ComSiam Service
เปลี่ยนตู้สาขาโทรศัพท์ใหม่แล้วใช้สายโทรศัพท์เดิมได้ไหม? คำตอบคือ สามารถใช้ได้ในหลายกรณี หากสายโทรศัพท์เดิมอยู่ในสภาพสมบูรณ์ มีจำนวนคู่สายเพียงพอ และรองรับชนิดโทรศัพท์กับตู้สาขารุ่นใหม่ที่ต้องการติดตั้ง
สำหรับสำนักงานที่ใช้งานตู้สาขา Panasonic KX-TES824, KX-TEM824 หรือ KX-TEA308 อยู่แล้ว การเปลี่ยนตู้สาขาไม่ได้หมายความว่าจะต้องรื้อสายโทรศัพท์ภายในอาคารและเดินใหม่ทั้งหมดเสมอไป
อย่างไรก็ตาม หากเปลี่ยนจากระบบโทรศัพท์อนาล็อกไปเป็น IP-PBX หรือเปลี่ยนชนิดโทรศัพท์ที่ต้องใช้สายต่างกัน อาจจำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างสายหรือเดินสาย LAN เพิ่มเติม
บทความนี้ comsiam จะอธิบายวิธีตรวจสอบสายโทรศัพท์เดิม การทดสอบคุณภาพสาย การเปลี่ยนตู้ KX-TES824 และข้อควรระวังเพื่อช่วยให้สำนักงานประหยัดค่าใช้จ่ายโดยไม่กระทบความเสถียรของระบบ
① เปลี่ยนตู้สาขาแล้วใช้สายโทรศัพท์เดิมได้หรือไม่
การนำสายเดิมกลับมาใช้งานขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
1. สภาพของสายโทรศัพท์
สายต้องไม่ขาด ไม่ลัดวงจร ไม่มีจุดต่อหลวม และไม่มีความเสียหายที่ส่งผลต่อการสื่อสาร
2. ประเภทของโทรศัพท์
โทรศัพท์อนาล็อก โทรศัพท์แบบ Proprietary และโทรศัพท์ IP อาจต้องการสายและการเชื่อมต่อต่างกัน
3. ชนิดพอร์ตของตู้สาขาใหม่
ต้องตรวจสอบว่าตู้ใหม่มีพอร์ตที่รองรับอุปกรณ์เดิม เช่น SLT, Analog Proprietary หรือ Digital Proprietary Telephone
ตารางประเมินเบื้องต้น
| รูปแบบการเปลี่ยนระบบ | โอกาสใช้สายเดิม |
|---|---|
| Analog PBX เป็น Analog PBX | มักใช้ได้ |
| KX-TES824 เป็น KX-TEM824 | มักใช้ได้ |
| KX-TEA308 เป็น KX-TES824 | มักใช้ได้ |
| Analog PBX เป็น Hybrid PBX | ขึ้นอยู่กับพอร์ตและโทรศัพท์ |
| Analog PBX เป็น IP-PBX | ต้องประเมินโครงสร้างสายใหม่ |
| เปลี่ยนเป็น IP Phone ผ่าน LAN | ต้องมีสายเครือข่ายที่ได้มาตรฐาน |
ตารางนี้เป็นแนวทางเบื้องต้น ไม่ใช่การรับประกันว่าสายเดิมทุกเส้นจะนำกลับมาใช้งานได้โดยไม่ต้องแก้ไข
② สายโทรศัพท์เดิมมีกี่ประเภท
ก่อนเปลี่ยนตู้สาขาควรทราบว่าสำนักงานใช้สายประเภทใดอยู่
1. สายโทรศัพท์แบบ 1 คู่สาย
มีตัวนำสองเส้น ใช้กับโทรศัพท์อนาล็อกทั่วไปได้ในระบบที่รองรับ
เหมาะกับการเดินสายจากพอร์ต SLT ไปยังโทรศัพท์หนึ่งเครื่อง
2. สายโทรศัพท์แบบ 2 คู่สาย
มีตัวนำสี่เส้น พบได้ในงานโทรศัพท์สำนักงาน โดยเฉพาะโทรศัพท์แบบ Proprietary บางรุ่นที่ต้องใช้มากกว่าหนึ่งคู่สาย
3. สายโทรศัพท์หลายคู่
เช่น สาย 10 คู่ 20 คู่ หรือจำนวนมากกว่านั้น ใช้สำหรับกระจายหมายเลขโทรศัพท์ไปยังจุดต่าง ๆ ผ่านแผง MDF
4. สาย UTP
สาย UTP เช่น Cat5e หรือ Cat6 อาจถูกนำมาใช้สำหรับระบบโทรศัพท์บางประเภทได้ แต่ต้องตรวจสอบการเข้าสายและการใช้งานจริง
หากต้องการเปลี่ยนไปใช้ IP Phone ต้องตรวจสอบด้วยว่าสายเครือข่ายมีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐาน Ethernet ที่จะใช้งาน ไม่ใช่ดูเพียงจำนวนแกนทองแดงเท่านั้น
③ เปลี่ยน KX-TES824 เป็นตู้รุ่นเดิม ใช้สายเดิมได้ไหม
หากเปลี่ยน KX-TES824 เครื่องเก่าเป็น KX-TES824 อีกเครื่องหนึ่ง และยังใช้โทรศัพท์เดิมทั้งหมด โดยทั่วไปมีโอกาสนำสายโทรศัพท์กลับมาใช้ได้มาก
แต่ก่อนเปลี่ยนควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญ ได้แก่
① จำนวนพอร์ตสายนอก
② จำนวนพอร์ตภายใน
③ รุ่นการ์ดขยาย
④ ชนิดโทรศัพท์
⑤ หมายเลข Extension
⑥ การตั้งค่ารับสาย
⑦ การตั้งค่าโอนสาย
⑧ ระบบ DISA
ตัวอย่าง
สำนักงานเดิมใช้ KX-TES824 พร้อมการ์ดขยาย มีโทรศัพท์ภายใน 16 เครื่อง
หากเปลี่ยนเป็นตู้ KX-TES824 อีกเครื่องที่มีการ์ดและพอร์ตตรงตามความต้องการ ก็อาจนำสายเดิมกลับมาใช้งานได้หลังตรวจสอบและจัดการเชื่อมต่อให้ถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการตั้งค่าไม่ได้ย้ายไปยังตู้ใหม่โดยอัตโนมัติ ต้องสำรองและตรวจสอบการคืนค่าระบบก่อนใช้งาน
④ เปลี่ยนจาก KX-TES824 เป็น KX-TEM824 ใช้สายเดิมได้ไหม
ทั้งสองรุ่นอยู่ในตระกูล Panasonic Advanced Hybrid PBX และรองรับโทรศัพท์อนาล็อกกับโทรศัพท์ Analog Proprietary ที่เข้ากันได้
ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ความจุเริ่มต้น
| รายการ | KX-TES824 | KX-TEM824 |
|---|---|---|
| สายนอกเริ่มต้น | 3 | 6 |
| เบอร์ภายในเริ่มต้น | 8 | 16 |
| สายนอกสูงสุด | 8 | 8 |
| เบอร์ภายในสูงสุด | 24 | 24 |
หากเปลี่ยนไปใช้ KX-TEM824 โดยยังคงใช้โทรศัพท์เดิม มีโอกาสใช้สายโทรศัพท์เดิมได้ แต่ต้องตรวจสอบการจับคู่พอร์ตและการตั้งค่าระบบใหม่
ไม่ควรเชื่อมต่อสายตามตำแหน่งเดิมโดยไม่ตรวจสอบหมายเลขพอร์ตและชนิดของการเชื่อมต่อ
⑤ เปลี่ยนจาก KX-TES824 เป็น KX-TDA หรือ KX-NS ใช้สายเดิมได้ไหม
สามารถใช้สายเดิมบางส่วนได้ โดยเฉพาะสายที่เชื่อมต่อโทรศัพท์อนาล็อกแบบ SLT
แต่ระบบ Panasonic KX-TDA และ KX-NS รองรับโทรศัพท์หลายประเภทมากกว่า KX-TES824 จึงต้องตรวจสอบความเข้ากันได้ก่อน
กรณีใช้โทรศัพท์อนาล็อกเดิม
หากตู้ใหม่มีพอร์ต SLT เพียงพอ และสายเดิมอยู่ในสภาพดี ก็อาจนำสายเดิมกลับมาใช้งานได้
กรณีใช้โทรศัพท์ Digital Proprietary
ต้องตรวจสอบการ์ด Digital Extension และรูปแบบการเดินสายตามคู่มือของอุปกรณ์
กรณีเปลี่ยนเป็น IP Phone
ต้องมีระบบ LAN ที่รองรับ ทั้งสายเครือข่าย สวิตช์ การกำหนด IP Address และระบบไฟเลี้ยงโทรศัพท์ เช่น PoE หรืออะแดปเตอร์ตามรุ่น
สายโทรศัพท์สองแกนเดิมไม่สามารถใช้เชื่อมต่อ Ethernet มาตรฐานได้โดยตรง
⑥ วิธีตรวจสอบสายโทรศัพท์เดิมก่อนเปลี่ยนตู้
การตรวจสอบควรดำเนินการก่อนถอดระบบเก่า เพื่อให้ทราบว่าสายจุดใดยังใช้งานได้และจุดใดควรปรับปรุง
ขั้นตอนตรวจสอบ
① สำรวจจำนวนสาย
นับจำนวนสายจากตู้สาขาไปยังโทรศัพท์แต่ละจุด
② ตรวจสอบชนิดสาย
ดูว่าสายเป็นแบบหนึ่งคู่ สองคู่ หรือหลายคู่
③ ตรวจสอบจุดต่อสาย
สำรวจแผง MDF, Terminal Block และเต้ารับโทรศัพท์
④ ตรวจสอบสภาพภายนอก
มองหารอยแตก รอยฉีกขาด สายชำรุด และจุดที่มีความชื้น
⑤ ทดสอบความต่อเนื่อง
ตรวจสอบว่าสายแต่ละคู่เชื่อมต่อถึงปลายทางถูกต้อง
⑥ ตรวจสอบการลัดวงจร
ต้องแยกสายออกจากอุปกรณ์และแหล่งสัญญาณก่อนใช้เครื่องมือทดสอบที่เหมาะสม
⑦ ตรวจสอบคุณภาพการสนทนา
ทดลองโทรจริงเพื่อตรวจสอบเสียงรบกวน เสียงขาด และความผิดปกติอื่น ๆ
⑧ บันทึกผลการตรวจสอบ
จัดทำตารางว่าจุดใดใช้งานได้ จุดใดต้องซ่อม และจุดใดควรเดินสายใหม่
ข้อควรระวัง: ห้ามใช้เครื่องทดสอบฉนวนแรงดันสูงกับสายที่ยังเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือสายโทรศัพท์จากผู้ให้บริการ เพราะอาจทำให้อุปกรณ์เสียหายหรือเกิดอันตราย
⑦ อุปกรณ์ที่ใช้ตรวจสอบสายโทรศัพท์
ช่างติดตั้งระบบโทรศัพท์มักใช้อุปกรณ์หลายประเภทตามปัญหาที่ต้องตรวจสอบ
① Digital Multimeter
ใช้ตรวจสอบค่าทางไฟฟ้า เช่น ความต่อเนื่องหรือการลัดวงจร เมื่อแยกสายและใช้เครื่องมือในโหมดที่ถูกต้อง
② Telephone Line Tester
ใช้ตรวจสอบคุณสมบัติบางอย่างของสายโทรศัพท์ตามความสามารถของเครื่องมือ
③ Tone Generator และ Probe
ช่วยค้นหาคู่สายและตรวจสอบปลายทางของสายจำนวนมาก
④ Telephone Test Set
ใช้ทดสอบสายโทรศัพท์ที่รองรับและตรวจสอบสัญญาณสนทนา โดยต้องใช้งานตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
⑤ Network Cable Tester
เหมาะกับการตรวจสอบสายเครือข่าย หากมีแผนเปลี่ยนไปใช้ IP Phone
⑥ เครื่องมือเข้าสายและจัดการ MDF
ใช้สำหรับเชื่อมต่อสายให้แน่นและเป็นระเบียบ ลดปัญหาจุดสัมผัสหลวม
⑧ อาการแบบไหนแสดงว่าสายโทรศัพท์เดิมมีปัญหา
อาการผิดปกติอาจเกิดจากสายโทรศัพท์ จุดต่อสาย โทรศัพท์ หรือพอร์ตของตู้สาขา
อาการที่พบบ่อย
- โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ
- เสียงซ่าหรือมีเสียงรบกวน
- เสียงสนทนาขาดหาย
- รับสายได้แต่โทรออกไม่ได้
- ยกหูแล้วสัญญาณไม่ปกติ
- โทรศัพท์บางเครื่องใช้งานได้เป็นบางเวลา
- สายมีความชื้นหรือจุดต่อเกิดสนิม
- ปลั๊กโทรศัพท์หลวม
- โทรศัพท์สลับหมายเลขหลังมีการแก้ไขสาย
ไม่ควรสรุปว่าอาการเหล่านี้เกิดจากสายโทรศัพท์เสมอไป ต้องตรวจสอบแยกตามส่วนเพื่อหาสาเหตุจริง
ตัวอย่างเช่น หากเปลี่ยนโทรศัพท์แล้วอาการยังเกิดเฉพาะจุดเดิม อาจมีปัญหาที่สายหรือจุดต่อ แต่ยังต้องทดสอบพอร์ตตู้สาขาประกอบด้วย
⑨ สายโทรศัพท์เดิมใช้มานาน 10–20 ปี ยังใช้ต่อได้ไหม
อายุสายเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ตัวตัดสินว่าสายต้องเปลี่ยนทั้งหมด
สายโทรศัพท์ที่ติดตั้งถูกต้อง อยู่ในสภาพแวดล้อมเหมาะสม และไม่มีความเสียหาย อาจยังใช้งานต่อได้แม้ติดตั้งมาหลายปี
แต่สายที่อยู่ในพื้นที่ชื้น โดนแดด น้ำท่วม หรือมีการต่อซ่อมหลายครั้ง อาจมีความเสี่ยงเกิดปัญหามากกว่า
ควรเปลี่ยนสายเมื่อ
① มีความเสียหายทางกายภาพ
② พบการลัดวงจรหรือสายขาด
③ มีจุดต่อสายเสื่อมสภาพหลายตำแหน่ง
④ มีเสียงรบกวนจากสายที่แก้ไขไม่ได้
⑤ จำนวนคู่สายไม่เพียงพอ
⑥ สายไม่รองรับเทคโนโลยีใหม่
⑦ ตำแหน่งสายเดิมไม่เหมาะกับรูปแบบสำนักงาน
สำหรับสำนักงานที่มีสายจำนวนมาก การเปลี่ยนเฉพาะจุดที่เสียอาจประหยัดกว่าการรื้อทั้งหมด แต่ควรประเมินค่าซ่อมบำรุงในระยะยาวด้วย
⑩ สายโทรศัพท์เดิมใช้กับ IP Phone ได้ไหม
ต้องแยกความแตกต่างระหว่างสายโทรศัพท์แบบอนาล็อกกับสายเครือข่าย Ethernet
โทรศัพท์อนาล็อก
โดยทั่วไปใช้สายหนึ่งคู่สำหรับวงจรโทรศัพท์พื้นฐาน
IP Phone
ใช้การเชื่อมต่อ Ethernet ผ่านระบบเครือข่าย IP ซึ่งต้องมีสายและอุปกรณ์รองรับตามมาตรฐานที่ใช้งาน
ตัวอย่างเช่น IP Phone แบบ Gigabit Ethernet โดยทั่วไปต้องการระบบสาย LAN ที่รองรับการเชื่อมต่อดังกล่าวตามข้อกำหนดของอุปกรณ์
แล้วสาย Cat5e เดิมใช้ได้ไหม
หากอาคารเดินสาย Cat5e ไว้เพื่อใช้โทรศัพท์ และเป็นสายครบสี่คู่ที่เข้าหัวหรือเข้าสายได้ถูกต้อง อาจนำมาทดสอบและปรับปรุงเพื่อใช้เป็นสาย LAN ได้
แต่ถ้าสายถูกต่อพ่วง แยกคู่ หรือมีการต่อระหว่างทางที่ไม่เหมาะกับ Ethernet ก็อาจไม่สามารถใช้ได้โดยไม่ปรับปรุง
ควรทดสอบสายตามความเร็วเครือข่ายและมาตรฐานที่ต้องการใช้งานจริง
⑪ เปลี่ยนตู้สาขาใหม่ต้องเปลี่ยนโทรศัพท์ทุกเครื่องไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป
หากโทรศัพท์เดิมเป็นแบบ SLT และตู้ใหม่มีพอร์ต SLT รองรับ ก็อาจใช้โทรศัพท์เดิมได้
แต่ถ้าเป็นโทรศัพท์ Panasonic แบบ Proprietary ต้องตรวจสอบรุ่นให้ตรงกับระบบใหม่
ตัวอย่าง
| โทรศัพท์เดิม | ระบบใหม่ | ข้อพิจารณา |
|---|---|---|
| Analog SLT | PBX ที่มี SLT | มักใช้ต่อได้ |
| Panasonic APT | KX-TES824 | ตรวจสอบรุ่นที่รองรับ |
| Panasonic APT | Hybrid IP-PBX | ตรวจสอบความเข้ากันได้ |
| Panasonic DPT | PBX ที่รองรับ DPT | ใช้ได้ตามรุ่นและการ์ด |
| IP Phone | IP-PBX | ตรวจสอบโปรโตคอลและไลเซนส์ |
ดังนั้นการเปลี่ยนตู้สาขาควรทำรายการรุ่นโทรศัพท์เดิมทั้งหมดก่อนเลือกตู้ใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงต้องซื้อเครื่องใหม่โดยไม่จำเป็น
⑫ ขั้นตอนเปลี่ยนตู้สาขาโดยใช้สายโทรศัพท์เดิม
การเปลี่ยนตู้โดยไม่เดินสายใหม่สามารถทำได้อย่างเป็นระบบตามขั้นตอนต่อไปนี้
① สำรวจระบบเดิม
ตรวจสอบจำนวนสายนอกและเบอร์ภายใน
② สำรองค่าการตั้งค่า
เก็บรายละเอียดหมายเลขภายในและฟังก์ชันสำคัญ
③ ตรวจสอบสายโทรศัพท์
ทดสอบสายและจุดต่อทุกจุดที่ต้องนำกลับมาใช้
④ กำหนดพอร์ตตู้ใหม่
วางแผนว่าโทรศัพท์แต่ละเครื่องจะเชื่อมต่อเข้าพอร์ตใด
⑤ กำหนดช่วงเวลาหยุดระบบ
เลือกช่วงเวลาที่กระทบการทำงานขององค์กรน้อยที่สุด
⑥ ถอดตู้เดิมอย่างปลอดภัย
ปิดระบบและแยกสัญญาณตามขั้นตอนที่เหมาะสม
⑦ ติดตั้งตู้ใหม่
ยึดตู้และตรวจสอบระบบไฟฟ้าตามคู่มือ
⑧ เชื่อมต่อสายเดิม
ต่อสายผ่านแผงกระจายสายและพอร์ตที่กำหนด
⑨ ตั้งค่าระบบ
ตั้งหมายเลขภายใน สายนอก กลุ่มรับสาย และสิทธิ์การโทร
⑩ ทดสอบการใช้งาน
ตรวจสอบโทรเข้า โทรออก โอนสาย และคุณภาพเสียงทุกจุด
⑪ จัดทำเอกสารส่งมอบ
บันทึกหมายเลขพอร์ต ผังสาย และค่าที่จำเป็นสำหรับการบำรุงรักษา
⑬ ใช้สายโทรศัพท์เดิมช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างไร
การนำสายเดิมกลับมาใช้สามารถลดรายการต้นทุนบางส่วนได้ เช่น
- ค่าสายโทรศัพท์ใหม่
- ค่าแรงเดินสาย
- ค่าท่อหรือรางเดินสาย
- ค่าซ่อมแซมผนังและฝ้า
- เวลาหยุดใช้งานพื้นที่
- ค่าอุปกรณ์ปลายทางที่ยังใช้งานได้
เปรียบเทียบสองแนวทาง
| รายการ | ใช้สายเดิม | เดินสายใหม่ |
|---|---|---|
| ค่าสายใหม่ | อาจไม่ต้องซื้อ | ต้องจัดหา |
| ค่าแรงเดินสาย | น้อยกว่าในบางกรณี | ขึ้นอยู่กับระยะทาง |
| ค่าทดสอบสาย | จำเป็น | จำเป็น |
| ค่าซ่อมสาย | อาจมี | โดยทั่วไปน้อยกว่า |
| ความยืดหยุ่นในการจัดตำแหน่งใหม่ | จำกัดตามสายเดิม | ออกแบบได้มากกว่า |
| การรองรับ IP Phone | ต้องตรวจสอบ | สามารถออกแบบให้รองรับได้ |
แม้การใช้สายเดิมอาจช่วยประหยัดต้นทุน แต่ไม่ควรฝืนใช้สายที่ชำรุด เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาการใช้งานและเสียค่าซ่อมซ้ำในภายหลัง
⑭ ค่าตรวจสอบและเปลี่ยนตู้สาขาคิดจากอะไร
ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับขนาดของระบบและสภาพสายที่มีอยู่
ปัจจัยสำคัญ
① จำนวนเบอร์ภายใน
② จำนวนสายนอก
③ ประเภทตู้สาขาเดิม
④ รุ่นตู้สาขาใหม่
⑤ สภาพแผง MDF
⑥ จำนวนจุดที่ต้องทดสอบ
⑦ งานเปลี่ยนหัวต่อหรือจุดเชื่อมต่อ
⑧ ความจำเป็นในการเดินสายเพิ่มเติม
⑨ การตั้งค่าระบบใหม่
⑩ การทดสอบหลังติดตั้ง
สำหรับสำนักงานที่มีโทรศัพท์ 10 เครื่อง ค่าใช้จ่ายอาจแตกต่างจากสำนักงานที่มีโทรศัพท์ 50 เครื่องอย่างมาก เพราะจำนวนพอร์ตและเวลาในการตรวจสอบไม่เท่ากัน
ก่อนเสนอราคา comsiam แนะนำให้สำรวจสายเดิมและตรวจสอบรุ่นโทรศัพท์ทุกเครื่อง เพื่อแยกให้ชัดเจนว่างานส่วนใดใช้ของเดิมได้ และส่วนใดจำเป็นต้องจัดหาใหม่
⑮ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อใช้สายโทรศัพท์เดิม
① ไม่ตรวจสอบคู่สายก่อนต่อเข้าตู้
อาจทำให้โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณหรือหมายเลขสลับกัน
② ใช้พอร์ตผิดประเภท
เช่น นำสายจากโทรศัพท์ที่ต้องใช้พอร์ต Proprietary ไปเชื่อมต่อกับพอร์ตที่ไม่รองรับ
③ ไม่ตรวจสอบคุณภาพสาย
ทำให้ระบบใหม่มีปัญหาเสียงรบกวนเช่นเดียวกับระบบเก่า
④ ไม่ทำป้ายหมายเลขสาย
ทำให้การบำรุงรักษาในอนาคตยุ่งยาก
⑤ ไม่สำรองข้อมูลตู้เดิม
เสี่ยงสูญเสียค่าตั้งค่าที่สำคัญ
⑥ ไม่ทดสอบทุกพอร์ต
อาจพบปัญหาหลังส่งมอบระบบ
⑦ เข้าใจว่าสายโทรศัพท์ใช้แทนสาย LAN ได้ทันที
การใช้สายสำหรับ IP Phone ต้องตรวจสอบมาตรฐานและคุณภาพของสายเครือข่าย
⑯ Checklist ก่อนเปลี่ยนตู้และใช้สายเดิม
- ตรวจสอบรุ่นตู้สาขาเดิม
- ตรวจสอบรุ่นตู้สาขาใหม่
- นับจำนวนสายนอก
- นับจำนวนเบอร์ภายใน
- ตรวจสอบโทรศัพท์ทุกเครื่อง
- ตรวจสอบชนิดสายเดิม
- ตรวจสอบคุณภาพจุดต่อสาย
- ทดสอบสายที่ต้องใช้ทั้งหมด
- ตรวจสอบความเข้ากันได้ของพอร์ต
- สำรองข้อมูลการตั้งค่า
- จัดทำตารางหมายเลขภายใน
- กำหนดวันเปลี่ยนระบบ
- ทดสอบหลังติดตั้ง
- จัดทำผังสายใหม่
⑰ คำถามที่พบบ่อย FAQ
เปลี่ยนตู้ KX-TES824 ใหม่ต้องเดินสายใหม่ไหม
ไม่จำเป็น หากสายโทรศัพท์เดิมอยู่ในสภาพดีและรองรับโทรศัพท์กับพอร์ตของตู้ใหม่
สายโทรศัพท์เก่า 20 ปี ยังใช้ต่อได้ไหม
อาจใช้ได้ หากผ่านการตรวจสอบและไม่มีความเสียหาย อายุสายไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ใช้ตัดสิน
เปลี่ยนจาก KX-TES824 เป็น KX-TEM824 ต้องเปลี่ยนสายไหม
โดยทั่วไปมีโอกาสใช้สายเดิมได้ เพราะเป็นระบบในตระกูลเดียวกัน แต่ต้องตรวจสอบพอร์ตและชนิดโทรศัพท์ก่อน
เปลี่ยนจาก Analog PBX เป็น IP-PBX ใช้สายเดิมได้ไหม
อาจใช้สายเดิมได้สำหรับโทรศัพท์อนาล็อกที่เชื่อมต่อกับพอร์ต SLT แต่หากใช้ IP Phone ต้องตรวจสอบหรือจัดเตรียมระบบสาย LAN
ใช้สาย Cat5e เดิมกับ IP Phone ได้ไหม
ได้ในกรณีที่สายมีคุณภาพและติดตั้งตามมาตรฐานที่รองรับ Ethernet โดยควรทดสอบก่อนใช้งาน
เปลี่ยนตู้แล้วเบอร์ภายในจะเหมือนเดิมไหม
สามารถวางแผนให้คงหมายเลขเดิมได้ หากตู้ใหม่รองรับแผนเลขหมายดังกล่าว และมีการตั้งค่าให้ตรงตามความต้องการ
ใช้สายเดิมแล้วเสียงโทรศัพท์จะดีเหมือนเดิมไหม
ขึ้นอยู่กับคุณภาพสาย จุดต่อ อุปกรณ์ปลายทาง และระบบใหม่ จึงควรทดสอบเสียงจริงหลังติดตั้ง
จำเป็นต้องให้ช่างตรวจสอบสายหรือไม่
สำหรับงานเปลี่ยนตู้สาขาที่มีหลายพอร์ต ควรให้ช่างที่มีความรู้ตรวจสอบ เพื่อป้องกันการเข้าสายผิดประเภทและความเสียหายต่ออุปกรณ์
สรุป เปลี่ยนตู้ใหม่แล้วใช้สายโทรศัพท์เดิมได้ไหม
การเปลี่ยนตู้สาขาโทรศัพท์ใหม่สามารถใช้สายโทรศัพท์เดิมได้ในหลายกรณี โดยไม่จำเป็นต้องเดินสายใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะการเปลี่ยนจาก Analog PBX ไปเป็น Analog PBX หรือ Hybrid PBX ที่รองรับโทรศัพท์เดิม
แต่ต้องตรวจสอบสายโทรศัพท์ จุดต่อ แผง MDF ชนิดโทรศัพท์ และพอร์ตของตู้ใหม่ให้ถูกต้องก่อนเชื่อมต่อ
หากเปลี่ยนเป็น IP-PBX และใช้ IP Phone จำเป็นต้องตรวจสอบระบบสาย LAN เพิ่มเติม เพราะสายโทรศัพท์อนาล็อกเดิมอาจไม่รองรับการสื่อสารผ่าน Ethernet
สำหรับสำนักงานที่ใช้งาน KX-TES824 และต้องการเปลี่ยนตู้ใหม่ การตรวจสอบสายเดิมก่อนจะช่วยให้ประเมินค่าใช้จ่ายได้แม่นยำและหลีกเลี่ยงการเดินสายใหม่โดยไม่จำเป็น
หากต้องการเปลี่ยนตู้สาขา Panasonic ตรวจสอบสายโทรศัพท์เดิม ซ่อมระบบภายในสำนักงาน หรือปรับปรุงระบบเป็น IP-PBX สามารถปรึกษาทีมงาน comsiam เพื่อช่วยตรวจสอบระบบและวางแผนการติดตั้งให้เหมาะกับการใช้งานจริงได้







