connection โปรแกรม 503 คืออะไร?
โปรแกรม 503 หรือ FAX Connection เป็นฟังก์ชันของ KX-TES824 ที่เกี่ยวข้องกับการส่งสายแฟกซ์ไปยัง Extension ที่กำหนด เมื่อระบบตรวจพบเสียงแฟกซ์ CNG ผ่านฟังก์ชัน DISA ที่รองรับ
หลักการทำงาน
① มีสายเรียกเข้าผ่าน CO Line ที่ใช้ DISA
② ระบบตรวจเสียงแฟกซ์ CNG ตามเงื่อนไข
③ เมื่อพบเสียงดังกล่าว ระบบส่งสายไปยัง Extension ของเครื่องแฟกซ์ที่กำหนดไว้
④ เครื่องแฟกซ์รับสายตามการตั้งค่าของอุปกรณ์
ตัวอย่าง
บริษัทใช้เบอร์โทรศัพท์หลักร่วมกับการรับแฟกซ์
หากสายเรียกเข้ามีเสียง CNG และ DISA ตรวจพบได้ ระบบสามารถส่งไปยัง Extension ที่ตั้งเป็น FAX Connection
สิ่งที่ต้องทราบ
โปรแกรม 503 ไม่ใช่โปรแกรมแยก CO Line เฉพาะเครื่องแฟกซ์โดยตรง
แต่เป็นการกำหนด Extension ปลายทางให้ฟังก์ชันตรวจจับเสียงแฟกซ์
⑯ วิธีตั้ง FAX Connection โปรแกรม 503
หากสำนักงานต้องการใช้ DISA ตรวจจับสายแฟกซ์ สามารถตรวจโปรแกรม 503 เพื่อกำหนด Extension ของเครื่องแฟกซ์
ขั้นตอน
① ยืนยันว่าเครื่องแฟกซ์เชื่อมต่อกับ Extension Jack ที่ต้องการ
② ตรวจการทำงานของ DISA
③ เข้า System Programming
④ กด 503
⑤ กด NEXT
⑥ เลือก Extension Jack ที่เชื่อมกับเครื่องแฟกซ์ เช่น 08
⑦ กด AUTO DIAL/STORE
⑧ อ่านค่ากลับ
⑨ ออกจากโปรแกรม
⑩ ตรวจการเปิด FAX Tone Detection ในส่วน DISA
⑪ ทดลองโทรเข้าจากเครื่องแฟกซ์ภายนอก
⑫ ตรวจว่าระบบส่งสายไปยัง Jack 08
ข้อควรระวัง
ต้องตรวจความเข้ากันได้ของ DISA, FAX Tone Detection และรูปแบบ CO Line Mode ตามคู่มือก่อน
ไม่ควรตั้งโปรแกรม 503 เพียงรายการเดียวแล้วสรุปว่าระบบแยกเสียงแฟกซ์ได้ครบทุกกรณี
⑰ โปรแกรม 514 FAX Tone Detection ใช้ทำอะไร?
โปรแกรม 514 ใช้กำหนดจำนวนครั้งที่ระบบต้องตรวจพบเสียงแฟกซ์ CNG ในช่วงการทำงานของ DISA ตามที่รองรับ
ตัวเลือก
- 1 ครั้ง
- 2 ครั้ง
ทำไมต้องกำหนด?
เพื่อให้ระบบมีเงื่อนไขการตรวจจับเสียงแฟกซ์ก่อนส่งสายไปยัง Extension ที่กำหนด
ตัวอย่าง
สำนักงานใช้เบอร์โทรศัพท์และแฟกซ์ร่วมกันผ่าน DISA
เมื่อผู้ส่งแฟกซ์โทรเข้ามา เครื่องต้นทางส่งเสียง CNG
หาก PBX ตรวจพบตามเงื่อนไข ก็สามารถส่งสายไปยัง Extension ของแฟกซ์ที่กำหนดในโปรแกรม 503
ข้อควรระวัง
เครื่องแฟกซ์หรือระบบส่งแฟกซ์บางประเภทอาจไม่ส่ง CNG ในรูปแบบที่ PBX ตรวจจับได้ทุกครั้ง
ดังนั้นการใช้ FAX Tone Detection ไม่ได้รับประกันว่าจะแยกสายแฟกซ์ได้สำเร็จทุกการโทร
หากต้องการความแน่นอนสูง ควรพิจารณาใช้หมายเลขและ CO Line เฉพาะสำหรับแฟกซ์
⑱ Data Line Security สำคัญกับเครื่องแฟกซ์อย่างไร?
Panasonic KX-TES824 รองรับฟังก์ชัน Data Line Security เพื่อช่วยป้องกันเสียงแจ้งเตือนและการรบกวนบางประเภทในระหว่างการสื่อสารข้อมูล
เหมาะกับ Extension ที่ต่ออุปกรณ์ เช่น
- เครื่องแฟกซ์
- โมเด็ม
- ระบบ Voice Processing บางประเภท
ทำไมแฟกซ์ต้องการสัญญาณที่ต่อเนื่อง?
การรับ–ส่งแฟกซ์แบบอนาล็อกอาศัยสัญญาณเสียงผ่านวงจรโทรศัพท์
หากมีเสียง Call Waiting หรือสัญญาณแทรกระหว่างการส่งเอกสาร อาจทำให้การสื่อสารสะดุดหรือหยุดก่อนเสร็จสิ้น
Data Line Security ช่วยอะไร?
ช่วยป้องกันสัญญาณบางชนิด เช่น
① Call Waiting Tone
② Hold Recall Tone
③ การรบกวนบางประเภทจาก Executive Busy Override
ข้อจำกัด
ฟังก์ชันนี้ไม่ได้ซ่อมสัญญาณโทรศัพท์ที่มีเสียงรบกวนจากสายเสียหรือ Gateway ที่ไม่เหมาะสม
ต้องตรวจคุณภาพคู่สายจริงร่วมด้วย
⑲ วิธีเปิด Data Line Security ให้เครื่องแฟกซ์
หากเครื่องแฟกซ์เชื่อมกับ Extension ที่รองรับ สามารถตั้ง Data Line Security ตามขั้นตอนใน User Manual ของ KX-TES824
ขั้นตอน
① ตรวจหมายเลข Extension ของเครื่องแฟกซ์
② ตรวจว่า Extension อยู่ในสถานะว่าง
③ ใช้ฟังก์ชัน Data Line Security ตามรหัส Feature Numbering ของระบบ
④ เลือกเปิดใช้งาน
⑤ ตรวจเสียงยืนยันหรือสถานะตามคู่มือ
⑥ ทดลองรับ–ส่งแฟกซ์
ข้อควรระวัง
รหัส Feature Numbering อาจขึ้นอยู่กับ Model Code และการตั้งค่าของระบบ จึงควรตรวจตารางรหัสจาก User Manual ที่ตรงกับเครื่องก่อนกด
ไม่ควรใช้รหัสที่ไม่ตรวจสอบกับระบบโทรศัพท์สำนักงานจริง
⑳ เครื่องแฟกซ์ต่อกับ Voice Gateway แล้วส่งไม่ได้ เกิดจากอะไร?
ปัญหานี้พบได้เมื่อสำนักงานใช้บริการโทรศัพท์ผ่าน Router Fiber หรือระบบ VoIP
แม้เครื่องแฟกซ์จะต่อเข้ากับ Extension ของ KX-TES824 ได้ตามปกติ แต่สัญญาณยังต้องผ่าน Gateway ก่อนออกสู่เครือข่าย
จุดที่ควรตรวจ
① Gateway รองรับการส่งแฟกซ์อนาล็อกหรือไม่
② บริการรองรับ T.38 Fax Relay หรือการส่งเสียงแฟกซ์ผ่าน G.711 หรือไม่
③ มีการปรับแต่ง Codec ที่กระทบแฟกซ์หรือไม่
④ มี Packet Loss หรือ Jitter สูงหรือไม่
⑤ อุปกรณ์ต้นทางรองรับความเร็วแฟกซ์เท่าใด
⑥ เครื่องแฟกซ์ตั้งความเร็วส่งเหมาะสมหรือไม่
⑦ มีระบบ ECM หรือ Error Correction Mode หรือไม่
⑧ สัญญาณโทรศัพท์จากพอร์ต FXS เสถียรหรือไม่
ข้อควรจำ
การใช้แฟกซ์ผ่าน VoIP ไม่ได้รับประกันว่าจะเสถียรทุกระบบ
บางกรณีจำเป็นต้องลดความเร็วส่งแฟกซ์หรือปรับตั้งค่าของ Gateway ตามข้อกำหนดของผู้ให้บริการ
การตั้งค่าภายใน PBX เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งหมดได้
㉑ วิธีแก้รับแฟกซ์ไม่ได้ แต่ส่งแฟกซ์ออกได้
หากเครื่องแฟกซ์ส่งออกได้ แต่รับไม่ได้ ควรตรวจส่วนรับสายเข้าก่อน
สาเหตุที่ควรตรวจ
① CO Line Mode ไม่ถูกต้อง
② DIL Destination ไม่ได้กำหนดไปยังแฟกซ์
③ Flexible Ringing ไม่ได้เปิดให้ Extension แฟกซ์
④ ค่า Day/Night/Lunch แตกต่างกัน
⑤ เครื่องแฟกซ์ไม่ได้เปิด Auto Receive
⑥ เครื่องแฟกซ์ตั้งจำนวนครั้งเสียงเรียกมากเกินไป
⑦ มีอุปกรณ์อื่นรับสายก่อน
⑧ พอร์ต LINE ต่อผิด
⑨ Gateway ไม่สามารถส่งสัญญาณเรียกเข้าได้ถูกต้อง
วิธีแก้
ตรวจจาก CO Line ที่ใช้รับแฟกซ์จริง แล้วไล่เส้นทางไปยัง Extension ของเครื่องแฟกซ์
จากนั้นทดสอบว่าเครื่องแฟกซ์ได้รับเสียงเรียกเข้าหรือไม่
หากมีเสียงเรียกแล้วแต่ไม่รับเอกสาร ให้ตรวจการตั้งค่าของเครื่องแฟกซ์และคุณภาพสัญญาณต่อไป
㉒ วิธีแก้ส่งแฟกซ์ไม่ได้ แต่รับแฟกซ์ได้
หากรับแฟกซ์ได้ แต่ส่งออกไม่ได้ ควรตรวจสิทธิ์โทรออกและวิธีเลือก CO Line
สาเหตุที่ควรตรวจ
① Extension แฟกซ์ไม่มีสิทธิ์ใช้ CO Line
② โปรแกรม 405–407 จำกัด CO ที่ต้องการ
③ เครื่องแฟกซ์กดรหัสเลือกสายนอกผิด
④ CO Line ที่เลือกไม่ว่าง
⑤ โปรแกรม 419 ไม่อนุญาตการเลือกอัตโนมัติสำหรับ CO ที่ต้องการ
⑥ Dial Mode ไม่ตรงกับบริการ
⑦ Gateway มีปัญหาในการรับหมายเลข
⑧ หมายเลขแฟกซ์ปลายทางไม่ถูกต้อง
⑨ มีข้อจำกัด Toll Restriction
วิธีแก้
① ตรวจ Extension ของเครื่องแฟกซ์
② ตรวจ CO Line ที่ได้รับอนุญาต
③ ตรวจรหัสโทรออกที่บันทึกในเครื่องแฟกซ์
④ ทดสอบเลือกสายนอก
⑤ ตรวจ Dial Tone
⑥ ทดลองส่งไปยังเครื่องแฟกซ์ปลายทางที่ได้รับอนุญาต
⑦ ตรวจรายงานการส่งแฟกซ์
㉓ ตารางแก้ปัญหาแฟกซ์บน KX-TES824
| อาการ | จุดตรวจสอบ | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| แฟกซ์ไม่ดังเมื่อมีสายเข้า | CO Mode และ DIL | ตรวจเส้นทางรับสาย |
| แฟกซ์ดังแต่ไม่รับ | Auto Receive | ตรวจการตั้งค่าเครื่อง |
| สายเข้าดังที่ Reception แทน | DIL/Flexible Ringing | ตรวจปลายทาง |
| ส่งออกไม่ได้ | 405–407 | ตรวจสิทธิ์ |
| กด 9 แล้วเลือกสายผิด | 121, 419 | ตรวจ Automatic Line Access |
| CO Line ไม่ว่าง | สถานะสาย | ตรวจการใช้งาน |
| รับแฟกซ์ได้เฉพาะกลางวัน | 415–416 | ตรวจ Night/Lunch |
| ส่งเอกสารแล้วขาดหาย | คุณภาพสัญญาณ | ตรวจสายและ Gateway |
| มีเสียง Call Waiting แทรก | Data Line Security | ตรวจฟังก์ชันป้องกัน |
| DISA ไม่แยกแฟกซ์ | 503, 514 | ตรวจ FAX Detection |
| เครื่องแฟกซ์ไม่ส่ง CNG | ความเข้ากันได้ | พิจารณาสายเฉพาะ |
| ใช้ VoIP แล้วแฟกซ์หลุด | T.38/G.711 | ตรวจ Gateway |
| รับสายผิดเครื่อง | CO Routing | ตรวจปลายทาง |
| แฟกซ์ต่อผิดพอร์ต | LINE/EXT | ตรวจการต่อสาย |
| ผู้ใช้ทั่วไปใช้สายแฟกซ์ | 405–407 | จำกัดสิทธิ์ |
| หลังเปลี่ยนค่ารับสายไม่ได้ | Backup เดิม | เปรียบเทียบการตั้งค่า |
㉔ วิธีทดสอบระบบแฟกซ์หลังตั้งค่า
หลังตั้งค่าควรตรวจทั้งการรับและส่งแฟกซ์
การทดสอบที่ 1 โทรเข้าหมายเลขแฟกซ์
① ใช้เครื่องแฟกซ์ภายนอกที่ได้รับอนุญาต
② ส่งเอกสารทดสอบหนึ่งหน้า
③ ตรวจว่า CO Line ที่กำหนดได้รับสาย
④ ตรวจว่าเครื่องแฟกซ์ภายในรับสาย
⑤ ตรวจว่าเอกสารถูกพิมพ์หรือบันทึกสำเร็จ
การทดสอบที่ 2 ส่งแฟกซ์ออก
① ใส่เอกสารทดสอบ
② กดรหัสเลือกสายนอกตามการตั้งค่าจริง
③ กดหมายเลขแฟกซ์ปลายทาง
④ ส่งเอกสาร
⑤ ตรวจรายงานการส่ง
การทดสอบที่ 3 ตรวจสิทธิ์ของพนักงาน
ทดลองจาก Extension ที่ไม่ได้รับอนุญาตใช้ CO 3 แล้วตรวจว่าสิทธิ์ทำงานตามแผน
การทดสอบที่ 4 ตรวจทุก Time Service Mode
ทดสอบ Day, Night และ Lunch เพื่อให้แน่ใจว่าแฟกซ์รับสายได้ตรงตามเวลาที่ต้องการ
การทดสอบที่ 5 ตรวจการส่งหลายหน้า
ส่งเอกสารทดสอบหลายหน้าเพื่อตรวจความเสถียรของคู่สายและ Gateway
การทดสอบที่ 6 บันทึกผล
เก็บหมายเลข CO Line, Extension Jack, โปรแกรมที่ตั้ง และผลการรับ–ส่งแฟกซ์ไว้ในเอกสารระบบ
㉕ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแยกสายนอกให้แฟกซ์ KX-TES824
เครื่องแฟกซ์ต่อกับ KX-TES824 ได้ไหม?
ได้ หากเป็นเครื่องแฟกซ์อนาล็อกที่เข้ากันได้กับพอร์ต Extension ของ PBX
ควรต่อเครื่องแฟกซ์เข้าพอร์ต CO หรือ Extension?
หากต้องการให้แฟกซ์ทำงานผ่าน PBX ให้ต่อเข้าพอร์ต Extension ที่รองรับ แล้วตั้งเส้นทางรับสายและสิทธิ์โทรออก
สามารถแยก CO 3 ให้แฟกซ์โดยเฉพาะได้ไหม?
ได้ หากมีคู่สายจริงและกำหนดการรับ–ส่งผ่านโปรแกรมให้ถูกต้อง
โปรแกรม 400 เกี่ยวข้องอย่างไร?
ใช้กำหนดสถานะการเชื่อมต่อของ CO Line
โปรแกรม 405–407 ใช้ทำอะไร?
ใช้กำหนดสิทธิ์ของ Extension ว่าสามารถใช้ CO Line ใดโทรออกได้ในช่วง Day, Night และ Lunch
โปรแกรม 408–410 ใช้ทำอะไร?
ใช้กำหนด Extension ที่ได้รับสัญญาณเรียกเข้าจาก CO Line ใน Normal Mode ตามช่วงเวลา
โปรแกรม 414–416 คืออะไร?
ใช้กำหนดรูปแบบการรับสายเข้า CO Line ใน Day, Night และ Lunch
DIL เหมาะกับเครื่องแฟกซ์ไหม?
เหมาะเมื่อมี CO Line เฉพาะสำหรับแฟกซ์และต้องการส่งสายเข้าตรงไปยัง Extension แฟกซ์
ต้องกำหนด DIL ทุกช่วงเวลาไหม?
ควรตรวจทุกช่วงเวลาที่ใช้งานจริง เพื่อให้เครื่องแฟกซ์รับสายได้ตามแผน
โปรแกรม 503 คืออะไร?
FAX Connection ใช้กำหนด Extension ปลายทางสำหรับการส่งสายแฟกซ์ที่ระบบ DISA ตรวจพบ
โปรแกรม 514 คืออะไร?
FAX Tone Detection ใช้กำหนดจำนวนครั้งของการตรวจเสียงแฟกซ์ CNG ในฟังก์ชัน DISA
ใช้เบอร์เดียวสำหรับโทรศัพท์และแฟกซ์ได้ไหม?
ได้ในระบบที่รองรับการจัดการสายร่วมกัน แต่ต้องออกแบบการรับสายและตรวจความสามารถของ DISA หรืออุปกรณ์รับสาย
Data Line Security ช่วยอะไร?
ช่วยลดการรบกวนจากเสียงแจ้งเตือนบางประเภทระหว่างรับ–ส่งข้อมูล เช่น แฟกซ์
ส่งแฟกซ์ผ่าน Router Fiber ได้ไหม?
ขึ้นอยู่กับบริการและ Gateway ว่ารองรับการส่งแฟกซ์ผ่าน VoIP อย่างเหมาะสมหรือไม่
ทำไมรับแฟกซ์ได้แต่ส่งไม่ได้?
ควรตรวจสิทธิ์โทรออก วิธีเลือก CO Line และ Dial Mode
ทำไมส่งแฟกซ์ได้แต่รับไม่ได้?
ควรตรวจ CO Line Mode, DIL Destination, Flexible Ringing และโหมด Auto Receive ของเครื่องแฟกซ์
ตั้งค่าผ่าน KX-TE Maintenance Console ได้ไหม?
ได้สำหรับรายการโปรแกรมระบบที่ซอฟต์แวร์รองรับ โดยต้องเชื่อมต่อกับ PBX จริงและมีสิทธิ์แก้ไข
ต้องรีสตาร์ตตู้หลังตั้งค่าไหม?
โดยทั่วไปควรบันทึกค่า อ่านค่ากลับ และทดสอบก่อน ไม่ควรรีสตาร์ตโดยไม่มีเหตุจำเป็น
ควร Backup ก่อนแก้ไขไหม?
ควรทำ เพราะการตั้งสายแฟกซ์อาจกระทบทั้งการรับสายเข้าและสิทธิ์การใช้สายนอกของพนักงาน
㉖ สรุปวิธีแยกสายนอกสำหรับเครื่องแฟกซ์ใน Panasonic KX-TES824
การแยกสายนอกสำหรับเครื่องแฟกซ์ใน Panasonic KX-TES824 ช่วยให้สำนักงานรับ–ส่งเอกสารได้อย่างเป็นระบบ และลดการใช้คู่สายร่วมกันโดยไม่จำเป็น
ขั้นตอนสำคัญคือ ตรวจ CO Line → ต่อแฟกซ์กับ Extension → ตั้งการรับสายเข้า → ตั้งสิทธิ์โทรออก → ตั้งเครื่องแฟกซ์ Auto Receive → ทดสอบจริง
หากต้องการใช้ CO Line เฉพาะสำหรับแฟกซ์ ควรพิจารณาตั้ง DIL ให้สายเรียกเข้าจาก CO ที่กำหนดส่งตรงไปยัง Extension เครื่องแฟกซ์ พร้อมตรวจปลายทางในช่วง Day, Night และ Lunch
หากใช้ CO Line แบบ Normal สามารถกำหนด Extension ที่รับสายเรียกเข้าผ่าน Flexible Ringing โปรแกรม 408–410 ได้ตามแผน
สำหรับการส่งแฟกซ์ออก ต้องตรวจสิทธิ์โปรแกรม 405–407 และวิธีเลือกสายนอกของเครื่องแฟกซ์ให้ตรงกับ CO Line ที่ต้องการ
หากสำนักงานใช้หมายเลขโทรศัพท์ร่วมกับแฟกซ์ สามารถพิจารณาฟังก์ชัน FAX Connection [503] และ FAX Tone Detection [514] ผ่าน DISA แต่ต้องทราบว่าการตรวจเสียงแฟกซ์ไม่ได้รับประกันความสำเร็จทุกกรณี
นอกจากนี้ ควรเปิด Data Line Security ตามความเหมาะสมเพื่อลดเสียงแจ้งเตือนที่รบกวนการส่งข้อมูล และตรวจความเข้ากันได้ของ Voice Gateway หากใช้แฟกซ์ผ่านบริการโทรศัพท์ IP
ComSiam แนะนำให้ช่างติดตั้งและผู้ดูแลระบบโทรศัพท์จัดทำผัง CO Line และ Extension สำหรับแฟกซ์โดยเฉพาะ บันทึกค่าโปรแกรมรับสายเข้าและสิทธิ์โทรออก พร้อมทดสอบการรับ–ส่งเอกสารทุกช่วงเวลา เพื่อให้ Panasonic KX-TES824 ทำงานร่วมกับเครื่องแฟกซ์ได้อย่างถูกต้อง ลดปัญหาเอกสารส่งไม่สำเร็จ และเพิ่มความต่อเนื่องในการสื่อสารของสำนักงาน
ComSiam Professional Team







