วิธีเปิดใช้งาน CO Line ตู้ KX-TES824 หลังเพิ่มสายโทรศัพท์ใหม่

วิธีเปิดใช้งาน CO Line ตู้ Panasonic KX-TES824 หลังเพิ่มสายโทรศัพท์ใหม่ ให้เริ่มจากตรวจสอบว่าสายภายนอกมีสัญญาณจริงและต่อเข้าพอร์ต CO ของตู้ถูกต้อง จากนั้นเข้า System Programming เลือกโปรแกรม 400 หรือ CO Line Connection แล้วกำหนดพอร์ตที่เพิ่มใหม่เป็น Connect พร้อมบันทึกด้วยปุ่ม STORE

แต่การตั้งค่าโปรแกรม 400 เพียงรายการเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากต้องการให้พนักงานโทรออกและรับสายเข้าผ่านสายนอกใหม่ได้ ต้องตรวจสอบสิทธิ์โทรออกด้วยโปรแกรม 405–407 การกำหนดเครื่องรับสายด้วยโปรแกรม 408–410 และโหมดรับสายเข้าด้วยโปรแกรม 414–416 ตามลักษณะการใช้งานจริง

ตัวอย่างเช่น สำนักงานเดิมมี CO 1 และ CO 2 ใช้งานอยู่ ต่อมาขอหมายเลขโทรศัพท์เพิ่มอีกหนึ่งหมายเลขและเชื่อมต่อเข้าพอร์ต CO 3 หากตู้ยังตั้ง CO 3 เป็น Not Connect ระบบจะไม่เลือกสายนอกดังกล่าวเพื่อใช้งานตามปกติ จึงต้องเปิดพอร์ตและกำหนดการใช้งานให้ครบถ้วน

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีเปิด CO Line ใหม่ของ KX-TES824 อย่างละเอียด ตั้งแต่การตรวจสอบคู่สาย การต่ออุปกรณ์ การตั้งค่าผ่าน KX-T7730 และ Maintenance Console ไปจนถึงการทดสอบโทรเข้า โทรออก และแก้ปัญหาเมื่อเพิ่มสายนอกแล้วใช้งานไม่ได้

① วิธีเปิด CO Line ใหม่ KX-TES824 แบบรวดเร็ว

หากมีสายโทรศัพท์ภายนอกติดตั้งและตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ให้ดำเนินการดังนี้

① ตรวจสอบว่าสายโทรศัพท์ใหม่มีสัญญาณและใช้งานได้จริง

② ระบุว่าสายใหม่ต่อเข้าพอร์ต CO หมายเลขใด

③ ตรวจสอบว่าพอร์ตนั้นมีอยู่จริงและใช้งานได้กับการ์ดที่ติดตั้ง

④ Backup ค่าโปรแกรมเดิมก่อนแก้ไข

⑤ เข้า System Programming ผ่านโทรศัพท์ KX-T7730 หรือ Maintenance Console

⑥ เปิดโปรแกรม 400 — CO Line Connection

⑦ เลือกหมายเลข CO Line ที่เพิ่งเพิ่ม

⑧ เปลี่ยนสถานะจาก Not Connect เป็น Connect

⑨ กด STORE เพื่อบันทึก

⑩ ตรวจสอบ Dial Mode ด้วยโปรแกรม 401 หากจำเป็น

⑪ ตรวจสอบ CO Line Group ด้วยโปรแกรม 404

⑫ ตั้งสิทธิ์โทรออกในโปรแกรม 405–407

⑬ ตั้งเครื่องรับสายในโปรแกรม 408–410 หากใช้โหมดรับสายแบบ Normal

⑭ ตรวจสอบโหมดรับสายด้วยโปรแกรม 414–416

⑮ ทดลองโทรออกโดยเลือก CO Line ใหม่โดยตรง

⑯ ทดลองโทรเข้าหมายเลขใหม่จากโทรศัพท์ภายนอก

⑰ ตรวจสอบการทำงานตามช่วงเวลาและ Backup อีกครั้ง

สรุปลำดับ: ตรวจสายจริง → 400 Connect → สิทธิ์โทรออก → เครื่องรับสายเข้า → ทดสอบ → Backup

② CO Line ใหม่หมายถึงอะไร?

CO Line หรือ Central Office Line คือช่องทางสายนอกที่เชื่อมต่อระบบโทรศัพท์ภายในสำนักงานกับผู้ให้บริการโทรศัพท์

การเพิ่ม CO Line ใหม่อาจเกิดจากหลายกรณี เช่น

  • ขอหมายเลขโทรศัพท์สำนักงานเพิ่ม
  • ติดตั้งคู่สายอนาล็อกเพิ่มเติม
  • เพิ่มพอร์ตโทรศัพท์จาก Voice Gateway
  • เพิ่มสายสำรองสำหรับฝ่ายขาย
  • เพิ่มสายสำหรับฝ่ายบริการลูกค้า
  • เพิ่มหมายเลขที่ใช้กับแฟกซ์
  • ขยายจำนวนสายพร้อมใช้งานเพื่อรองรับพนักงาน

ตัวอย่าง

เดิมสำนักงานมี

CO 1 = หมายเลขหลักของสำนักงาน

CO 2 = หมายเลขฝ่ายขาย

ต่อมาเพิ่ม

CO 3 = หมายเลขฝ่ายบริการลูกค้า

เมื่อเชื่อมต่อคู่สาย CO 3 เข้าตู้แล้ว จำเป็นต้องตรวจสอบการตั้งค่าให้ตรงกับแผนรับสายและสิทธิ์การโทรของสำนักงาน

เพิ่ม CO Line แล้วโทรพร้อมกันได้มากขึ้นไหม?

หากเพิ่มคู่สายจริงที่เป็นช่องทางใช้งานแยกต่างหาก จำนวนสายภายนอกที่สามารถใช้งานพร้อมกันอาจเพิ่มขึ้นตามจำนวนคู่สายและความจุของตู้

แต่ต้องตรวจสอบข้อจำกัดของบริการโทรศัพท์หรือ Voice Gateway ด้วย เพราะหมายเลขโทรศัพท์หลายหมายเลขไม่ได้หมายความว่าจะมีช่องสนทนาอิสระหลายช่องเสมอไป

③ KX-TES824 เพิ่มสายนอกได้สูงสุดกี่เส้น?

Panasonic KX-TES824 เป็นตู้สาขาโทรศัพท์แบบ Advanced Hybrid System

ความจุของตู้ขึ้นอยู่กับการติดตั้งการ์ดขยาย

รายการความจุ
สายนอกเริ่มต้น3 CO Lines
เบอร์ภายในเริ่มต้น8 Extensions
สายนอกสูงสุด8 CO Lines
เบอร์ภายในสูงสุด24 Extensions

ถ้าต้องการเพิ่มจาก 2 เป็น 3 สายนอก

หากตู้มีพอร์ต CO 3 ว่างอยู่และยังใช้งานได้ อาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มการ์ดขยาย

ให้ตรวจสอบคู่สายจริงและเปิดใช้งานพอร์ตตามโปรแกรม

ถ้าต้องการเพิ่มมากกว่า 3 สายนอก

ต้องตรวจสอบการ์ดขยายและความจุของตู้ก่อน

ไม่ควรตั้งโปรแกรมให้ CO 4 หรือ CO 5 เป็น Connect โดยสมมุติว่าพอร์ตมีอยู่จริง เพราะอาจยังไม่มีการ์ดหรือช่องต่อที่จำเป็น

ข้อควรระวัง

พอร์ตที่ไม่มีสายโทรศัพท์เชื่อมต่อควรกำหนดเป็น Not Connect เพื่อป้องกันระบบเลือกคู่สายที่ไม่มีสัญญาณ

④ ก่อนเปิด CO Line ใหม่ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง?

ควรตรวจสอบทั้งสภาพคู่สายและค่าระบบเดิมก่อนเริ่มเปลี่ยนโปรแกรม

1. ตรวจหมายเลขโทรศัพท์ใหม่

ยืนยันว่าหมายเลขที่ได้รับสามารถโทรเข้าและโทรออกได้ตามบริการที่สมัครไว้

2. ตรวจชนิดสัญญาณ

ตรวจว่าสายที่นำเข้าตู้เป็นสัญญาณโทรศัพท์อนาล็อกที่เข้ากันได้กับพอร์ต CO ของ KX-TES824

3. ตรวจพอร์ตของตู้

ระบุว่าสายต่อเข้าพอร์ต CO ใด

4. ตรวจการ์ดขยาย

หากใช้พอร์ตบนการ์ดขยาย ต้องตรวจว่าการ์ดถูกติดตั้งถูกต้องและได้รับการรองรับ

5. ตรวจสถานะเดิมของโปรแกรม 400

จดว่าพอร์ตดังกล่าวตั้ง Connect หรือ Not Connect

6. ตรวจสิทธิ์ผู้ใช้งาน

กำหนดว่า Extension ใดควรได้รับอนุญาตให้ใช้สายนอกใหม่

7. ตรวจแผนรับสาย

กำหนดว่าเบอร์ใหม่จะดังที่เครื่องหรือแผนกใด

8. Backup

สำรองข้อมูลก่อนเริ่มงาน เพื่อใช้ตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงหากเกิดปัญหา

การเตรียมข้อมูลเหล่านี้ช่วยป้องกันการเปิด CO Line ผิดพอร์ตและการกระทบสายนอกเดิมที่กำลังใช้งานอยู่

⑤ วิธีตรวจว่าสายโทรศัพท์ใหม่มีสัญญาณจริงหรือไม่

ก่อนตั้งโปรแกรม ต้องยืนยันว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากคู่สายของผู้ให้บริการ

ขั้นตอนสำหรับช่างที่มีความชำนาญ

① ตรวจสอบข้อมูลบริการจากผู้ให้บริการโทรศัพท์

② ตรวจสอบจุดส่งมอบคู่สาย

③ ตรวจชนิดสัญญาณและพอร์ตที่ใช้

④ ใช้อุปกรณ์ทดสอบที่เหมาะสมกับคู่สายอนาล็อก

⑤ ตรวจว่ามีสัญญาณพร้อมใช้งาน

⑥ ทดลองโทรเข้าและออกโดยวิธีที่ปลอดภัยและรองรับ

⑦ บันทึกหมายเลขโทรศัพท์และพอร์ตที่ใช้

หากสายออกมาจาก Router หรือ Voice Gateway

ต้องตรวจสอบว่าพอร์ตที่ใช้เป็น FXS หรือ Phone Port ซึ่งให้สัญญาณโทรศัพท์อนาล็อกที่เหมาะสม

ไม่สามารถนำสาย Ethernet จาก LAN Port ไปต่อเข้าพอร์ต CO Line โดยตรง

ข้อควรระวัง

วงจรโทรศัพท์อนาล็อกอาจมีแรงดันไฟฟ้าขณะใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อมีสายเรียกเข้า

ควรใช้อุปกรณ์ทดสอบโทรศัพท์ที่เหมาะสม และไม่สัมผัสตัวนำเปลือยระหว่างตรวจสอบ

⑥ วิธีต่อสายโทรศัพท์ใหม่เข้าพอร์ต CO Line

เมื่อยืนยันว่าคู่สายใช้ได้แล้ว ให้ตรวจสอบพอร์ต CO ที่ต้องการเชื่อมต่อ

ตัวอย่าง

สำนักงานมีสายเดิมสองเส้น

  • CO 1 — เบอร์สำนักงาน
  • CO 2 — เบอร์ฝ่ายขาย

ต้องการเพิ่ม CO 3 สำหรับฝ่ายบริการลูกค้า

ขั้นตอน

① ตรวจสอบป้ายรุ่น KX-TES824

② ตรวจสอบแผนผังพอร์ตจาก Installation Manual

③ ตรวจสอบว่าพอร์ต CO 3 พร้อมใช้งานจริง

④ จัดเตรียมสายและขั้วต่อที่ถูกต้อง

⑤ เชื่อมต่อคู่สายตามข้อกำหนดของ Panasonic โดยช่างที่มีความชำนาญ

⑥ ตรวจความแน่นและความเรียบร้อยของสาย

⑦ ตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากและสายดินตามข้อกำหนด

⑧ ทดสอบการทำงานของคู่สาย

⑨ บันทึกว่าสายใหม่เชื่อมต่อกับ CO 3

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่สลับสาย CO เดิมโดยไม่มีบันทึก
  • ไม่ใช้พอร์ต Extension แทน CO
  • ไม่ต่อพอร์ต LAN เข้าสายนอก
  • ไม่ต่อวงจรที่มีสัญญาณไม่เข้ากัน
  • ไม่เปิดฝาหรือดัดแปลงแผงวงจรโดยไม่มีความรู้

⑦ วิธีเข้าโปรแกรม KX-TES824 ผ่าน KX-T7730

สำหรับการตั้งค่าสายนอกผ่านโทรศัพท์ ต้องเข้าโหมด System Programming ก่อน

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • โทรศัพท์ Panasonic KX-T7730
  • การเชื่อมต่อที่ Extension Jack 01
  • System Password ที่ถูกต้อง
  • หมายเลข CO Line ที่ต้องการเปิด

ขั้นตอน

① วางหูโทรศัพท์

② กด PROGRAM

③ กดเครื่องหมาย * แล้วตามด้วย #

④ ป้อน System Password ปัจจุบัน

⑤ กดหมายเลขโปรแกรม 400

⑥ กด SP-PHONE หรือ NEXT

⑦ เลือกหมายเลข CO Line

⑧ ตรวจสถานะปัจจุบัน

⑨ เปลี่ยนค่าตามที่ต้องการ

⑩ กด AUTO DIAL/STORE

⑪ ออกจากโปรแกรมเมื่อดำเนินการเสร็จ

System Password เริ่มต้น

ค่าเริ่มต้นของระบบคือ 1234

หากถูกเปลี่ยนแล้ว ต้องใช้รหัสปัจจุบันที่ผู้ดูแลได้รับอนุญาต

ไม่ควรใช้การล้างข้อมูลระบบเพื่อแก้ปัญหาเข้ารหัสผ่านไม่ได้ เพราะอาจทำให้การตั้งค่าอื่นสูญหาย

⑧ วิธีเปิด CO Line ใหม่ด้วยโปรแกรม 400

โปรแกรม 400 หรือ CO Line Connection ใช้กำหนดสถานะการเชื่อมต่อของพอร์ตสายนอก

ตัวเลือก

Connect — มีคู่สายและต้องการให้ระบบเลือกใช้งาน

Not Connect — ไม่มีคู่สายหรือไม่ต้องการเปิดใช้งานพอร์ต

ตัวอย่างการตั้ง CO 3

ก่อนเพิ่มสายนอก

CO Lineสถานะ
CO 1Connect
CO 2Connect
CO 3Not Connect

หลังเพิ่มคู่สายที่ CO 3

CO Lineสถานะ
CO 1Connect
CO 2Connect
CO 3Connect

ขั้นตอนตั้งค่าผ่าน KX-T7730

① เข้า System Programming

② กด 400

③ กด NEXT

④ เลือก CO Line หมายเลข 3

⑤ ตรวจสถานะเดิม

⑥ กด SELECT จนแสดง Connect

⑦ กด STORE เพื่อบันทึก

⑧ ตรวจสถานะอีกครั้ง

⑨ กด END

⑩ ออกจาก System Programming

ทำไมต้องเปิดโปรแกรม 400?

เพราะ Panasonic ระบุว่าพอร์ต CO ที่ไม่มีคู่สายจริงควรถูกกำหนดเป็น Not Connect

เมื่อเพิ่มสายใหม่และต้องการให้ตู้ใช้งานพอร์ตนั้น จึงต้องตรวจว่าพอร์ตถูกกำหนดเป็น Connect แล้ว

⑨ ทำไมเปิด CO 3 แล้วโทรออกอัตโนมัติยังไม่ได้?

โปรแกรม 400 เป็นเพียงการบอกตู้ว่าพอร์ต CO นั้นมีคู่สายใช้งาน

การโทรออกยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขอื่น

จุดตรวจสอบ

① คู่สายมีสัญญาณจริงหรือไม่

② Extension มีสิทธิ์เลือก CO 3 หรือไม่

③ CO 3 อยู่ในกลุ่มสายนอกที่เหมาะสมหรือไม่

④ ตั้ง Dial Mode ถูกต้องหรือไม่

⑤ มีข้อจำกัดการโทรตาม COS หรือไม่

⑥ ระบบใช้ Automatic Line Access รูปแบบใด

⑦ CO 3 กำลังถูกใช้งานอยู่หรือไม่

สิ่งที่ควรทดสอบก่อน

ให้ทดลองเลือก CO 3 โดยตรงจากโทรศัพท์ที่ได้รับอนุญาตและมีปุ่ม CO หรือฟังก์ชันเลือกสายที่เหมาะสม

หากเลือก CO 3 โดยตรงแล้วโทรออกได้ แต่กดรหัสเลือกสายนอกอัตโนมัติแล้วไม่ได้ ต้องตรวจการเลือกสายและสิทธิ์เพิ่มเติม

ไม่ควรเปลี่ยนหลายโปรแกรมพร้อมกันโดยยังไม่ทราบสาเหตุ

⑩ ทำไมต้องตั้ง CO Line ใหม่เป็น Connect ให้ตรงกับสายจริง?

คู่มือ Panasonic ระบุว่าระบบอาจเลือกหมายเลข CO Line ที่ว่างและมีหมายเลขสูงสุดก่อนเมื่อใช้การเลือกสายนอกแบบอัตโนมัติ

หากพอร์ตที่ไม่มีคู่สายถูกตั้ง Connect และมีหมายเลขสูงกว่าพอร์ตที่ใช้งาน ระบบอาจพยายามเลือกพอร์ตที่ไม่มีสัญญาณ

ตัวอย่าง

สำนักงานมีคู่สายจริงที่ CO 1 และ CO 2

แต่ตั้ง CO 3 เป็น Connect ทั้งที่ยังไม่มีสาย

ผู้ใช้อาจกดเลือกสายนอกอัตโนมัติแล้วระบบพยายามใช้ CO 3 ซึ่งไม่มีสัญญาณ

วิธีป้องกัน

กำหนดสถานะให้ตรงกับคู่สายจริง

  • CO 1 มีสาย → Connect
  • CO 2 มีสาย → Connect
  • CO 3 ไม่มีสาย → Not Connect

เมื่อเพิ่มสายใหม่จริงที่ CO 3 แล้ว จึงเปลี่ยนเป็น Connect

หลักการนี้ช่วยลดปัญหาการเลือกสายว่างผิดพอร์ต

⑪ วิธีตั้ง Dial Mode ของสายนอกใหม่ด้วยโปรแกรม 401

เมื่อเปิด CO Line แล้ว ควรตรวจสอบรูปแบบการส่งหมายเลขโทรออก

โปรแกรมที่เกี่ยวข้องคือ 401 หรือ Dial Mode

ตัวเลือกที่พบตามคู่มือ

  • DTMF
  • Pulse
  • Call Block Mode

บางตัวเลือกอาจแตกต่างกันตาม Model Code

DTMF

เป็นการส่งสัญญาณเสียงตามปุ่มตัวเลขโทรศัพท์

เหมาะกับบริการโทรศัพท์อนาล็อกหรือ Gateway ที่รองรับ Tone Dialling

Pulse

ใช้การส่งหมายเลขแบบพัลส์ ซึ่งพบในระบบโทรศัพท์รุ่นเก่า

ต้องเปลี่ยน Dial Mode ทุกครั้งไหม?

ไม่จำเป็น

หากคู่สายใหม่สามารถโทรออกได้ตามปกติและรูปแบบการส่งหมายเลขถูกต้อง ก็ไม่จำเป็นต้องแก้โปรแกรมนี้เพียงเพราะเพิ่มสายใหม่

กรณีควรตรวจสอบ

  • มี Dial Tone แต่กดหมายเลขไม่ได้
  • โทรออกแล้วหมายเลขไม่ครบ
  • Gateway ไม่ตอบสนองต่อการกดตัวเลข
  • คู่สายมีข้อกำหนด Tone/Pulse เฉพาะ

⑫ วิธีตั้งกลุ่ม CO Line หลังเพิ่มสายใหม่

หากสำนักงานใช้ CO Line Group ต้องตรวจสอบว่า CO ใหม่ควรอยู่ในกลุ่มใด

โปรแกรมที่เกี่ยวข้องคือ 404 หรือ CO Line Group Number

ตัวอย่าง

ก่อนเพิ่มสาย

  • CO 1 อยู่ Group 1
  • CO 2 อยู่ Group 1

หลังเพิ่ม CO 3 ต้องการให้อยู่ Group 2

CO LineCO Group
CO 11
CO 21
CO 32

ขั้นตอน

① ตรวจสอบกลุ่มสายนอกเดิม

② กำหนดว่า CO ใหม่ควรให้แผนกใดใช้งาน

③ เข้าโปรแกรม 404

④ เลือกหมายเลข CO Line ใหม่

⑤ กำหนดหมายเลขกลุ่มตามแผน

⑥ บันทึกค่า

⑦ ตรวจสอบสิทธิ์ของ Extension ที่เกี่ยวข้อง

⑧ ทดสอบการเลือกสายตามกลุ่ม

ข้อควรจำ

CO Line Group ใช้จัดกลุ่มสายนอก ไม่ได้หมายความว่าจะกำหนดสิทธิ์โทรออกของทุกเครื่องโดยอัตโนมัติ

ต้องตรวจ Flexible Outward Dialling และการเลือกสายตามที่ระบบใช้งานด้วย

⑬ วิธีให้เบอร์ภายในโทรออกผ่าน CO Line ใหม่

หากเพิ่ม CO 3 และต้องการให้พนักงานบางเครื่องใช้งานได้ ต้องตรวจสิทธิ์โทรออก

โปรแกรมที่ใช้ ได้แก่

โปรแกรมช่วงเวลา
405Day
406Night
407Lunch

ตัวอย่าง

สำนักงานต้องการให้

  • Reception ใช้ CO 3 ได้
  • Sales ใช้ CO 3 ได้
  • ห้องประชุมใช้ CO 3 ไม่ได้

ตารางตัวอย่าง

Extension JackCO 3
01 ReceptionEnable
02 SalesEnable
03 Meeting RoomDisable

ขั้นตอนตั้งค่า

① เข้าโปรแกรม 405

② เลือก CO 3

③ เลือก Extension Jack ที่ต้องการ

④ อ่านค่าเดิม

⑤ เลือก Enable หรือ Disable ตามแผน

⑥ กด STORE

⑦ ทำซ้ำกับ Jack อื่นที่เกี่ยวข้อง

⑧ ตรวจโปรแกรม 406 และ 407

⑨ ทดสอบการโทรออกด้วยเครื่องจริง

ข้อควรระวัง

Enable ในโปรแกรม 405–407 ไม่ใช่การปลดข้อจำกัดการโทรทั้งหมด

ยังต้องตรวจ COS และ Toll Restriction ตามที่สำนักงานกำหนด

ไม่ควรเปิดสิทธิ์ทุกเบอร์โดยอัตโนมัติหากสำนักงานมีนโยบายจำกัดการโทรออก

⑭ วิธีให้ CO Line ใหม่รับสายเข้าที่ Reception

หากต้องการให้สายนอกใหม่โทรเข้ามาแล้วดังที่ฝ่ายต้อนรับ ต้องตรวจโหมดรับสายและการกำหนดเครื่องรับสาย

กรณีใช้ Normal Mode

โปรแกรม Flexible Ringing ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

โปรแกรมช่วงเวลา
408Day
409Night
410Lunch

ตัวอย่าง

CO 3 เป็นหมายเลขใหม่ของฝ่ายบริการลูกค้า

ช่วง Day ต้องการให้

  • Reception ดัง
  • Customer Service ดัง
  • Manager ไม่ดัง

ตารางตัวอย่าง

Extension JackCO 3 ช่วง Day
01 ReceptionEnable
02 Customer ServiceEnable
03 ManagerDisable

ขั้นตอน

① ตรวจสอบว่า CO 3 ใช้ Normal Mode ในช่วงเวลาที่ต้องการ

② เข้าโปรแกรม 408

③ เลือก CO 3

④ เลือก Extension Jack

⑤ กำหนด Enable หรือ Disable

⑥ กด STORE

⑦ ตั้งค่า Jack อื่นตามแผน

⑧ ตรวจโปรแกรม 409 และ 410

⑨ โทรเข้าหมายเลข CO 3 จากภายนอก

⑩ ตรวจสอบว่าเครื่องที่กำหนดส่งเสียงเรียกถูกต้อง

หากไม่ได้ใช้ Normal Mode

ต้องตรวจโหมด DISA, DIL, UCD หรือรูปแบบอื่นที่ตู้รองรับ เพราะการใช้ Flexible Ringing อาจไม่ใช่วิธีควบคุมการรับสายสำหรับโหมดนั้น

⑮ วิธีตรวจโหมดรับสาย CO Line ใหม่

KX-TES824 รองรับการกำหนด CO Line Mode แยกตามช่วงเวลา

โปรแกรมที่เกี่ยวข้องคือ

  • 414 — CO Line Mode Day
  • 415 — CO Line Mode Night
  • 416 — CO Line Mode Lunch

โหมดที่อาจเกี่ยวข้อง

Normal

สายเรียกเข้าไปยัง Extension ที่กำหนดตาม Flexible Ringing

DISA

ผู้โทรภายนอกสามารถเข้าสู่ระบบตอบรับอัตโนมัติและเลือกปลายทางตามการตั้งค่า

DIL

ส่งสายเรียกเข้าไปยังปลายทางเฉพาะที่กำหนด

UCD

กระจายสายไปยังกลุ่ม Extension ตามการตั้งค่า

ฟังก์ชันที่ใช้ได้ขึ้นอยู่กับ Model Code, เวอร์ชันและอุปกรณ์เสริม

ตัวอย่าง

CO 3 อาจถูกตั้งเป็น Normal ในช่วง Day และ DISA ในช่วง Night

ขั้นตอนตรวจสอบ

① เข้าโปรแกรมที่ตรงกับช่วงเวลา

② เลือก CO 3

③ อ่านโหมดเดิม

④ เปรียบเทียบกับแผนของสำนักงาน

⑤ เปลี่ยนเฉพาะเมื่อจำเป็น

⑥ บันทึก

⑦ โทรเข้าทดสอบจริงในเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

ไม่ควรเปลี่ยนเป็น DISA หรือ UCD เพียงเพื่อให้สายเข้าดัง เพราะโหมดเหล่านี้มีเงื่อนไขการทำงานเพิ่มเติม

⑯ วิธีเปิด CO Line ใหม่ผ่าน KX-TE Maintenance Console

หากสำนักงานมีคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อ KX-TES824 ได้ สามารถตั้งค่า CO Line ผ่าน Maintenance Console

ขั้นตอน

① เปิด KX-TE Maintenance Console

② เข้าสู่โปรแกรมด้วยสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาต

③ เลือก Connect to PBX

④ ป้อน System Password ปัจจุบัน

⑤ เลือก USB หรือ RS-232C

⑥ เชื่อมต่อกับตู้

⑦ Backup ข้อมูลปัจจุบัน

⑧ เปิดหมวด CO ที่เกี่ยวข้อง

⑨ เลือก CO Line Connection หรือรายการเทียบเท่าของโปรแกรม 400

⑩ เลือก CO Line ใหม่

⑪ กำหนด Connect

⑫ บันทึกค่า

⑬ ตรวจ Outward Dialling Permission

⑭ ตรวจ Flexible Ringing และ CO Line Mode

⑮ ทดสอบโทรเข้าและโทรออก

ทำไมควรใช้ Maintenance Console?

เพราะสามารถตรวจสอบค่าหลายพอร์ตและหลาย Extension ได้สะดวกกว่าเมื่อต้องเพิ่มสายนอกให้สำนักงานที่มีพนักงานจำนวนมาก

แต่ต้องระวังไม่เลือกคำสั่ง File Transfer PC to PBX โดยไม่มีแผน เพราะอาจเขียนทับค่าปัจจุบันด้วยไฟล์เก่า

⑰ วิธีทดสอบโทรออกจาก CO Line ใหม่โดยตรง

หลังตั้งค่าแล้ว ควรทดสอบ CO ใหม่แบบระบุสายให้ชัดเจน

ทำไมไม่ควรกด 9 อย่างเดียว?

เพราะรหัส Automatic Line Access อาจเลือกสายนอกเส้นอื่นที่ว่างอยู่ ทำให้เข้าใจผิดว่า CO ใหม่ใช้งานได้แล้ว

วิธีทดสอบ

① เลือกโทรศัพท์ที่ได้รับสิทธิ์ใช้ CO ใหม่

② ใช้ปุ่ม S-CO หรือวิธีเลือก CO Line เฉพาะที่ตั้งไว้

③ เลือก CO 3

④ ตรวจสอบ Dial Tone ของสายนอก

⑤ กดหมายเลขปลายทางทดสอบ

⑥ ตรวจสอบว่าปลายทางรับสาย

⑦ ทดลองสนทนาสองทาง

⑧ วางสาย

⑨ ตรวจสอบว่า CO 3 กลับเป็นสถานะว่าง

หากไม่มีปุ่ม CO 3

สามารถกำหนดปุ่ม Single-CO ของโทรศัพท์ระบบตามขั้นตอน Personal Programming หากอุปกรณ์รองรับ

หรือใช้วิธีเลือกสายนอกเฉพาะตามรหัสฟังก์ชันของระบบ

ข้อควรระวัง

ควรยืนยันว่าโทรออกผ่าน CO 3 จริง ไม่ใช่ CO 1 หรือ CO 2

หากจำเป็น ให้ใช้ข้อมูล Caller ID ปลายทางหรือการตรวจสถานะสายประกอบ โดยคำนึงถึงบริการของผู้ให้บริการที่อาจไม่แสดงหมายเลขต้นทางตรงกับพอร์ตเสมอไป

⑱ วิธีทดสอบโทรเข้าหมายเลข CO Line ใหม่

หลังทดสอบโทรออก ต้องตรวจสอบการรับสายเข้าด้วย

ขั้นตอน

① เตรียมโทรศัพท์มือถือสำหรับโทรทดสอบ

② กดหมายเลขโทรศัพท์ใหม่ที่เชื่อมต่อเข้ากับ CO 3

③ ตรวจสอบว่าสายเรียกเข้าถึงตู้

④ ตรวจสอบว่าเครื่องปลายทางที่กำหนดส่งเสียงเรียก

⑤ รับสายที่ Reception หรือแผนกที่ตั้งไว้

⑥ ทดลองสนทนาทั้งสองทิศทาง

⑦ ทดสอบการโอนสายหากเกี่ยวข้อง

⑧ วางสาย

⑨ ตรวจสอบว่าสายนอกกลับเป็นสถานะว่าง

หากโทรเข้าแล้วไม่ดัง

ให้ตรวจสอบ

  • หมายเลขภายนอกถูกต้องหรือไม่
  • คู่สายมีสัญญาณ Ringing ถึงตู้หรือไม่
  • CO 3 ถูกกำหนดเป็น Connect หรือไม่
  • ระบบกำลังอยู่ในโหมดเวลาใด
  • CO Line Mode เป็น Normal หรือโหมดอื่น
  • Flexible Ringing ถูกกำหนดให้เครื่องที่ต้องการหรือไม่
  • โทรศัพท์ปลายทางพร้อมใช้งานหรือไม่

ควรแยกอาการระหว่างผู้โทรได้ยินสัญญาณเรียกแต่เครื่องภายในไม่ดัง กับผู้โทรไม่สามารถเชื่อมต่อหมายเลขได้เลย เพราะแนวทางตรวจสอบต่างกัน

⑲ เพิ่ม CO Line ใหม่แล้วต้องตั้งปุ่ม CO บน KX-T7730 ไหม?

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนปุ่มทุกเครื่องเสมอไป แต่หากต้องการให้พนักงานเลือก CO ใหม่โดยตรง ควรตรวจสอบการกำหนดปุ่มบนโทรศัพท์ระบบ

ตัวอย่าง

เดิมปุ่ม CO บน KX-T7730 ถูกกำหนดดังนี้

  • ปุ่ม CO 1 เลือก CO Line 1
  • ปุ่ม CO 2 เลือก CO Line 2

เมื่อเพิ่ม CO Line 3 อาจกำหนดปุ่มว่างให้เป็น Single-CO สำหรับ CO 3

ขั้นตอนทั่วไปของ Personal Programming

① วางหูโทรศัพท์

② กด PROGRAM

③ กดปุ่ม Flexible CO ที่ต้องการกำหนด

④ เลือกรูปแบบ Single-CO ด้วยรหัส 0

⑤ ระบุ CO Line หมายเลข 3

⑥ กด STORE

⑦ กด PROGRAM เพื่อออกจากโหมด

⑧ ทดลองกดปุ่มที่ตั้งค่า

สิ่งที่ควรระวัง

การตั้งปุ่ม CO ให้เลือกสายนอกไม่ได้ทำให้เครื่องได้รับสิทธิ์ใช้ CO นั้นโดยอัตโนมัติ

ต้องตรวจ Flexible Outward Dialling และสิทธิ์ระบบด้วย

⑳ ตัวอย่างเพิ่ม CO 3 ให้สำนักงาน 8 เบอร์ภายใน

สมมุติสำนักงานมี KX-TES824 ที่ใช้ CO 1 และ CO 2 อยู่แล้ว และต้องการเพิ่ม CO 3

ข้อมูลระบบ

รายการรายละเอียด
CO 1เบอร์สำนักงานหลัก
CO 2เบอร์ฝ่ายขาย
CO 3เบอร์ฝ่ายบริการลูกค้าใหม่
Jack 01Reception
Jack 02Sales
Jack 03Customer Service
Jack 04Manager

เป้าหมาย

  • CO 3 เปิดใช้งาน
  • Reception และ Customer Service โทรออกผ่าน CO 3 ได้
  • Manager ใช้ CO 3 ได้
  • Sales ไม่มีสิทธิ์ใช้ CO 3
  • สายเข้า CO 3 ดังที่ Reception และ Customer Service ในช่วง Day

ขั้นตอน

① ตรวจสอบคู่สาย CO 3

② เปิดโปรแกรม 400 และกำหนด CO 3 เป็น Connect

③ ตรวจ Dial Mode ด้วยโปรแกรม 401

④ ตรวจกลุ่มสายนอกด้วยโปรแกรม 404

⑤ กำหนดสิทธิ์ในโปรแกรม 405

⑥ ตรวจช่วง Night และ Lunch ผ่าน 406 และ 407

⑦ กำหนด Flexible Ringing ในโปรแกรม 408 สำหรับ Jack 01 และ Jack 03

⑧ ตรวจการรับสายช่วง Night และ Lunch

⑨ ตรวจ CO Line Mode 414–416

⑩ ทดลองโทรออกจาก Reception ผ่าน CO 3

⑪ ทดลองโทรออกจาก Customer Service

⑫ ตรวจว่า Sales ไม่สามารถใช้ CO 3 ตามนโยบาย

⑬ โทรเข้าหมายเลข CO 3 จากมือถือ

⑭ ตรวจว่า Reception และ Customer Service ดังตามแผน

⑮ Backup ข้อมูลหลังทดสอบเสร็จ

ผลที่คาดหวัง

สำนักงานสามารถใช้หมายเลขใหม่สำหรับฝ่ายบริการลูกค้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหมายเลขภายในเดิมของพนักงาน

㉑ เพิ่ม CO Line แล้วโทรออกไม่ได้ แก้ไขอย่างไร?

ปัญหานี้พบได้เมื่อเปิดพอร์ตแล้ว แต่ยังไม่ได้ตั้งส่วนที่เกี่ยวข้องครบ

อาการที่ 1 CO ใหม่ไม่มี Dial Tone

ตรวจคู่สายจริง พอร์ตและการเชื่อมต่อก่อน

อาการที่ 2 มี Dial Tone แต่กดเลขไม่ออก

ตรวจ Dial Mode โปรแกรม 401 และข้อกำหนดของ Voice Gateway

อาการที่ 3 CO ใหม่ใช้ได้เฉพาะบางเครื่อง

ตรวจโปรแกรม 405–407 และการกำหนดสิทธิ์โทร

อาการที่ 4 เลือก CO ใหม่โดยตรงได้ แต่กด 9 แล้วไม่ได้

ตรวจ Automatic Line Access, CO Line Group และการเลือกสายตามระบบ

อาการที่ 5 CO ใหม่มีสัญญาณ แต่โทรบางหมายเลขไม่ได้

ตรวจ Toll Restriction, COS และข้อจำกัดของผู้ให้บริการ

อาการที่ 6 โทรออกได้ แต่โทรเข้าไม่ได้

ตรวจการกำหนดรับสายและการทำงานของคู่สายภายนอก

อาการที่ 7 โทรเข้าแล้วดังผิดเครื่อง

ตรวจ CO Line Mode และ Flexible Ringing ตามช่วงเวลา

อาการที่ 8 เพิ่ม CO แล้วสายเดิมมีปัญหา

ตรวจว่าไม่ได้แก้สิทธิ์หรือการตั้งค่าของ CO 1 และ CO 2 โดยไม่ตั้งใจ

หากปัญหาเกิดเฉพาะ CO ใหม่ ควรเริ่มจาก CO ใหม่นั้นก่อน ไม่ควรล้างค่าหรือรีสตาร์ตทั้งตู้โดยไม่มีเหตุจำเป็น

㉒ ตารางแก้ปัญหา CO Line หลังเพิ่มสายใหม่

อาการจุดที่ควรตรวจวิธีแก้
เพิ่มสายแล้วตู้ไม่เลือกโปรแกรม 400ตั้ง Connect
CO ใหม่ไม่มีสัญญาณคู่สายและพอร์ตตรวจการเชื่อมต่อจริง
กด 9 แล้วเลือกสายผิดระบบเลือกสายอัตโนมัติตรวจกลุ่มและสิทธิ์
บางเครื่องโทรออกไม่ได้405–407ตรวจ Enable/Disable
กลางคืนโทรออกไม่ได้406ตรวจสิทธิ์ Night
ช่วงพักโทรออกไม่ได้407ตรวจสิทธิ์ Lunch
สายเข้าไม่ดัง408–410ตรวจ Ringing
โทรเข้าผิดระบบ414–416ตรวจ CO Line Mode
กดเลขแล้วไม่ออก401ตรวจ Dial Mode
เลือกกลุ่มสายผิด404ตรวจ CO Group
ปุ่ม CO ใหม่กดไม่ได้การตั้งปุ่มและสิทธิ์ตรวจ S-CO
โทรผ่าน Gateway ไม่ได้พอร์ต Phone/FXSตรวจชนิดสัญญาณ
ไม่มี CO 4 ให้ใช้งานความจุและการ์ดขยายตรวจฮาร์ดแวร์
สายเดิมมีปัญหาหลังเพิ่มค่าโปรแกรมอื่นเปลี่ยนเปรียบเทียบ Backup

㉓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปิด CO Line ใหม่

เพิ่มสายโทรศัพท์ใหม่ใน KX-TES824 ต้องตั้งโปรแกรมอะไร?

เริ่มจากโปรแกรม 400 เพื่อกำหนด CO Line Connection แล้วตรวจสิทธิ์โทรออกและการรับสายเข้าตามการใช้งาน

โปรแกรม 400 ใช้ทำอะไร?

ใช้กำหนดพอร์ต CO Line เป็น Connect หรือ Not Connect

เปิด CO 3 ต้องเลือกอะไร?

หากมีคู่สายจริงต่อเข้าพอร์ต CO 3 และต้องการใช้งาน ให้เลือก Connect

เพิ่ม CO 3 แล้วต้องตั้ง 405 ด้วยไหม?

หากต้องการให้ Extension ที่กำหนดโทรออกผ่าน CO 3 ได้ ต้องตรวจสิทธิ์ในโปรแกรม 405–407 ตามช่วงเวลา

เพิ่มสายนอกแล้วทำไมโทรเข้าไม่ดัง?

อาจยังไม่ได้กำหนดเครื่องรับสาย หรือ CO Line Mode ไม่ตรงกับรูปแบบที่ต้องการ

โปรแกรม 408 ใช้ทำอะไร?

ใช้กำหนด Flexible Ringing ช่วง Day สำหรับการรับสายเข้าในเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

โปรแกรม 414 คืออะไร?

ใช้กำหนด CO Line Mode ช่วง Day เช่น Normal หรือโหมดรับสายอื่นที่รองรับ

ต้องตั้งปุ่ม CO บน KX-T7730 หรือไม่?

ไม่จำเป็นทุกกรณี แต่หากต้องการให้ผู้ใช้เลือกสายนอกใหม่ได้โดยตรง สามารถกำหนด Single-CO บนปุ่ม Flexible CO ตามที่โทรศัพท์รองรับ

ทำไมกดปุ่ม CO 3 แล้วโทรไม่ได้?

อาจเป็นเพราะไม่มีคู่สาย สถานะโปรแกรม 400 ไม่ถูกต้อง หรือ Extension ไม่ได้รับสิทธิ์ใช้ CO 3

เพิ่ม CO Line ผ่าน Router Fiber ได้หรือไม่?

ได้เมื่อมีพอร์ต Phone หรือ FXS ที่ให้สัญญาณอนาล็อกและเข้ากันได้กับพอร์ต CO ของ KX-TES824

KX-TES824 เพิ่มสายนอกสูงสุดกี่เส้น?

รองรับสูงสุด 8 CO Lines เมื่อติดตั้งฮาร์ดแวร์ขยายที่เหมาะสม

เพิ่ม CO Line แล้วต้อง Restart ตู้ไหม?

ไม่ควรรีสตาร์ตโดยอัตโนมัติเพียงเพราะเปลี่ยนค่าโปรแกรม ให้ตรวจสอบขั้นตอนการบันทึกและการมีผลของโปรแกรมที่แก้ไขก่อน

เพิ่ม CO Line แล้วต้องเปลี่ยนเบอร์ภายในไหม?

ไม่จำเป็น เพราะ CO Line และ Extension Number เป็นคนละส่วนของระบบ

เปิด CO ใหม่แล้วโทรออกได้ แต่โทรเข้าไม่ได้ทำไม?

ต้องตรวจการรับสายเข้า CO Line Mode และบริการจากผู้ให้บริการโทรศัพท์ร่วมกัน

ต้อง Backup ก่อนเพิ่มสายนอกหรือไม่?

ควรทำ โดยเฉพาะระบบที่มีสายนอกเดิมใช้งานอยู่ เพื่อให้สามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงได้

CO Line ที่ไม่มีสายควรตั้งค่าอย่างไร?

กำหนดเป็น Not Connect เพื่อป้องกันระบบเลือกคู่สายที่ไม่มีสัญญาณ

㉔ สรุปวิธีเปิดใช้งาน CO Line ตู้ Panasonic KX-TES824 หลังเพิ่มสายโทรศัพท์ใหม่

การเปิด CO Line ใหม่ของ Panasonic KX-TES824 ไม่ได้จบเพียงการต่อสายโทรศัพท์เข้าพอร์ต แต่ต้องตรวจสอบค่าระบบที่เกี่ยวข้องให้ครบ

ขั้นตอนสำคัญคือ ตรวจสัญญาณคู่สาย → ต่อเข้าพอร์ต CO → ใช้โปรแกรม 400 ตั้ง Connect → ตรวจสิทธิ์โทรออก 405–407 → ตรวจการรับสาย 408–410 → ตรวจโหมด 414–416 → ทดสอบจริง

หากสำนักงานมีหลายแผนก ควรกำหนดตั้งแต่ต้นว่าเครื่องใดมีสิทธิ์ใช้ CO ใหม่ เครื่องใดจะรับสายโทรเข้า และควรทำงานอย่างไรในช่วง Day, Night และ Lunch

หลังตั้งค่าแล้วควรทดสอบเลือก CO ใหม่โดยตรง เพราะการโทรออกแบบอัตโนมัติอาจใช้สายนอกเส้นเดิม ทำให้เข้าใจผิดว่าสายใหม่ทำงานแล้ว

หาก CO ใหม่โทรออกไม่ได้ ควรตรวจสัญญาณจริง โปรแกรม 400 และสิทธิ์โทรออกก่อน ส่วนปัญหาสายเข้าไม่ดังต้องตรวจโหมดรับสายและการกระจายสาย

ComSiam แนะนำให้ผู้ดูแลระบบโทรศัพท์จัดทำผัง CO Line และ Extension Jack พร้อมเก็บไฟล์ Backup ก่อนและหลังเพิ่มสายนอก และตรวจผลการโทรเข้า–ออกทุกเส้น เพื่อให้การขยายระบบ Panasonic KX-TES824 เป็นไปอย่างถูกต้อง ลดปัญหากระทบคู่สายเดิม และพร้อมสำหรับการบำรุงรักษาในอนาคต

ComSiam Professional Team