วิธีต่อโทรศัพท์ไร้สาย DECT เข้าตู้ Panasonic KX-TES824 ทีละขั้นตอน พร้อมวิธีตั้งค่าเบอร์ภายในและแก้ปัญหา

วิธีต่อโทรศัพท์ไร้สาย DECT เข้าตู้ Panasonic KX-TES824 ทำได้โดยใช้โทรศัพท์ DECT ที่มีฐานเครื่อง (Base Station) พร้อมพอร์ต LINE สำหรับรับสัญญาณโทรศัพท์แอนะล็อก จากนั้นต่อสาย RJ11 แบบสองตัวนำ T (Tip) และ R (Ring) จากพอร์ต Extension ของตู้สาขาไปยังช่อง LINE ของฐาน DECT แล้วเปิดเครื่อง จับคู่หูโทรศัพท์กับฐาน และทดสอบการโทรภายในและภายนอก

ผังการเชื่อมต่อที่ถูกต้อง

Panasonic KX-TES824

↓

Extension Jack

↓

สายโทรศัพท์ RJ11 (T/R)

↓

DECT Base Station — LINE

↓

สัญญาณวิทยุ DECT

↓

โทรศัพท์ไร้สาย (Handset)

สำหรับสำนักงานที่ต้องการให้พนักงานเดินรับสายระหว่างโต๊ะทำงาน คลังสินค้า หรือพื้นที่สำนักงาน โทรศัพท์ไร้สาย DECT เป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความสะดวก โดยไม่ต้องเดินสายโทรศัพท์ไปถึงจุดที่ผู้ใช้เดินไปทุกตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจว่า โทรศัพท์ DECT ไม่ใช่ทุกแบบจะต่อเข้ากับ Panasonic KX-TES824 ได้โดยตรง รุ่นที่มีฐานแอนะล็อกสำหรับสายโทรศัพท์ทั่วไปสามารถใช้งานเป็นอุปกรณ์ SLT ได้เมื่อเข้ากันได้ แต่เครื่อง DECT ที่ออกแบบสำหรับระบบ IP PBX หรือใช้ Cell Station เฉพาะรุ่นอาจต้องใช้อุปกรณ์ควบคุมอีกประเภทหนึ่ง

นอกจากนี้ การเชื่อมต่อฐาน DECT หนึ่งฐานเข้ากับ Extension หนึ่งพอร์ตไม่ได้ทำให้ตู้สาขาเพิ่มจำนวนเบอร์ภายในโดยอัตโนมัติ แม้ฐานนั้นจะรองรับหูโทรศัพท์หลายเครื่องก็ตาม

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีเลือกโทรศัพท์ DECT วิธีต่อฐานเข้าพอร์ต Extension การเดินสายผ่าน RJ11 และ MDF การตั้งค่าเบอร์ภายใน การโทรออกผ่าน CO การรับสายจากภายนอก การจับคู่ Handset การแก้ปัญหา No Line และ No Link รวมถึงการออกแบบพื้นที่ใช้งานให้สัญญาณไร้สายครอบคลุม

① โทรศัพท์ไร้สาย DECT คืออะไร

DECT ย่อมาจาก Digital Enhanced Cordless Telecommunications เป็นมาตรฐานการสื่อสารไร้สายที่ใช้ระหว่างฐานโทรศัพท์กับหูโทรศัพท์ที่รองรับ

โทรศัพท์ DECT สำหรับบ้านและสำนักงานขนาดเล็กมักประกอบด้วยอุปกรณ์สองส่วน

1. Base Station

เป็นฐานที่เชื่อมกับสายโทรศัพท์และสื่อสารกับ Handset

2. Handset

เป็นหูโทรศัพท์ไร้สายที่ผู้ใช้ถือเดินไปตามพื้นที่ต่าง ๆ

หลักการทำงาน

ระบบโทรศัพท์จาก PBX ส่งสัญญาณแอนะล็อกมาที่ฐาน DECT

ฐานแปลงและจัดการการสื่อสารระหว่างวงจรโทรศัพท์กับหูไร้สาย

เมื่อผู้ใช้กดรับสายหรือโทรออก หูโทรศัพท์จะสื่อสารกับฐานผ่านคลื่นวิทยุ DECT

ข้อควรจำ

DECT ไม่ใช่ Wi-Fi และไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสำหรับโทรศัพท์ DECT แบบฐานแอนะล็อกทั่วไป

แต่รุ่น DECT IP อาจใช้เครือข่าย Ethernet และระบบ SIP ซึ่งเป็นคนละรูปแบบการเชื่อมต่อ

② Panasonic KX-TES824 รองรับโทรศัพท์ DECT หรือไม่

รองรับการใช้งานโทรศัพท์ไร้สายที่มีฐานแอนะล็อกและทำงานได้เหมือนโทรศัพท์ SLT ที่เข้ากันได้

ตามคู่มือ Panasonic KX-TES824 พอร์ต Extension รองรับโทรศัพท์ธรรมดา Single Line Telephone (SLT) ผ่านสาย T/R

จึงสามารถใช้ฐานโทรศัพท์ไร้สายที่มีพอร์ต LINE แบบแอนะล็อกเป็นอุปกรณ์ปลายทางได้ หากคุณสมบัติทางไฟฟ้าและวิธีส่งสัญญาณเข้ากัน

ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ควรพิจารณา

  • โทรศัพท์ไร้สาย DECT พร้อมฐาน LINE แอนะล็อก
  • โทรศัพท์ไร้สาย Panasonic ที่ออกแบบสำหรับสายโทรศัพท์ธรรมดา
  • โทรศัพท์ไร้สายยี่ห้ออื่นที่รองรับวงจรแอนะล็อก
  • โทรศัพท์ไร้สายหลาย Handset ที่มีฐานหลักเชื่อมสาย LINE

อุปกรณ์ที่ไม่ควรนำมาเสียบตรงโดยไม่มีการตรวจสอบ

  • DECT IP Base ที่รับ SIP ผ่าน Ethernet อย่างเดียว
  • DECT Handset ที่ไม่มีฐานแอนะล็อก
  • Cell Station สำหรับ PBX รุ่นอื่น
  • อุปกรณ์ไร้สายที่ต้องใช้ Controller เฉพาะ

การมีคำว่า Panasonic หรือ DECT บนตัวเครื่องไม่ได้ยืนยันว่าสามารถใช้งานกับ KX-TES824 ได้ทุกรุ่น

③ DECT แบบแอนะล็อกกับ DECT IP ต่างกันอย่างไร

รายการAnalog DECTIP DECT
การเชื่อมต่อฐานRJ11 LINEEthernet / SIP
ต่อ Extension KX-TES824 ตรงได้เมื่อเข้ากันได้ไม่ได้โดยตรง
ต้องใช้ SIP Serverไม่จำเป็นโดยทั่วไปต้องใช้
รับหมายเลขจากพอร์ต Extensionระบบ SIP
เหมาะกับPBX แอนะล็อกIP PBX หรือระบบ VoIP
แหล่งไฟฐานAdapter ตามรุ่นAdapter หรือ PoE ตามรุ่น

ควรเลือกแบบไหน

หากสำนักงานยังใช้ Panasonic KX-TES824 และต้องการเพิ่มโทรศัพท์ไร้สายเพียงไม่กี่เครื่อง DECT ที่มีฐาน LINE แอนะล็อก เป็นตัวเลือกที่ติดตั้งง่ายกว่า

หากต้องการระบบไร้สายหลายชั้น หลายฐาน และรองรับการเคลื่อนที่ระหว่างฐานโดยไม่ตัดสาย ควรประเมินระบบ DECT แบบ Multi-cell ที่ออกแบบมาสำหรับงานนั้นโดยเฉพาะ

④ DECT Base Station กับ Charging Cradle ต่างกันอย่างไร

นี่คือสิ่งที่ผู้ใช้มักเข้าใจผิดเมื่อซื้อโทรศัพท์ไร้สายแบบหลายหู

Base Station

เป็นอุปกรณ์หลักที่เชื่อมต่อวงจรโทรศัพท์และจัดการสัญญาณ DECT

Charging Cradle

เป็นแท่นชาร์จแบตเตอรี่ของ Handset

ตัวอย่าง

ชุดโทรศัพท์ไร้สายหนึ่งชุดมี

  • Base Station 1 เครื่อง
  • Handset 3 เครื่อง
  • แท่นชาร์จเสริม 2 เครื่อง

ไม่ได้หมายความว่าทั้งสาม Handset ต้องต่อสาย RJ11 คนละเส้น

หากเป็นชุด Multi-handset ที่รองรับ หูโทรศัพท์หลายเครื่องอาจลงทะเบียนกับฐานหลักเดียวกันได้

ข้อสำคัญ

จำนวน Handset ที่รองรับและจำนวนสายสนทนาพร้อมกันขึ้นอยู่กับรุ่นฐาน DECT

ไม่ควรสรุปว่ามีสาม Handset แล้วจะสนทนาภายนอกได้สามสายพร้อมกัน

⑤ พอร์ต Extension ของ KX-TES824 ใช้ต่อ DECT ช่องไหน

ให้ใช้พอร์ต Extension ที่รองรับโทรศัพท์ SLT

ตัวอย่างพอร์ตพื้นฐาน

Jackการใช้งานตัวอย่าง
01Reception
02Manager
03Sales
04Account
05Warehouse
06DECT Wireless
07Meeting
08Service

ตารางนี้เป็นเพียงตัวอย่างการจัดพอร์ต

สิ่งที่ต้องตรวจ

① หมายเลข Jack ที่ว่างอยู่

② หมายเลข Extension จริง

③ ประเภทพอร์ต

④ จำนวนพอร์ตที่ติดตั้ง

⑤ การกำหนดสิทธิ์โทรออก

⑥ ตำแหน่งที่ต้องการวางฐาน DECT

ข้อควรรู้

KX-TES824 มี Extension พื้นฐาน 8 พอร์ต และสามารถขยายได้สูงสุด 24 พอร์ตด้วยการ์ดที่รองรับ

การเพิ่ม DECT จะใช้พอร์ต Extension ตามจำนวนวงจรที่ต่อจริง

⑥ สายโทรศัพท์สำหรับต่อ DECT ใช้กี่เส้น

สำหรับฐาน DECT แบบแอนะล็อกทั่วไป ใช้สายหนึ่งคู่หรือสองตัวนำ ได้แก่

  • T — Tip
  • R — Ring

ผังสาย

T — R

ตารางเปรียบเทียบ

อุปกรณ์ตัวนำ
โทรศัพท์ SLT2
Analog DECT Base2
Panasonic PT เช่น KX-T77354

จุดสำคัญ

โทรศัพท์ DECT ที่ต่อผ่านฐานแอนะล็อกไม่ได้ใช้คู่ H/L สำหรับสัญญาณโทรศัพท์ระบบ Panasonic PT

หากต่อเข้าพอร์ต Hybrid ของ KX-TES824 ให้เลือกวงจร T/R ตามคู่มือของตู้

⑦ ผังการต่อโทรศัพท์ DECT เข้าตู้ KX-TES824

แบบที่ 1 ต่อสายตรง

Panasonic KX-TES824

↓

Extension Jack 06

↓

RJ11 T/R

↓

DECT Base LINE

↓

Handset

แบบที่ 2 ต่อผ่านเต้ารับผนัง

Panasonic KX-TES824

↓

สายโทรศัพท์อาคาร

↓

เต้ารับ TEL-006

↓

RJ11

↓

DECT Base LINE

↓

Handset

แบบที่ 3 ต่อผ่าน MDF

Panasonic KX-TES824

↓

MDF ฝั่ง PBX

↓

Jumper Wire

↓

MDF ฝั่งอาคาร

↓

TEL-006

↓

DECT Base

↓

Handset

ข้อควรจำ

ไม่ว่าจะใช้รูปแบบใด หมายเลข Extension ของฐาน DECT จะสัมพันธ์กับพอร์ต PBX ที่เชื่อมอยู่จริง

⑧ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมก่อนติดตั้ง

อุปกรณ์หน้าที่
Panasonic KX-TES824ตู้สาขา
Analog DECT Baseฐานโทรศัพท์ไร้สาย
DECT Handsetหูโทรศัพท์
Power Adapterจ่ายไฟให้ฐาน
สาย RJ11เชื่อม Extension
เต้ารับโทรศัพท์จุดเชื่อมสายอาคาร
MDF ถ้ามีจัดคู่สาย
Cable Testerตรวจสายเมื่อแยกแรงดัน
โทรศัพท์ SLT ทดสอบแยกปัญหาสายกับฐาน
คู่มือ DECTตั้งค่ารุ่นจริง
Cable Labelติดป้าย
Extension Port Mappingบันทึกหมายเลข

ก่อนเริ่ม

ตรวจให้แน่ใจว่า Adapter ของฐานใช้แรงดันและขั้วไฟตามที่ผู้ผลิตกำหนด

ห้ามใช้ Adapter ที่มีแรงดันหรือขั้วไม่ตรงกับอุปกรณ์เพียงเพราะหัวปลั๊กเสียบได้

⑨ วิธีเลือกตำแหน่งวางฐาน DECT

ตำแหน่งฐานมีผลต่อพื้นที่ครอบคลุมและคุณภาพเสียง

หลักการเลือกตำแหน่ง

① วางใกล้จุดกึ่งกลางพื้นที่ใช้งาน

② หลีกเลี่ยงตู้โลหะปิดทึบ

③ ไม่วางในตู้ Rack โลหะหากต้องการสัญญาณกระจายออกจากตู้

④ หลีกเลี่ยงผนังคอนกรีตหนาหลายชั้น

⑤ หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีความชื้นสูง

⑥ ไม่วางใกล้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่รบกวนสัญญาณตามคำแนะนำผู้ผลิต

⑦ มีปลั๊กไฟหรือระบบสำรองไฟเหมาะสม

⑧ มีเต้ารับ RJ11 พร้อมใช้งาน

⑨ เข้าถึงฐานได้เพื่อบำรุงรักษา

⑩ ทดสอบระยะสัญญาณจริงก่อนยึดติดตั้งถาวร

ตัวอย่าง

หาก PBX อยู่ในห้อง Server ที่มีตู้ Rack โลหะ แต่ผู้ใช้ DECT เดินอยู่ในพื้นที่สำนักงานด้านนอก ควรพิจารณาเดินสาย Extension ไปยังจุดติดตั้งฐานที่เหมาะสมมากกว่าวางฐานไว้ภายใน Rack

⑩ โทรศัพท์ DECT ใช้งานได้ไกลแค่ไหน

ระยะใช้งานขึ้นอยู่กับรุ่นโทรศัพท์ สภาพอาคาร และสิ่งกีดขวาง

โทรศัพท์ DECT หลายรุ่นระบุระยะในที่โล่งและภายในอาคารแตกต่างกันมาก

ปัจจัยที่มีผล

  • ผนังคอนกรีต
  • โครงสร้างเหล็ก
  • ตู้โลหะ
  • จำนวนชั้นของอาคาร
  • ความหนาแน่นของสิ่งกีดขวาง
  • ระบบ DECT ที่อยู่ใกล้เคียง
  • ตำแหน่งฐาน
  • รุ่นและกำลังส่งที่ได้รับอนุญาต

ข้อควรจำ

ไม่ควรใช้ตัวเลขระยะกลางแจ้งจากโฆษณามารับประกันการใช้งานภายในอาคาร

ต้องเดินทดสอบจริงตามจุดที่ผู้ใช้ต้องการรับสาย เช่น ห้องประชุม ทางเดิน คลังสินค้า และบริเวณบันได

⑪ วิธีต่อ DECT เข้าพอร์ต Extension ทีละขั้นตอน

สมมุติสำนักงานต้องการติดตั้ง DECT ที่ Jack 06

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจรุ่น DECT

ยืนยันว่าฐานมีพอร์ต LINE สำหรับโทรศัพท์แอนะล็อก

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจพอร์ต PBX

ยืนยันว่า Jack 06 รองรับ SLT

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจหมายเลข Extension

ตรวจหมายเลขที่โปรแกรมไว้จริง เช่น 106

ขั้นตอนที่ 4 เตรียมสาย RJ11

ใช้สายสองตัวนำที่มีผังถูกต้อง

ขั้นตอนที่ 5 ทดสอบสาย

ตรวจ Wire Map ขณะสายแยกจาก PBX โทรศัพท์ และแหล่งแรงดัน

ขั้นตอนที่ 6 เชื่อมสายเข้าฐาน

เสียบสายจาก Extension เข้าช่อง LINE ของฐาน DECT

ขั้นตอนที่ 7 เชื่อม Power Adapter

ใช้ Adapter ตามข้อกำหนดของฐาน

ขั้นตอนที่ 8 ตรวจฐาน

ตรวจไฟแสดงสถานะตามคู่มือรุ่น

ขั้นตอนที่ 9 เตรียม Handset

ใส่แบตเตอรี่ที่ถูกต้องและชาร์จตามคู่มือ

ขั้นตอนที่ 10 จับคู่ Handset

ลงทะเบียน Handset กับฐานหากยังไม่ได้จับคู่

ขั้นตอนที่ 11 ตรวจสัญญาณ

ยืนยันว่า Handset สื่อสารกับฐานได้

ขั้นตอนที่ 12 ทดลองโทรภายใน

โทรไปยัง Extension อื่น

ขั้นตอนที่ 13 ทดลองรับสาย

โทรจาก Extension อื่นเข้าหมายเลขของ DECT

ขั้นตอนที่ 14 ทดลองโทรภายนอก

ทดสอบผ่าน CO ตามสิทธิ์ที่ได้รับ

ขั้นตอนที่ 15 บันทึกผล

จัดทำข้อมูลพอร์ต ตำแหน่งฐาน และจำนวน Handset

⑫ วิธีต่อ DECT ผ่านเต้ารับ RJ11

สำนักงานที่มีเต้ารับโทรศัพท์อยู่แล้วสามารถต่อ DECT ได้สะดวก

ผัง

Extension Jack 06

↓

CAB-006

↓

TEL-006

↓

สาย RJ11

↓

DECT Base LINE

จุดที่ต้องตรวจ

  1. เต้ารับ TEL-006 ต่อถึง Jack ที่ต้องการ
  2. สาย T/R ถูกต้อง
  3. ไม่มีสายขาด
  4. ไม่มีสายช็อต
  5. ไม่มีการเชื่อมวงจรอื่นร่วมโดยไม่ตั้งใจ
  6. หัว Modular ไม่หลวม
  7. ฐานมีไฟ
  8. Handset ลงทะเบียนแล้ว

ข้อแนะนำ

หากฐาน DECT ต้องวางห่างจาก PBX ควรเดินสายไปยังจุดที่รับสัญญาณไร้สายได้ดี ไม่ใช่เลือกตำแหน่งเต้ารับเพียงเพราะอยู่ใกล้ที่สุด

⑬ วิธีต่อ DECT ผ่าน MDF

สำหรับสำนักงานหลายห้อง สามารถใช้ MDF เป็นจุดจัมเปอร์ Extension ไปยังตำแหน่งฐานได้

ตัวอย่าง

PBX Jack 06

↓

MDF-A06

↓

Jumper Wire

↓

MDF-B12

↓

TEL-012

↓

DECT Base

ตารางตัวอย่าง

รายการข้อมูล
PBX PortJack 06
Extension106
MDF ฝั่ง PBXA06
MDF ฝั่งอาคารB12
Wall JackTEL-012
Cable IDCAB-012

ขั้นตอน

① ตรวจ Port Mapping

② ระบุคู่ T/R ของ Jack 06

③ ระบุคู่สายที่ไป TEL-012

④ แจ้งผู้ใช้งานก่อนหยุดวงจรที่เกี่ยวข้อง

⑤ แยกวงจรอย่างปลอดภัย

⑥ จัมเปอร์ตามผัง

⑦ ตรวจความต่อเนื่องและสายสลับขณะไม่มีแรงดัน

⑧ เชื่อมต่อเข้าตู้และฐาน DECT

⑨ ทดสอบโทรภายใน

⑩ อัปเดต Jumper Schedule

ข้อควรจำ

การจัมเปอร์ไป TEL-012 ไม่ได้ทำให้ Extension เปลี่ยนหมายเลขเป็น 112 โดยอัตโนมัติ

หมายเลขยังขึ้นอยู่กับค่าที่กำหนดให้ Jack 06

⑭ วิธีจับคู่ DECT Handset กับ Base Station

โทรศัพท์ DECT บางชุดจับคู่จากโรงงานแล้ว แต่บางรุ่นต้องลงทะเบียนใหม่

ขั้นตอนทั่วไป

① เปิดไฟฐาน DECT

② ชาร์จแบตเตอรี่ Handset

③ เปิดเมนู Handset

④ เลือก Registration หรือ Register Handset

⑤ เปิดโหมด Registration ที่ฐานตามคู่มือ

⑥ เลือกฐานที่ต้องการ

⑦ ใส่ PIN หากระบบร้องขอ

⑧ รอการลงทะเบียนสำเร็จ

⑨ ตรวจสัญลักษณ์เชื่อมต่อฐาน

⑩ ทดสอบโทรภายใน

ข้อควรระวัง

ตำแหน่งปุ่ม Registration และค่า PIN แตกต่างกันตามยี่ห้อและรุ่น

ไม่ควรใช้รหัส PIN จากรุ่นอื่นโดยไม่มีข้อมูลยืนยัน

⑮ วิธีเพิ่ม Handset หลายเครื่องในฐาน DECT เดียว

ฐาน DECT บางรุ่นรองรับหูโทรศัพท์หลายเครื่อง

ตัวอย่าง

Base Station หนึ่งฐาน

↓

Handset 1 — Reception

Handset 2 — Warehouse

Handset 3 — Manager

สิ่งที่ต้องตรวจ

  • รองรับจำนวน Handset เท่าไร
  • ลงทะเบียน Handset ได้กี่เครื่อง
  • รองรับการโทรระหว่าง Handset หรือไม่
  • รองรับการโอนสายระหว่าง Handset หรือไม่
  • รองรับการสนทนาพร้อมกันกี่สาย
  • สามารถเลือกเสียงเรียกเฉพาะ Handset หรือไม่

ข้อสำคัญ

หากฐานมี LINE แอนะล็อกเพียงหนึ่งวงจร ต่อเข้ากับ Extension หนึ่งพอร์ต PBX จะมองเห็นเป็นหนึ่งวงจร Extension แม้จะลงทะเบียน Handset หลายเครื่องก็ตาม

หมายเลขแยกของ Handset ภายในชุด DECT ไม่จำเป็นต้องเป็นหมายเลข Extension แยกของ Panasonic KX-TES824

⑯ วิธีตั้งหมายเลข Extension ให้โทรศัพท์ DECT

โทรศัพท์ DECT แบบฐานแอนะล็อกได้รับวงจรจากพอร์ต Extension ที่ฐานเชื่อมอยู่

ตัวอย่าง

Jack 06 → หมายเลข 106

TEL-012 → ฐาน DECT

Handset → ใช้หมายเลข 106 ของ PBX

ตาราง

อุปกรณ์หมายเลขตัวอย่าง
Panasonic PBX Jack06
Extension Number106
DECT Baseรับสายจาก Jack 06
DECT Handsetใช้วงจร Extension 106

โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

Extension Number [009] ใช้กำหนดหมายเลข Extension ตาม Numbering Plan ของระบบ

ข้อควรจำ

การตั้งหมายเลข Handset 1 หรือ Handset 2 ในเมนู DECT ไม่ใช่การเพิ่มหมายเลข Extension ใหม่บน PBX

หากต้องการหมายเลข Extension แยกจริง อาจต้องใช้พอร์ต Extension แยก หรือระบบโทรศัพท์ที่รองรับรูปแบบดังกล่าว

⑰ วิธีโทรภายในจาก DECT ไปยัง Extension อื่น

ตัวอย่าง

DECT ใช้ Extension 106

ต้องการโทรหา Reception เบอร์ 101

ขั้นตอน

① เปิด Handset

② ตรวจว่าเชื่อมต่อฐานแล้ว

③ กดปุ่มโทรหรือยกสายตามรูปแบบเครื่อง

④ ตรวจสัญญาณพร้อมโทรจาก PBX

⑤ กด 101

⑥ รอปลายทางรับสาย

⑦ ทดลองสนทนา

⑧ วางสาย

ข้อควรจำ

หมายเลข 101 เป็นตัวอย่าง ต้องใช้หมายเลขจริงที่โปรแกรมไว้ในระบบ

หากไม่มีสัญญาณพร้อมโทร ให้ตรวจสาย RJ11 ระหว่าง PBX กับฐานก่อนตรวจปัญหาคลื่นวิทยุ

⑱ วิธีโทรออกผ่าน CO จากโทรศัพท์ DECT

DECT ที่เชื่อมเป็น SLT สามารถโทรออกผ่านสายนอกของ KX-TES824 ได้ตามสิทธิ์ที่กำหนด

ขั้นตอน

  1. ตรวจ Handset เชื่อมกับฐาน
  2. กดรับสัญญาณสาย
  3. ตรวจ Dial Tone
  4. กดรหัสเลือกสายนอกตามระบบ
  5. กดหมายเลขปลายทาง
  6. ตรวจว่าปลายทางรับสาย
  7. ทดสอบเสียงสองทาง
  8. วางสาย

ตัวอย่าง

หากระบบกำหนดให้กด 9 เพื่อเลือกสายนอกอัตโนมัติ สามารถใช้รหัสนั้นตามการตั้งค่าจริงได้

หากโทรออกไม่ได้

ให้ตรวจ

  • สิทธิ์โทรออกของ Extension
  • CO ที่ใช้งาน
  • รหัสเลือกสายนอก
  • รูปแบบการกดหมายเลข
  • สถานะบริการต้นทาง

ข้อควรระวัง

ไม่ควรสรุปว่า DECT เสีย หากโทรภายในได้แต่โทรภายนอกไม่ได้ เพราะปัญหาอาจอยู่ที่สิทธิ์ใช้ CO

⑲ วิธีรับสายจาก CO ผ่าน DECT

เมื่อมีสายจากภายนอกเข้า PBX ระบบสามารถกำหนดให้ Extension ที่ต่อ DECT รับสายได้

ผัง

ผู้โทรภายนอก

↓

CO1

↓

Panasonic KX-TES824

↓

Extension 106

↓

DECT Base

↓

DECT Handset

ขั้นตอนตรวจ

① ตรวจว่า CO1 รับสายเข้าได้

② ตรวจการกำหนดการรับสายของ Extension 106

③ ตรวจโหมด Day/Night/Lunch

④ ตรวจฐาน DECT มีไฟ

⑤ ตรวจ Handset เชื่อมต่อฐาน

⑥ โทรเข้าหมายเลขสำนักงานจากภายนอก

⑦ ตรวจว่า DECT ดัง

⑧ รับสายและสนทนา

⑨ วางสาย

โปรแกรมที่อาจเกี่ยวข้อง

  • [408] Flexible Ringing — Day
  • [409] Flexible Ringing — Night
  • [410] Flexible Ringing — Lunch

ต้องตรวจรูปแบบการกระจายสายเข้าที่ตั้งค่าไว้จริงด้วย

⑳ วิธีโอนสายจาก DECT ไปยังเบอร์ภายใน

การโอนสายจาก DECT แบบแอนะล็อกโดยทั่วไปอาศัยการส่งสัญญาณ Hook Flash หรือปุ่ม R/Recall ของโทรศัพท์ ตามรูปแบบการใช้งาน SLT ที่ KX-TES824 รองรับ

ตัวอย่าง

DECT Extension 106 รับสายลูกค้า

ต้องการโอนให้ฝ่ายขาย Extension 103

แนวทางทั่วไป

① รับสายบน DECT

② กดปุ่ม R หรือ Recall ตามรุ่นโทรศัพท์

③ ตรวจสัญญาณตอบสนองของ PBX

④ กดหมายเลข 103

⑤ รอปลายทางรับสาย หากต้องการแจ้งก่อนโอน

⑥ ดำเนินการโอนสายให้เสร็จตามขั้นตอน SLT ของ Panasonic

สิ่งที่ต้องตรวจ

  • Handset มีปุ่ม R/Recall หรือไม่
  • Flash Time เหมาะสมหรือไม่
  • PBX รองรับฟังก์ชันที่ต้องการหรือไม่
  • วิธีโอนสายตรงกับคู่มือ KX-TES824 หรือไม่

ข้อควรระวัง

ไม่ควรใช้ปุ่มวางสายแทน Flash เพราะอาจตัดสายสนทนาทิ้ง

ลำดับปุ่มสำหรับโอนสายอาจแตกต่างตามรุ่น DECT และการตั้งค่าระบบ

㉑ Flash Time ของ DECT คืออะไร

Flash Time คือระยะเวลาของสัญญาณ Hook Flash ที่ใช้ส่งคำสั่งบางอย่างไปยังระบบโทรศัพท์

ตัวอย่างฟังก์ชัน

  • โอนสาย
  • พักสาย
  • เรียกฟังก์ชันเสริม
  • ใช้งานบริการที่ PBX รองรับ

อาการ Flash Time ไม่เหมาะสม

  • กด R แล้วสายหลุด
  • กด R แล้วไม่มีสัญญาณตอบสนอง
  • โอนสายไม่ได้
  • ระบบมองว่าเป็นการวางสาย
  • คำสั่งไม่ทำงานตามต้องการ

วิธีแก้

① ตรวจคู่มือ DECT

② ตรวจค่า Flash Time ที่ตั้งไว้

③ ตรวจข้อกำหนดของ KX-TES824 สำหรับ SLT

④ เลือกค่าที่ทั้งสองระบบรองรับ

⑤ ทดสอบฟังก์ชันการโอนสาย

⑥ บันทึกค่าที่ใช้งานได้

ข้อควรจำ

ค่า Flash Time ไม่ควรเดาสุ่มจากตัวเลขที่พบในอินเทอร์เน็ต เพราะอาจแตกต่างกันตามรุ่นและภูมิภาค

㉒ โทรศัพท์ DECT ขึ้น No Line เกิดจากอะไร

No Line หรือข้อความใกล้เคียงกันหมายถึงฐานหรือระบบโทรศัพท์อาจไม่ตรวจพบวงจรสายโทรศัพท์ตามที่ต้องการ

สาเหตุที่เป็นไปได้

  1. สาย RJ11 หลุด
  2. ต่อผิดช่อง
  3. สายขาด
  4. เต้ารับเสีย
  5. Jumper MDF ผิด
  6. พอร์ต Extension ไม่ทำงาน
  7. ฐาน DECT มีปัญหา
  8. ฐานใช้ Adapter ผิด
  9. เครื่องถูกตั้งค่า Line Mode ไม่เหมาะสม

วิธีตรวจ

① ตรวจฐานมีไฟ

② ตรวจสาย RJ11

③ ตรวจช่อง LINE

④ ตรวจเต้ารับ

⑤ ทดสอบด้วยโทรศัพท์ SLT ที่ทราบว่าใช้งานได้

⑥ ตรวจสายผ่าน MDF

⑦ ตรวจพอร์ต Extension

⑧ ทดสอบฐาน DECT อีกครั้ง

ข้อสำคัญ

หากฐานสื่อสารกับ Handset ได้ แต่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ควรเน้นตรวจเส้นทางสายแอนะล็อกก่อน

㉓ โทรศัพท์ DECT ขึ้น No Link หรือ Searching เกิดจากอะไร

อาการนี้แตกต่างจาก No Line

No Link, Searching หรือข้อความคล้ายกันมักเกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อไร้สายระหว่าง Handset กับฐาน

สาเหตุที่เป็นไปได้

  • ฐานไม่มีไฟ
  • Handset อยู่นอกระยะ
  • Handset ยังไม่ได้ลงทะเบียน
  • ฐานถูกรีเซ็ต
  • เลือกฐานผิด
  • แบตเตอรี่ Handset ต่ำ
  • สภาพแวดล้อมรบกวนสัญญาณ
  • ฐานหรือ Handset ชำรุด

วิธีตรวจ

① ตรวจไฟฐาน

② นำ Handset เข้าใกล้ฐาน

③ ตรวจแบตเตอรี่

④ ตรวจสัญลักษณ์การเชื่อมต่อ

⑤ ตรวจ Registration

⑥ ตรวจ Base Selection

⑦ จับคู่ใหม่เมื่อจำเป็น

⑧ ทดสอบโทร

จำง่าย ๆ

No Line: เน้นตรวจสายโทรศัพท์จาก PBX ถึงฐาน

No Link: เน้นตรวจการเชื่อมต่อ DECT ระหว่างฐานกับ Handset

㉔ DECT มีสัญญาณแต่โทรออกไม่ได้

สาเหตุที่เป็นไปได้

① Extension ไม่มีสิทธิ์ใช้ CO

② รหัสเลือก CO ไม่ถูกต้อง

③ สายนอกไม่มีบริการ

④ DECT ส่งหมายเลขผิดรูปแบบ

⑤ โทรศัพท์ตั้ง Dial Mode ไม่เหมาะสม

⑥ Numbering Plan ไม่ตรงกับวิธีกด

⑦ ระบบจำกัดการโทรออก

วิธีตรวจ

  1. ทดลองโทรภายใน
  2. ตรวจว่า Extension มี Dial Tone
  3. ตรวจการกดหมายเลข
  4. ตรวจสิทธิ์ใช้ CO
  5. ตรวจบริการสายนอก
  6. ทดสอบด้วยโทรศัพท์ SLT ที่จุดเดียวกัน
  7. เปรียบเทียบผล
  8. แก้เฉพาะสาเหตุที่พบ

ข้อควรจำ

หากโทรภายในได้ แต่โทรออกไม่ได้ ไม่ควรรีเซ็ตฐาน DECT ทันที เพราะอาจเป็นปัญหาการตั้งค่าของ PBX

㉕ DECT โทรออกได้แต่ไม่ดังเมื่อมีสายเข้า

จุดที่ควรตรวจ

  • Handset เปิดเสียงเรียกเข้าหรือไม่
  • ตั้ง Silent Mode หรือไม่
  • ระดับเสียง Ringing
  • การลงทะเบียนกับฐาน
  • ฐานรับสัญญาณเรียกเข้าจาก PBX หรือไม่
  • PBX กำหนดให้ Extension ดังหรือไม่
  • ระบบอยู่ใน Day, Night หรือ Lunch Mode
  • มีการส่งต่อสายหรือไม่

ขั้นตอน

① ทดลองโทรจาก Extension อื่นเข้าเบอร์ DECT

② ตรวจว่า Handset ดังหรือไม่

③ หากโทรภายในดัง ให้ตรวจเส้นทาง CO เพิ่มเติม

④ ตรวจ Flexible Ringing และโหมดเวลา

⑤ ตรวจการตั้งค่า Silent Mode

⑥ ทดสอบการรับสาย

ข้อสำคัญ

การโทรเข้าไม่ดังอาจเกิดจากการตั้งค่าฐาน DECT หรือการตั้งค่า PBX ต้องแยกตรวจทั้งสองส่วน

㉖ DECT มีเสียงขาดหรือหลุดเมื่อเดินไกลจากฐาน

สาเหตุที่เป็นไปได้

  • สัญญาณอ่อน
  • ผนังคอนกรีตหนา
  • ตู้โลหะบังสัญญาณ
  • ระยะห่างมากเกินไป
  • สิ่งกีดขวางหลายชั้น
  • แบตเตอรี่เสื่อม
  • ฐานอยู่ในตำแหน่งไม่เหมาะสม

วิธีแก้

① ทดสอบเสียงเมื่ออยู่ใกล้ฐาน

② เดินออกห่างทีละจุด

③ บันทึกตำแหน่งที่เสียงเริ่มขาด

④ ตรวจระดับสัญญาณบน Handset หากมี

⑤ ย้ายฐานไปตำแหน่งเปิดโล่งมากขึ้น

⑥ ตรวจการตั้งค่าระบบ

⑦ พิจารณาระบบที่รองรับฐานเพิ่มหรือ Repeater ที่เข้ากันได้ หากจำเป็น

ข้อควรระวัง

ไม่ใช่ DECT ทุกฐานจะรองรับ Repeater และไม่ใช่ทุก Repeater จะรองรับการรักษาสายสนทนาเมื่อผู้ใช้เคลื่อนที่

ต้องตรวจคู่มือและความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ก่อนซื้อเพิ่ม

㉗ ใช้ DECT หลายเครื่องในสำนักงานต้องวางแผนอย่างไร

การออกแบบขึ้นอยู่กับว่าต้องการหมายเลขแยกหรือใช้ร่วมกัน

รูปแบบที่ 1 ฐานเดียว หลาย Handset

เหมาะกับการใช้ Extension เดียวร่วมกันในชุด DECT ที่รองรับ

รูปแบบที่ 2 หลายฐาน หลาย Extension

เหมาะกับการกำหนดเบอร์แยกให้แต่ละแผนก

ตัวอย่าง

ฐานJackExtension ตัวอย่างจุดใช้งาน
DECT-0105105Warehouse
DECT-0206106Reception
DECT-0307107Service

ข้อดีของหลายฐานแยก Extension

  • มีหมายเลขภายในแยก
  • จัดการสิทธิ์ใช้ CO แยกได้
  • ตรวจปัญหาเป็นวงจรได้ง่าย
  • กำหนดพื้นที่ใช้งานแต่ละฐานชัดเจน

ข้อจำกัด

การใช้หลายฐานแบบแยกกันไม่ได้หมายความว่า Handset จะ Roaming หรือ Handover ระหว่างฐานได้โดยอัตโนมัติ

㉘ DECT ใช้ร่วมกับโทรศัพท์ตั้งโต๊ะใน Extension เดียวกันได้ไหม

ในบางสถานการณ์สามารถใช้รูปแบบ Parallel Connection ตามความสามารถและเงื่อนไขของ Panasonic KX-TES824 ได้

แต่ต้องตรวจประเภทพอร์ต ชนิดโทรศัพท์ และการตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ต้องพิจารณา

  1. พอร์ตเป็น Hybrid หรือ SLT
  2. โทรศัพท์ตั้งโต๊ะเป็น PT หรือ SLT
  3. ฐาน DECT เป็น Analog SLT
  4. ระบบรองรับรูปแบบ Parallel Connection หรือไม่
  5. อุปกรณ์สามารถทำงานร่วมกันตามข้อกำหนดได้หรือไม่
  6. จะรับสายจากเครื่องใด
  7. มีความเสี่ยงจากการยกสายพร้อมกันหรือไม่

ข้อควรระวัง

ไม่ควรใช้หัวแยกสายโทรศัพท์ธรรมดาต่ออุปกรณ์หลายเครื่องเข้าด้วยกันโดยไม่ตรวจข้อกำหนด PBX เพราะอาจทำให้วงจรมีภาระเกินหรือเกิดพฤติกรรมการใช้งานผิดปกติ

หากต้องการใช้งานหลายเครื่อง ควรออกแบบตามวิธีที่ผู้ผลิตรองรับ

㉙ DECT ต่อเข้าพอร์ต CO ได้ไหม

สำหรับการใช้งานโทรศัพท์ไร้สายเป็นอุปกรณ์ภายในของ KX-TES824 ต้องต่อฐาน Analog DECT เข้าพอร์ต Extension ที่รองรับ SLT

ความแตกต่าง

อุปกรณ์ต่อกับ
บริการโทรศัพท์จากผู้ให้บริการCO
พอร์ต FXS ของ ONTCO เมื่อเข้ากันได้
พอร์ต FXS ของ VoIP GatewayCO เมื่อเข้ากันได้
ฐาน Analog DECTExtension
โทรศัพท์ SLTExtension

ข้อสำคัญ

การนำฐาน DECT ไปเชื่อมกับสายนอกโดยตรงเป็นรูปแบบการใช้งานโทรศัพท์แอนะล็อกแยกจาก PBX ไม่ใช่การเพิ่มโทรศัพท์ไร้สายเข้าเป็น Extension ของตู้

หากต้องการหมายเลขภายในและฟังก์ชัน PBX ควรเชื่อมกับ Extension ตามการออกแบบ

㉚ ตัวอย่างติดตั้ง DECT ในสำนักงาน 8 เบอร์

ข้อมูลระบบ

  • Panasonic KX-TES824 จำนวน 1 ตู้
  • CO จำนวน 3 วงจร
  • Extension 8 จุด
  • ฐาน DECT จำนวน 2 เครื่อง
  • Handset ตามจำนวนที่ฐานแต่ละรุ่นรองรับ

ตารางตัวอย่าง

Jackเบอร์ตัวอย่างอุปกรณ์
01101Panasonic PT
02102Panasonic PT
03103SLT
04104SLT
05105DECT Warehouse
06106DECT Service
07107SLT
08108Fax

ขั้นตอนติดตั้ง

① ตรวจว่า DECT ทั้งสองฐานมีพอร์ต LINE แอนะล็อก

② กำหนด Jack 05 และ Jack 06

③ ตรวจหมายเลข Extension จริง

④ กำหนดตำแหน่งฐานตามพื้นที่ใช้งาน

⑤ เดินสาย RJ11 ไปแต่ละฐาน

⑥ ตรวจ T/R และ Wire Map

⑦ จ่ายไฟให้ฐานด้วย Adapter ที่ถูกต้อง

⑧ จับคู่ Handset

⑨ ทดสอบโทรภายใน 105 และ 106

⑩ ทดสอบโทรออกผ่าน CO ตามสิทธิ์

⑪ ทดสอบรับสายจากภายนอก

⑫ ทดสอบการโอนสายด้วย R/Recall หากต้องการ

⑬ เดินทดสอบพื้นที่สัญญาณ

⑭ ทดสอบแบตเตอรี่และการชาร์จ

⑮ จัดทำเอกสารส่งมอบ

㉛ ตารางวิเคราะห์ปัญหา DECT กับ Panasonic KX-TES824

อาการสาเหตุที่เป็นไปได้จุดตรวจ
No Lineสายหรือพอร์ต ExtensionRJ11 / PBX
No Linkไม่เชื่อมกับฐานDECT Registration
Searchingอยู่นอกระยะหรือฐานไม่พร้อมBase / Signal
โทรภายในไม่ได้สายหรือหมายเลขExtension
โทรออกภายนอกไม่ได้สิทธิ์หรือ COPBX
โทรเข้าไม่ดังRing Setting หรือ PBXDECT / Flexible Ringing
เสียงขาดเมื่อเดินไกลระยะสัญญาณตำแหน่งฐาน
กด R แล้วสายหลุดFlash TimeDECT Settings
Handset ชาร์จไม่เข้าแบตเตอรี่หรือแท่นชาร์จPower / Battery
มีหลาย Handset แต่คุยพร้อมกันไม่ได้ข้อจำกัดฐานและจำนวนสายDECT Specification
หลังไฟดับใช้งานไม่ได้ฐานไม่มีไฟAdapter / UPS
โทรศัพท์ตั้งโต๊ะและ DECT ทำงานผิดปกติเมื่อใช้ร่วมกันการต่อร่วมไม่เหมาะสมParallel Connection

㉜ วิธีดูแลแบตเตอรี่ DECT ให้ใช้งานได้นาน

แบตเตอรี่เป็นส่วนสำคัญของโทรศัพท์ไร้สาย

แนวทางดูแล

① ใช้แบตเตอรี่ชนิดที่ผู้ผลิตกำหนด

② ใช้แท่นชาร์จที่ถูกต้อง

③ ไม่ใช้ Adapter แรงดันผิด

④ หลีกเลี่ยงความร้อนสูง

⑤ ตรวจหน้าสัมผัสการชาร์จ

⑥ ไม่ใช้แบตเตอรี่บวมหรือชำรุด

⑦ เปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อความจุลดลงอย่างเห็นได้ชัด

⑧ ปฏิบัติตามคู่มือการชาร์จ

อาการแบตเตอรี่เสื่อม

  • ใช้งานได้ไม่นาน
  • สายตัดเมื่อยก Handset ออกจากแท่น
  • เครื่องดับระหว่างสนทนา
  • ชาร์จไม่เต็ม
  • แสดงแบตเตอรี่ต่ำผิดปกติ

ข้อควรจำ

ปัญหาแบตเตอรี่ DECT ไม่ได้หมายความว่าสาย Extension ของ Panasonic KX-TES824 เสีย

ต้องแยกปัญหาไฟเลี้ยง Handset กับปัญหาสายโทรศัพท์

㉝ วิธีป้องกัน DECT ใช้งานไม่ได้เมื่อไฟดับ

ฐาน DECT แบบแอนะล็อกทั่วไปต้องใช้ไฟเลี้ยงเพื่อสื่อสารกับ Handset

ระบบที่เกี่ยวข้อง

  • Panasonic KX-TES824
  • Base Station
  • Router/ONT หากใช้บริการโทรศัพท์ผ่านเครือข่าย
  • VoIP Gateway หากมี
  • UPS

แนวทาง

  1. ตรวจการใช้ไฟของฐาน
  2. ตรวจ Adapter
  3. เลือก UPS ที่มีพิกัดเหมาะสม
  4. ตรวจว่าตู้ PBX มีระบบสำรองไฟหรือไม่
  5. ตรวจ ONT หรือ Gateway หากเป็นแหล่งสายนอก
  6. ทดสอบระบบตามขั้นตอนปลอดภัย
  7. บันทึกระยะเวลาที่ระบบใช้งานได้จริง

ข้อสำคัญ

แม้ PBX มีไฟสำรอง แต่หากฐาน DECT ไม่มีไฟ Handset อาจไม่สามารถใช้งานโทรศัพท์ได้

และหากบริการโทรศัพท์มาจาก ONT ที่ดับ สายนอกอาจใช้งานไม่ได้เช่นกัน

㉞ เช็กลิสต์ติดตั้ง DECT กับ Panasonic KX-TES824

ตรวจชนิดอุปกรณ์

  • เป็น DECT แบบฐานแอนะล็อก
  • มีพอร์ต LINE
  • รองรับวงจร SLT
  • ใช้ Adapter ถูกต้อง
  • มีคู่มือรุ่นจริง
  • ตรวจจำนวน Handset ที่รองรับ
  • ตรวจจำนวนสายสนทนาพร้อมกัน

ตรวจการเดินสาย

  • ต่อเข้าพอร์ต Extension
  • ไม่ต่อผิดเข้าพอร์ต CO
  • ใช้สาย T/R
  • ตรวจหัว RJ11
  • ตรวจไม่มีสายขาด
  • ตรวจไม่มีสายช็อต
  • ตรวจ MDF หากมี
  • ตรวจเต้ารับ
  • ติดป้าย Cable ID

ตรวจฐานและ Handset

  • ฐานมีไฟ
  • Handset เปิดเครื่อง
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้
  • ลงทะเบียนกับฐานแล้ว
  • มีสัญญาณไร้สาย
  • ไม่ขึ้น No Link
  • ไม่ขึ้น No Line
  • ตรวจโหมด Silent
  • ตรวจระดับเสียงเรียกเข้า

ตรวจการโทร

  • มี Dial Tone
  • โทรภายในได้
  • รับสายภายในได้
  • โทรผ่าน CO ได้ตามสิทธิ์
  • รับสายภายนอกได้
  • เสียงสนทนาสองทางปกติ
  • โอนสายได้เมื่อรองรับ
  • Flash Time เหมาะสม
  • วางสายแล้ววงจรคืนสถานะ

ตรวจพื้นที่ใช้งาน

  • สัญญาณครอบคลุมบริเวณทำงาน
  • ทดสอบห้องประชุม
  • ทดสอบทางเดิน
  • ทดสอบคลังสินค้าเมื่อเกี่ยวข้อง
  • ไม่มีจุดอับสำคัญ
  • ทดสอบเสียงขณะเดิน
  • บันทึกตำแหน่งฐาน

㉟ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ DECT และ Panasonic KX-TES824

Panasonic KX-TES824 ต่อโทรศัพท์ไร้สาย DECT ได้ไหม

ได้เมื่อเป็น DECT ที่มีฐาน LINE แบบแอนะล็อกและเข้ากันได้กับพอร์ต Extension แบบ SLT ของตู้

DECT ต้องต่อ CO หรือ Extension

ต่อ Extension สำหรับใช้งานเป็นโทรศัพท์ภายใน ส่วน CO ใช้รับบริการสายนอกจากผู้ให้บริการ

ต้องใช้สายกี่เส้น

ใช้สายสองตัวนำ T และ R สำหรับฐาน DECT แบบแอนะล็อกทั่วไป

DECT ใช้เบอร์ภายใน 106 ได้ไหม

ได้หากฐานเชื่อมกับ Jack ที่ถูกกำหนดเป็นหมายเลข 106 ตามระบบจริง

โทรศัพท์ DECT ต้องมีอินเทอร์เน็ตไหม

DECT แบบฐานแอนะล็อกไม่จำเป็นต้องมีอินเทอร์เน็ตสำหรับการเชื่อม Handset กับฐาน แต่สายนอกที่ PBX ใช้อาจมาจากบริการผ่าน ONT หรือ Gateway

DECT แบบ SIP ต่อเข้าตู้ KX-TES824 โดยตรงได้ไหม

ไม่ได้โดยตรงผ่านพอร์ต Ethernet เพราะ KX-TES824 ไม่มีระบบ SIP Extension ในตัว ต้องใช้สถาปัตยกรรมและอุปกรณ์แปลงที่เหมาะสม

ฐานเดียวใช้ Handset หลายเครื่องได้ไหม

ได้เฉพาะรุ่นที่รองรับจำนวน Handset ตามสเปก และจำนวนการสนทนาพร้อมกันขึ้นอยู่กับความสามารถของฐาน

Handset หลายเครื่องได้หมายเลข Extension แยกไหม

ไม่อัตโนมัติ หากใช้ฐานแอนะล็อกหนึ่งวงจร ก็ยังเป็นวงจร Extension เดียวของ PBX

DECT ขึ้น No Line ต้องตรวจอะไร

ตรวจสาย RJ11 เต้ารับ MDF พอร์ต Extension และช่อง LINE ของฐาน

DECT ขึ้น No Link ต้องตรวจอะไร

ตรวจไฟฐาน ระยะสัญญาณ แบตเตอรี่ และการลงทะเบียน Handset

DECT โอนสายได้ไหม

อาจทำได้ผ่านปุ่ม R/Recall และฟังก์ชัน SLT ที่ PBX รองรับ โดยต้องตั้งค่า Flash Time ให้เหมาะสม

DECT โทรออกผ่าน CO ได้ไหม

ได้ตามสิทธิ์และการตั้งค่าของ Extension ที่ฐานเชื่อมอยู่

โทรศัพท์ DECT เดินไกลได้แค่ไหน

ขึ้นอยู่กับรุ่นและสภาพแวดล้อม ต้องทดสอบพื้นที่จริง โดยเฉพาะอาคารที่มีผนังคอนกรีตหรือโครงสร้างโลหะ

มี DECT หลายฐานแล้วเดินข้ามฐานโดยสายไม่หลุดได้ไหม

ไม่ได้เสมอไป ต้องใช้ระบบที่รองรับ Roaming และ Handover ตามข้อกำหนดของผู้ผลิต

DECT ใช้งานไม่ได้เวลาไฟดับเพราะอะไร

ฐานโทรศัพท์ต้องใช้ไฟเลี้ยง หากไม่มีไฟสำรอง ฐานอาจหยุดสื่อสารกับ Handset แม้ตัวหูยังมีแบตเตอรี่

㊱ สรุปวิธีต่อโทรศัพท์ไร้สาย DECT เข้าตู้ Panasonic KX-TES824

การต่อโทรศัพท์ไร้สาย DECT เข้าตู้ Panasonic KX-TES824 ทำได้โดยเลือกโทรศัพท์ DECT ที่มีฐานแอนะล็อกสำหรับสายโทรศัพท์ทั่วไป แล้วนำสาย RJ11 แบบสองตัวนำ T/R จากพอร์ต Extension ของ PBX ไปเชื่อมกับช่อง LINE ของฐาน

เมื่อต่อสายแล้ว ต้องจ่ายไฟให้ฐาน ลงทะเบียน Handset ตรวจสัญญาณพร้อมโทร และทดสอบการโทรภายในก่อนทดสอบการโทรออกผ่าน CO

หากต้องการให้ DECT รับสายจากหมายเลขโทรศัพท์ภายนอก ต้องตรวจการกำหนดสายเข้าของ Extension และโหมด Day/Night/Lunch ที่ใช้งานจริง

หากต้องการโอนสายจาก DECT ไปยังเบอร์ภายใน ควรตรวจความสามารถของปุ่ม R/Recall และค่า Flash Time ให้เข้ากับระบบ SLT ของ Panasonic KX-TES824

สำหรับชุด DECT หลาย Handset ต้องเข้าใจว่าการมีหูโทรศัพท์หลายเครื่องไม่ได้ทำให้ PBX มีหมายเลข Extension หรือช่องสนทนาเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ

หากพบ No Line ให้ตรวจสายโทรศัพท์จาก PBX ถึงฐาน แต่หากพบ No Link ให้ตรวจการเชื่อมต่อไร้สายระหว่างฐานกับ Handset

นอกจากนี้การวางฐานให้เหมาะสมกับสภาพอาคารเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสัญญาณอาจลดลงเมื่อผ่านผนังคอนกรีต ตู้เหล็ก หรือพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวางจำนวนมาก

ComSiam แนะนำให้สำนักงานที่ใช้ Panasonic KX-TES824 และต้องการเพิ่มโทรศัพท์ไร้สาย เริ่มจากตรวจชนิดฐาน DECT ความเข้ากันได้กับ SLT จำนวน Handset และพื้นที่ครอบคลุมก่อนเลือกอุปกรณ์ พร้อมทดสอบการใช้งานจริงทุกจุด เพื่อให้ระบบโทรศัพท์ไร้สายมีความสะดวก เสถียร และรองรับการทำงานของพนักงานได้อย่างเหมาะสม

ComSiam Professional Team