ComSiam Service
วิธีทำแผนผังสายและพอร์ต Panasonic KX-TES824 ต้องเริ่มจากการสำรวจจำนวนสายนอก CO จำนวนเบอร์ภายใน Extension ตำแหน่งตู้สาขา จุดรวมสาย MDF และเต้ารับโทรศัพท์ ก่อนกำหนดหมายเลขพอร์ตและจัดทำตารางแสดงเส้นทางสายตั้งแต่ต้นทางจนถึงเครื่องโทรศัพท์แต่ละจุด
การติดตั้งตู้สาขาโทรศัพท์โดยไม่มีแผนผังสายอาจทำให้เกิดปัญหาเบอร์ภายในสลับกัน ต่อสายผิดพอร์ต ตรวจสอบสายขาดได้ยาก หรือไม่ทราบว่าต้องจัมเปอร์สายตรงไหนเมื่อต้องย้ายโต๊ะทำงาน
สำหรับ Panasonic KX-TES824 ซึ่งรองรับสายนอกเริ่มต้น 3 สายและเบอร์ภายใน 8 พอร์ต และขยายได้สูงสุด 8 สายนอกกับ 24 พอร์ตภายใน การจัดทำแผนผังระบบที่ถูกต้องจะช่วยให้ติดตั้ง ซ่อมบำรุง และขยายระบบได้สะดวกขึ้น
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีทำแผนผังสายโทรศัพท์ Panasonic KX-TES824 อย่างละเอียด ตั้งแต่การกำหนดรหัส CO และ Extension การจัดตาราง MDF การทำ Cable Mapping ไปจนถึงตัวอย่างแผนผังสำหรับสำนักงาน 8, 16 และ 24 เบอร์ภายใน พร้อมแบบฟอร์มที่สามารถนำไปใช้ในงานติดตั้งจริง
① แผนผังสาย Panasonic KX-TES824 คืออะไร
แผนผังสายโทรศัพท์ หรือ Telephone Wiring Diagram คือเอกสารที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างตู้สาขาโทรศัพท์ สายนอก พอร์ตภายใน จุดกระจายสาย และอุปกรณ์ปลายทาง
สำหรับ Panasonic KX-TES824 ควรจัดทำเอกสารอย่างน้อย 3 ประเภท
1. System Connection Diagram
แสดงภาพรวมว่าอุปกรณ์แต่ละชนิดเชื่อมต่อกับระบบอย่างไร เช่น สายนอก CO ตู้สาขา โทรศัพท์ภายใน เครื่องแฟกซ์ และอุปกรณ์อื่น
2. Port Mapping
แสดงหมายเลขพอร์ตจริงของตู้ เช่น CO1, CO2, CO3 และ Extension Jack 01–24 พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ที่กำหนดให้แต่ละพอร์ต
3. Cable Mapping
แสดงว่าสายจากพอร์ตใดผ่านจุดต่อสายหรือ MDF ตำแหน่งใด ก่อนเดินทางไปยังเต้ารับหรือเครื่องโทรศัพท์ปลายทาง
ข้อสำคัญ: แผนผังสายควรแสดงข้อมูลทางกายภาพและข้อมูลการตั้งค่าร่วมกัน ไม่ควรใช้หมายเลข Extension เพียงอย่างเดียวในการระบุตำแหน่งสาย
② Panasonic KX-TES824 มีพอร์ต CO และ Extension กี่พอร์ต
ก่อนออกแบบแผนผังต้องตรวจสอบความจุของตู้และการ์ดขยายที่ติดตั้งอยู่
ความจุตามข้อมูลผู้ผลิต
| รายการ | เริ่มต้น | สูงสุด |
|---|---|---|
| สายนอก CO | 3 | 8 |
| พอร์ต Extension | 8 | 24 |
| การ์ดขยาย | ไม่จำเป็นสำหรับระบบพื้นฐาน | ขึ้นอยู่กับความต้องการ |
การ์ดขยายที่เกี่ยวข้อง
| รุ่นการ์ด | สายนอกเพิ่ม | พอร์ตภายในเพิ่ม |
|---|---|---|
| KX-TE82474 | 0 | 8 SLT |
| KX-TE82480 | 2 | 8 SLT |
| KX-TE82483 | 3 | 8 Hybrid |
จำนวนพอร์ตสูงสุดต้องเป็นไปตามรูปแบบการติดตั้งการ์ดที่คู่มือรองรับ ไม่สามารถนำจำนวนพอร์ตจากการ์ดหลายใบมารวมกันโดยไม่ตรวจสอบข้อจำกัดของระบบ
ก่อนทำแผนผังควรบันทึกการ์ดแต่ละใบที่มีอยู่จริง รวมถึงประเภทพอร์ตที่รองรับ
③ วิธีแยกพอร์ต CO กับ Extension ในแผนผัง
พอร์ต CO และ Extension มีหน้าที่ต่างกัน
CO หรือ Outside Line ใช้เชื่อมต่อวงจรโทรศัพท์ภายนอกที่เข้ากันได้
Extension ใช้เชื่อมต่อโทรศัพท์ภายในสำนักงานและอุปกรณ์ที่ระบบรองรับ
ตัวอย่างการกำหนดรหัส
| รหัส | ความหมาย |
|---|---|
| CO-01 | สายนอกหมายเลข 1 |
| CO-02 | สายนอกหมายเลข 2 |
| CO-03 | สายนอกหมายเลข 3 |
| EXT-01 | พอร์ตภายใน 01 |
| EXT-02 | พอร์ตภายใน 02 |
| EXT-03 | พอร์ตภายใน 03 |
| TEL-101 | จุดโทรศัพท์ที่กำหนดเบอร์ 101 |
| TEL-102 | จุดโทรศัพท์ที่กำหนดเบอร์ 102 |
การตั้งรหัสดังกล่าวเป็นรูปแบบเอกสารสำหรับงานติดตั้ง ไม่ใช่คำสั่งโปรแกรมของ Panasonic
ช่างสามารถปรับรูปแบบชื่อให้เข้ากับมาตรฐานการจัดการสายขององค์กรได้ แต่ควรใช้รูปแบบเดียวกันตลอดทั้งโครงการ
④ วิธีทำแผนผังระบบ Panasonic KX-TES824 แบบพื้นฐาน
เริ่มจากวาดเส้นทางเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมดโดยแยกฝั่งสายนอกและสายภายใน
ตัวอย่างแผนผังสายนอก
ผู้ให้บริการโทรศัพท์
↓
จุดรับสายนอกและอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม
↓
Terminal Board / MDF
↓
CO1, CO2, CO3
↓
Panasonic KX-TES824
ตัวอย่างแผนผังสายภายใน
Panasonic KX-TES824
↓
Extension Jack 01–08
↓
จุดกระจายสาย MDF
↓
สายโทรศัพท์ภายในอาคาร
↓
เต้ารับโทรศัพท์
↓
เครื่องโทรศัพท์ของแต่ละแผนก
แผนผังนี้แสดงโครงสร้างเชิงตรรกะเท่านั้น ในการติดตั้งจริงต้องเพิ่มข้อมูลจำนวนตัวนำ ผังขา ตำแหน่งอุปกรณ์ และระบบป้องกันที่เกี่ยวข้องด้วย
⑤ วิธีทำตารางพอร์ต Extension Panasonic KX-TES824
ตาราง Extension Port Mapping เป็นเอกสารที่สำคัญที่สุดฉบับหนึ่งของงานติดตั้งตู้สาขา
ตัวอย่างตารางสำหรับ 8 เบอร์
| Jack | เบอร์ภายใน | แผนก | จุดปลายทาง |
|---|---|---|---|
| 01 | 101 | ประชาสัมพันธ์ | TEL-01 |
| 02 | 102 | ผู้จัดการ | TEL-02 |
| 03 | 103 | ฝ่ายขาย 1 | TEL-03 |
| 04 | 104 | ฝ่ายขาย 2 | TEL-04 |
| 05 | 105 | บัญชี | TEL-05 |
| 06 | 106 | ธุรการ | TEL-06 |
| 07 | 107 | คลังสินค้า | TEL-07 |
| 08 | 108 | ห้องประชุม | TEL-08 |
หมายเลข 101–108 เป็นตัวอย่างการกำหนดหมายเลขภายใน ต้องตรวจสอบ Numbering Plan และค่าที่ตั้งไว้ในตู้จริงก่อนใช้งาน
สิ่งที่ต้องจำ
Jack Number ไม่ใช่ Extension Number
Jack Number คือหมายเลขพอร์ตทางกายภาพ ส่วน Extension Number คือหมายเลขที่ผู้ใช้งานกดโทรหา
หากเปลี่ยนเบอร์ของ Jack 01 จาก 101 เป็นหมายเลขอื่น ตัวสายยังคงเสียบอยู่ที่ Jack 01 เว้นแต่จะมีการย้ายสายจริง
⑥ Extension Jack 01 ของ Panasonic KX-TES824 สำคัญอย่างไร
คู่มือติดตั้ง Panasonic KX-TES824 ระบุให้เชื่อมต่อโทรศัพท์ระบบ Panasonic แบบมีจอแสดงผลที่รองรับเข้ากับ Extension Jack 01 เนื่องจากพอร์ตนี้ถูกกำหนดเป็น Manager Extension โดยอัตโนมัติในระบบเริ่มต้น
จุดนี้สำคัญสำหรับการติดตั้งและจัดทำแผนผัง เพราะช่างมักใช้โทรศัพท์ระบบที่รองรับเพื่อเข้าถึงฟังก์ชันการตั้งค่าของตู้
คำแนะนำในการวางแผน
- ระบุ Jack 01 ให้ชัดเจนในแผนผัง
- ตรวจสอบประเภทโทรศัพท์ที่ต้องใช้
- บันทึกหมายเลข Extension ของ Jack 01
- ตรวจสอบสิทธิ์และสถานะ Manager Extension
- เตรียมจุดเข้าถึงสำหรับงานโปรแกรมและบำรุงรักษา
หากตู้เคยถูกโปรแกรมมาแล้ว ควรตรวจสอบการตั้งค่าจริงเพิ่มเติม ไม่ควรสมมุติว่าทุกเครื่องยังใช้ค่าเริ่มต้นจากโรงงาน
⑦ วิธีทำตารางสายนอก CO Line Mapping
สำหรับสายนอกต้องบันทึกหมายเลขวงจรและแหล่งที่มาของแต่ละเส้น
ตัวอย่าง
| พอร์ต CO | รหัสสาย | ผู้ให้บริการ | จุดต่อ |
|---|---|---|---|
| CO1 | LINE-01 | ผู้ให้บริการ A | MDF-CO01 |
| CO2 | LINE-02 | ผู้ให้บริการ A | MDF-CO02 |
| CO3 | LINE-03 | ผู้ให้บริการ B | MDF-CO03 |
หากสายนอกมาจากพอร์ต TEL ของ ONT หรือ VoIP Gateway ควรระบุชนิดอุปกรณ์และพอร์ต FXS ที่ใช้ด้วย
ข้อมูลที่ควรบันทึก
- หมายเลข CO
- หมายเลขโทรศัพท์ภายนอก หากมี
- ชื่อผู้ให้บริการ
- ประเภทบริการ
- จุดรับสายเข้าอาคาร
- จุดเชื่อมต่อ MDF
- พอร์ต ONT หรือ Gateway
- สถานะใช้งาน
- ผลทดสอบโทรเข้าและออก
หมายเลขโทรศัพท์ภายนอกกับจำนวนวงจรที่สนทนาพร้อมกันอาจไม่เท่ากัน จึงควรบันทึกแยกกันเมื่อใช้บริการประเภทที่มีหลายช่องสัญญาณ
⑧ วิธีทำตาราง MDF และ Terminal Block
MDF หรือ Distribution Box ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อและตรวจสอบคู่สายได้โดยไม่ต้องถอดเปลี่ยนสายที่ตัวตู้บ่อยครั้ง
ตัวอย่างตาราง
| พอร์ตตู้ | จุดต่อ MDF | จุดใช้งาน |
|---|---|---|
| EXT-01 | MDF-01 | Reception |
| EXT-02 | MDF-02 | Manager |
| EXT-03 | MDF-03 | Sales 1 |
| EXT-04 | MDF-04 | Sales 2 |
| EXT-05 | MDF-05 | Account |
| EXT-06 | MDF-06 | Admin |
สิ่งที่ควรเพิ่มเติม
สำหรับระบบที่มีหลายคู่สาย ควรบันทึกหมายเลข Terminal และตำแหน่งตัวนำหรือคู่สายภายในบล็อกด้วย ไม่ใช่ระบุเพียงชื่อ MDF
หากมีการจัมเปอร์จาก Terminal หนึ่งไปยังอีก Terminal ต้องจัดทำตาราง Jumper เพิ่มเติม
⑨ วิธีทำ Cable Mapping จากตู้ถึงปลายทาง
Cable Mapping คือการบันทึกเส้นทางสายจากพอร์ตต้นทางไปยังจุดปลายทาง
ตัวอย่าง
| รหัสสาย | ต้นทาง | ปลายทาง | เบอร์ |
|---|---|---|---|
| C-001 | EXT-01 | TEL-01 | 101 |
| C-002 | EXT-02 | TEL-02 | 102 |
| C-003 | EXT-03 | TEL-03 | 103 |
| C-004 | EXT-04 | TEL-04 | 104 |
หากสายผ่าน MDF ควรบันทึกแยกเป็นช่วง เช่น
EXT-01 → MDF-A/01 → MDF-B/01 → TEL-01
ข้อดีของ Cable Mapping
- ตรวจสอบสายขาดได้ง่าย
- ระบุตำแหน่งคู่สายได้รวดเร็ว
- ลดโอกาสจัมเปอร์ผิด
- ช่วยวางแผนการย้ายจุดโทรศัพท์
- จัดทำรายการคู่สายสำรองได้
- สะดวกต่อการบำรุงรักษาในอนาคต
⑩ วิธีระบุโทรศัพท์ SLT และ PT ลงในแผนผัง
Panasonic KX-TES824 รองรับโทรศัพท์หลายประเภท แต่จำนวนตัวนำที่ต้องใช้แตกต่างกัน
ข้อมูลจากคู่มือติดตั้ง
| ประเภทอุปกรณ์ | ตัวนำที่ใช้ | จำนวนคู่ |
|---|---|---|
| SLT | T, R | 1 |
| PT เช่น KX-T7735 | T, R, H, L | 2 |
| DSS Console | H, L | 1 |
ตัวอย่างการบันทึก
| Jack | เบอร์ | อุปกรณ์ | คู่สาย |
|---|---|---|---|
| 01 | 101 | PT KX-T7735 | 2 |
| 02 | 102 | SLT | 1 |
| 03 | 103 | SLT | 1 |
| 04 | 104 | PT รุ่นที่รองรับ | 2 |
การบันทึกประเภทเครื่องช่วยให้ช่างเลือกสายและเต้ารับให้ตรงกับความต้องการ ไม่ควรคำนวณทุกจุดเป็นหนึ่งคู่สายโดยอัตโนมัติ
สำหรับพอร์ตจากการ์ดขยาย SLT ต้องตรวจสอบความเข้ากันได้ก่อนกำหนดให้ใช้กับโทรศัพท์ระบบ PT
⑪ วิธีทำแผนผัง Panasonic KX-TES824 แบบ 16 เบอร์
สำนักงานที่มีโทรศัพท์ 16 เครื่องจำเป็นต้องวางแผนความจุของตู้เพิ่มเติมจากระบบพื้นฐาน
ตัวอย่างแบ่งตามแผนก
| ช่วงเบอร์ตัวอย่าง | แผนก | จำนวน |
|---|---|---|
| 101–102 | ประชาสัมพันธ์ | 2 |
| 103–107 | ฝ่ายขาย | 5 |
| 108–109 | บัญชี | 2 |
| 110–111 | ธุรการ | 2 |
| 112 | ผู้จัดการ | 1 |
| 113–114 | คลังสินค้า | 2 |
| 115 | ห้องประชุม | 1 |
| 116 | เครื่องแฟกซ์ | 1 |
| รวม | 16 |
ขั้นตอนจัดทำแผนผัง
- ตรวจว่าตู้มีการ์ดขยายสำหรับ 16 พอร์ตแล้ว
- กำหนดตำแหน่ง Jack 01–16
- ระบุชนิดพอร์ตจากการ์ดจริง
- กำหนดหมายเลข Extension
- ผูกหมายเลขเข้ากับตำแหน่งแผนก
- กำหนดคู่สายและจุดต่อ MDF
- ระบุเต้ารับปลายทาง
- ทดสอบและบันทึกผล
หมายเลขตัวอย่างอาจไม่ตรงกับระบบที่ใช้งานจริง ต้องตรวจ Numbering Plan และโปรแกรม Extension Number [009] ก่อนกำหนดค่า
⑫ วิธีทำแผนผัง Panasonic KX-TES824 แบบ 24 เบอร์
เมื่อระบบขยายครบ 24 พอร์ต ต้องให้ความสำคัญกับการจัดกลุ่มพอร์ตและการ์ดขยายมากขึ้น
ตัวอย่างการจัดกลุ่ม
| พอร์ต | กลุ่มใช้งาน |
|---|---|
| Jack 01–08 | ประชาสัมพันธ์และฝ่ายขาย |
| Jack 09–16 | บัญชี ธุรการ และผู้บริหาร |
| Jack 17–24 | คลังสินค้า ห้องประชุม และส่วนบริการ |
การจัดกลุ่มนี้เป็นตัวอย่างด้านเอกสาร ไม่ได้หมายความว่าพอร์ตทุกกลุ่มเป็นชนิดเดียวกัน
ต้องตรวจว่าแต่ละชุดเป็นพอร์ต Hybrid หรือ SLT ตามการ์ดที่ติดตั้งจริง
ข้อมูลที่ควรเพิ่ม
- รุ่นการ์ดขยายแต่ละชุด
- จำนวนพอร์ตที่ใช้งาน
- จำนวนพอร์ตที่ว่าง
- ประเภทโทรศัพท์ที่รองรับ
- จุดต่อ MDF ของแต่ละพอร์ต
- จำนวนคู่สายที่ใช้
- หมายเลข Extension
- ตำแหน่งปลายทาง
⑬ วิธีวางแผนพอร์ตสำรองสำหรับอนาคต
ไม่ควรใช้พอร์ตทั้งหมดโดยไม่มีการประเมินการขยายระบบ หากธุรกิจมีแนวโน้มเพิ่มผู้ใช้งาน
ตัวอย่างระบบ 16 พอร์ต
- ใช้งานจริง 13 พอร์ต
- สำรอง 3 พอร์ต
- ความจุรวม 16 พอร์ต
ควรระบุพอร์ตสำรองในตารางอย่างชัดเจน
| Jack | สถานะ |
|---|---|
| 14 | สำรอง |
| 15 | สำรอง |
| 16 | สำรอง |
ข้อควรจำ
พอร์ตว่างไม่ได้หมายความว่ามีสายเดินถึงจุดใช้งานแล้ว
ควรแยกสถานะระหว่างพอร์ตสำรองและคู่สายสำรองออกจากกัน เช่น
- พอร์ตว่าง แต่ยังไม่มีสายปลายทาง
- มีสายปลายทาง แต่ยังไม่ได้ต่อพอร์ต
- พอร์ตและสายพร้อมใช้งาน
- พอร์ตมีอยู่ แต่ชนิดไม่ตรงกับโทรศัพท์ที่ต้องการ
⑭ วิธีทำแผนผังสายสำหรับสำนักงานหลายชั้น
สำหรับอาคารสองชั้นหรือสามชั้น ควรจัดทำแผนผังแยกตามชั้นเพิ่มเติมจากแผนผังระบบรวม
ตัวอย่างสำนักงานสองชั้น
ชั้น 1
- Reception: 101
- Sales: 102–105
- Account: 106–107
- Meeting: 108
ชั้น 2
- Sales: 109–112
- Admin: 113–114
- Manager: 115
- Warehouse Office: 116
เส้นทางสายตัวอย่าง
ตู้ KX-TES824 ชั้น 1
↓
MDF หลัก ชั้น 1
↓
สายแนวตั้งระหว่างชั้น
↓
Distribution Box ชั้น 2
↓
เต้ารับโทรศัพท์แต่ละห้อง
ควรระบุจำนวนคู่สายของเส้นทางแนวตั้ง ความยาวสาย และตำแหน่งจุดต่อให้ครบ
⑮ วิธีทำแผนผังสำหรับสายนอกจาก ONT และ VoIP Gateway
ในสำนักงานยุคปัจจุบัน สายนอกอาจไม่ได้มาจากคู่สายทองแดงของผู้ให้บริการโดยตรง
บางแห่งใช้พอร์ต TEL จาก ONT หรือใช้ VoIP Gateway แปลงบริการ SIP ให้เป็นวงจรแอนะล็อก
ตัวอย่างการเชื่อมต่อ ONT
ผู้ให้บริการไฟเบอร์
↓
ONT ที่มีพอร์ต TEL/FXS
↓
สายโทรศัพท์แอนะล็อก
↓
CO1 ของ Panasonic KX-TES824
ตัวอย่างการเชื่อมต่อ VoIP Gateway
เครือข่าย SIP
↓
VoIP Gateway ที่มีพอร์ต FXS
↓
พอร์ต CO ของ KX-TES824
ข้อมูลที่ต้องระบุ
- รุ่น ONT หรือ Gateway
- พอร์ตต้นทาง
- พอร์ต CO ปลายทาง
- จำนวนช่องสัญญาณโทรพร้อมกัน
- หมายเลขโทรศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
- อุปกรณ์สำรองไฟ
- ผลการทดสอบการโทร
ข้อสำคัญ: ห้ามวาดแผนผังให้สาย Ethernet เชื่อมต่อเข้าพอร์ต CO โดยตรง เพราะ KX-TES824 ต้องใช้อินเทอร์เฟซโทรศัพท์ที่เข้ากันได้ ไม่ใช่พอร์ต SIP ในตัว
⑯ วิธีเลือกโปรแกรมทำแผนผังสายโทรศัพท์
สามารถทำแผนผังด้วยโปรแกรมทั่วไปที่รองรับกล่องข้อความ เส้นเชื่อม และตาราง
โปรแกรมที่ใช้ได้
- Microsoft Excel สำหรับตารางพอร์ตและ Cable Mapping
- Microsoft Visio สำหรับแผนผังระบบ
- diagrams.net สำหรับผังเชื่อมต่อ
- Microsoft PowerPoint สำหรับผังอย่างง่าย
วิธีเลือกเครื่องมือ
หากเป็นระบบขนาดเล็ก 8 เบอร์ ตารางพอร์ตและแผนผังหนึ่งหน้าอาจเพียงพอ
แต่ระบบ 16–24 เบอร์ที่มี MDF หลายจุด ควรแยกเอกสารเป็นแผนผังภาพรวม ตารางพอร์ต และตารางคู่สาย เพื่อให้ตรวจสอบได้ละเอียดกว่า
ควรเลือกไฟล์ที่สามารถแก้ไขได้ ไม่ใช้ภาพถ่ายเพียงอย่างเดียวเป็นเอกสารหลัก
⑰ วิธีติดป้ายสายให้ตรงกับแผนผัง Panasonic KX-TES824
การทำแผนผังจะมีประโยชน์จริงเมื่อรหัสในเอกสารตรงกับป้ายบนหน้างาน
ตัวอย่างรหัส
| รหัส | ตำแหน่ง |
|---|---|
| PBX-01 | ตู้สาขาหลัก |
| MDF-01 | จุดรวมสาย |
| EXT-01 | พอร์ตภายใน 01 |
| TEL-101 | เต้ารับเบอร์ 101 |
| CO-01 | สายนอก 01 |
| CAB-001 | สายหมายเลข 001 |
จุดที่ควรติดป้าย
- บริเวณตู้สาขา
- สายเข้าตู้ MDF
- สายออกจาก MDF
- Terminal Block
- เต้ารับโทรศัพท์
- สายที่เชื่อมต่อจาก ONT หรือ Gateway
ควรใช้รหัสที่ไม่เปลี่ยนตามตัวบุคคล เช่น ใช้รหัสจุดหรือหมายเลขพอร์ตเป็นหลัก แทนการใช้ชื่อพนักงานเพียงอย่างเดียว
⑱ วิธีทดสอบแผนผังสายก่อนต่อเข้าตู้
เมื่อจัดทำแผนผังและเดินสายตามแบบแล้ว ต้องตรวจสอบว่าสายที่ติดตั้งตรงกับเอกสารหรือไม่
ขั้นตอนทดสอบ
- แยกคู่สายออกจากอุปกรณ์ที่มีไฟเลี้ยง
- ตรวจว่าคู่สายไม่มีแรงดันที่เป็นอันตราย
- ตรวจความต่อเนื่องของสาย
- ตรวจสายขาด
- ตรวจสายลัดวงจร
- ตรวจคู่สายสลับ
- ตรวจจำนวนตัวนำสำหรับ SLT และ PT
- ตรวจจุด MDF
- ตรวจหมายเลขเต้ารับ
- บันทึกผลลงตาราง Cable Mapping
ตัวอย่างผลตรวจ
| รหัสสาย | ผลตรวจ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| CAB-001 | ผ่าน | พร้อมเชื่อมต่อ |
| CAB-002 | ผ่าน | พร้อมเชื่อมต่อ |
| CAB-003 | ไม่ผ่าน | ตรวจจุดต่อ |
| CAB-004 | ผ่าน | พร้อมเชื่อมต่อ |
| CAB-005 | ไม่ผ่าน | พบสายขาด |
หากมีสายไม่ผ่านการทดสอบ ต้องแก้ไขก่อนเชื่อมต่อเข้าพอร์ตของตู้สาขา
⑲ วิธีตรวจหมายเลข Extension หลังต่อสายเสร็จ
หลังเชื่อมต่อและเปิดระบบตามขั้นตอนของ Panasonic แล้ว ต้องตรวจว่าหมายเลขที่กำหนดตรงกับจุดใช้งานจริง
ขั้นตอนตรวจสอบ
- ตรวจหมายเลขพอร์ตทางกายภาพ
- ตรวจหมายเลข Extension ที่ตั้งไว้
- ตรวจจุดต่อ MDF
- โทรจากเครื่องหนึ่งไปยังปลายทาง
- ตรวจว่าเครื่องปลายทางดังถูกต้อง
- ทดสอบสนทนาทั้งสองทาง
- ตรวจป้ายหมายเลขโทรศัพท์
- ปรับปรุงตารางเมื่อพบความคลาดเคลื่อน
หากเบอร์ 101 ไปดังที่เครื่องของเบอร์ 102 ต้องแยกตรวจว่าเกิดจากการจัมเปอร์สายผิดหรือการกำหนด Extension Number ไม่ตรงกับแผน
ไม่ควรแก้ด้วยการเปลี่ยนหมายเลขโปรแกรมทันทีโดยยังไม่ได้ตรวจคู่สาย
⑳ วิธีทำ As-Built Drawing หลังติดตั้งเสร็จ
As-Built Drawing คือแผนผังที่บันทึกระบบตามสภาพการติดตั้งจริง
เอกสารนี้อาจแตกต่างจากแบบที่วางแผนไว้ก่อนเริ่มงาน เพราะหน้างานอาจมีการปรับเส้นทางสายหรือย้ายจุดติดตั้ง
สิ่งที่ต้องบันทึก
- ตำแหน่งตู้สาขาจริง
- ตำแหน่ง MDF จริง
- เส้นทางเดินสายจริง
- พอร์ต CO และ Extension
- หมายเลขโทรศัพท์ภายใน
- ชนิดเครื่องโทรศัพท์
- จุดต่อและจัมเปอร์
- สายสำรอง
- ผลการทดสอบ
- วันที่ติดตั้งและผู้ตรวจสอบ
แนวทางจัดเก็บเอกสาร
ควรเก็บทั้งไฟล์แก้ไขได้และไฟล์ PDF สำหรับอ้างอิง โดยระบุเลขเวอร์ชันและวันที่แก้ไข
หากมีการย้ายเบอร์หรือเปลี่ยนสายภายหลัง ต้องปรับปรุงเอกสาร As-Built ให้ตรงกับหน้างานเสมอ
㉑ ตัวอย่างแบบฟอร์มแผนผังสาย Panasonic KX-TES824
แบบฟอร์มนี้สามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบสำหรับบันทึกงานติดตั้งจริง
ข้อมูลทั่วไป
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่อโครงการ | __________ |
| สถานที่ติดตั้ง | __________ |
| รุ่นตู้ | Panasonic KX-TES824 |
| Serial Number | __________ |
| วันที่สำรวจ | __________ |
| วันที่ติดตั้ง | __________ |
| ผู้รับผิดชอบ | __________ |
| จำนวน CO | __________ |
| จำนวน Extension | __________ |
| การ์ดขยาย | __________ |
ตาราง Port Mapping
| Jack | Extension | อุปกรณ์ | MDF | จุดปลายทาง |
|---|---|---|---|---|
| 01 | ____ | ____ | ____ | ____ |
| 02 | ____ | ____ | ____ | ____ |
| 03 | ____ | ____ | ____ | ____ |
| 04 | ____ | ____ | ____ | ____ |
| 05 | ____ | ____ | ____ | ____ |
| 06 | ____ | ____ | ____ | ____ |
| 07 | ____ | ____ | ____ | ____ |
| 08 | ____ | ____ | ____ | ____ |
สำหรับระบบ 16 หรือ 24 พอร์ต ให้เพิ่มรายการจนครบจำนวนพอร์ตที่ติดตั้งจริง
ตารางสายนอก
| CO | แหล่งสัญญาณ | หมายเลขโทรศัพท์ | จุดต่อ |
|---|---|---|---|
| CO1 | ____ | ____ | ____ |
| CO2 | ____ | ____ | ____ |
| CO3 | ____ | ____ | ____ |
ตาราง Cable Mapping
| รหัสสาย | ต้นทาง | ปลายทาง | จำนวนคู่ | ผลทดสอบ |
|---|---|---|---|---|
| C-001 | ____ | ____ | ____ | ____ |
| C-002 | ____ | ____ | ____ | ____ |
| C-003 | ____ | ____ | ____ | ____ |
| C-004 | ____ | ____ | ____ | ____ |
ควรตรวจความครบถ้วนของเอกสารและลงผลทดสอบตามจริงก่อนส่งมอบให้ผู้ใช้งาน
㉒ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำแผนผัง Panasonic KX-TES824
1. ใช้หมายเลข Extension แทนหมายเลขพอร์ต
ทำให้ตรวจสอบยากเมื่อมีการเปลี่ยนหมายเลขภายใน
2. ไม่ระบุชนิดโทรศัพท์
อาจทำให้เตรียมจำนวนคู่สายไม่เพียงพอสำหรับโทรศัพท์ PT
3. ไม่บันทึกจุด MDF
ทำให้ไม่ทราบว่าสายผ่านจุดต่อใดบ้าง
4. ไม่ตรวจการ์ดขยาย
อาจออกแบบให้โทรศัพท์ระบบเชื่อมกับพอร์ต SLT ที่ไม่รองรับ
5. ไม่แยก CO กับ Extension
เพิ่มความเสี่ยงในการต่อสายผิด
6. ไม่ติดป้ายสาย
แม้มีเอกสาร แต่ช่างไม่สามารถระบุคู่สายจริงได้สะดวก
7. ไม่อัปเดตแผนผังหลังย้ายเบอร์
ทำให้แบบไม่ตรงกับการติดตั้งจริง
8. ไม่ทดสอบสายก่อนส่งมอบ
อาจมีสายขาด สายช็อต หรือคู่สายสลับโดยไม่มีการบันทึก
㉓ เช็กลิสต์ก่อนส่งมอบแผนผัง Panasonic KX-TES824
- ตรวจรุ่นและ Serial Number ของตู้
- ตรวจจำนวนสายนอก CO
- ตรวจจำนวนพอร์ต Extension
- ตรวจรุ่นการ์ดขยาย
- ตรวจชนิดพอร์ต Hybrid และ SLT
- ระบุ Extension Jack 01 ให้ชัดเจน
- จัดทำ System Connection Diagram
- จัดทำ Port Mapping
- จัดทำ Cable Mapping
- จัดทำตาราง CO Line
- จัดทำตารางจุดต่อ MDF
- ระบุจำนวนคู่สายของแต่ละอุปกรณ์
- ระบุหมายเลข Extension
- ระบุจุดปลายทาง
- ติดป้ายสายต้นทางและปลายทาง
- ตรวจสายขาดและลัดวงจร
- ตรวจคู่สายสลับ
- ทดสอบโทรภายใน
- ทดสอบสายนอก CO
- ตรวจโทรศัพท์ระบบ PT
- จัดทำ As-Built Drawing
- บันทึกวันติดตั้งและเวอร์ชันเอกสาร
- ส่งมอบไฟล์แผนผังให้ผู้ดูแลระบบ
㉔ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแผนผัง Panasonic KX-TES824
Panasonic KX-TES824 มีพอร์ต Extension กี่พอร์ต
มีพอร์ตภายในเริ่มต้น 8 พอร์ต และสามารถขยายได้สูงสุด 24 พอร์ตเมื่อใช้การ์ดขยายตามรูปแบบที่รองรับ
Panasonic KX-TES824 มีสายนอก CO กี่พอร์ต
มี 3 พอร์ตในระบบพื้นฐาน และสามารถขยายได้สูงสุด 8 พอร์ต
หมายเลข Extension กับ Jack Number เหมือนกันไหม
ไม่เหมือนกัน Jack Number คือหมายเลขพอร์ตทางกายภาพ ส่วน Extension Number คือหมายเลขโทรศัพท์ภายในที่กำหนดให้พอร์ตนั้น
Jack 01 ของ Panasonic KX-TES824 ใช้ทำอะไร
คู่มือระบุให้ต่อโทรศัพท์ระบบแบบมีจอที่รองรับเข้ากับ Jack 01 ซึ่งถูกกำหนดเป็น Manager Extension โดยอัตโนมัติในระบบเริ่มต้น
โปรแกรมอะไรใช้ตั้งหมายเลข Extension
ใช้โปรแกรม Extension Number [009] ตามคู่มือการโปรแกรมของ Panasonic KX-TES824
โทรศัพท์ Panasonic KX-T7735 ใช้สายกี่คู่
ใช้สองคู่สาย ได้แก่ขั้ว T, R, H และ L ตามผังการเชื่อมต่อที่คู่มือกำหนด
ต้องมี MDF ทุกสำนักงานหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องใช้ MDF ขนาดใหญ่ทุกแห่ง แต่ควรมีจุดต่อและกระจายสายที่เหมาะสมกับจำนวนคู่สาย และสามารถตรวจสอบได้สะดวก
ใช้ Excel ทำแผนผัง Panasonic KX-TES824 ได้ไหม
ได้ โดยเฉพาะตาราง Port Mapping, Cable Mapping และรายการสายนอก ส่วนแผนผังภาพรวมอาจทำด้วยเครื่องมือเขียน Diagram เพื่อให้เห็นเส้นทางเชื่อมต่อได้ง่ายขึ้น
เปลี่ยนเบอร์ภายในแล้วต้องแก้แผนผังไหม
ควรแก้ไขตารางหมายเลขและเอกสาร As-Built ให้ตรงกับการตั้งค่าจริง แม้ว่าตำแหน่งสายและพอร์ตทางกายภาพจะไม่ได้เปลี่ยน
ติดตั้ง Panasonic KX-TES824 โดยไม่มีแผนผังได้ไหม
ระบบอาจทำงานได้ แต่ไม่แนะนำ เพราะจะทำให้ตรวจสอบและบำรุงรักษายาก โดยเฉพาะสำนักงานที่มีหลายแผนกหรือมีการย้ายเบอร์บ่อยครั้ง
㉕ สรุปวิธีทำแผนผังสายและพอร์ต Panasonic KX-TES824
การทำแผนผังสายและพอร์ต Panasonic KX-TES824 ควรเริ่มจากการสำรวจอุปกรณ์จริงและแยกข้อมูลออกเป็นสายนอก CO พอร์ต Extension จุดกระจายสาย และเต้ารับโทรศัพท์
เอกสารสำคัญที่ควรมีคือ System Connection Diagram, Port Mapping, Cable Mapping และ As-Built Drawing เพื่อให้สามารถตรวจสอบเส้นทางสายจากต้นทางถึงปลายทางได้ทุกจุด
สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือการแยก Extension Jack Number ออกจากหมายเลข Extension การระบุประเภทโทรศัพท์ SLT หรือ PT และการตรวจชนิดพอร์ตจากการ์ดขยายที่ติดตั้งจริง
ก่อนส่งมอบงานควรตรวจหมายเลขสาย ทดสอบการโทร และปรับปรุงเอกสารให้ตรงกับการติดตั้งจริง พร้อมบันทึกพอร์ตสำรองและคู่สายสำรองไว้สำหรับอนาคต
ComSiam แนะนำให้ช่างติดตั้งทำแผนผังระบบก่อนเริ่มเดินสาย และจัดทำเอกสาร As-Built หลังติดตั้งเสร็จทุกครั้ง เพราะช่วยลดความผิดพลาดในการจัมเปอร์สาย เพิ่มความรวดเร็วในการตรวจซ่อม และทำให้การดูแลระบบโทรศัพท์ Panasonic KX-TES824 เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร
ComSiam Professional Team







