ComSiam Service

รับสไปซ์ไฟเบอร์ออฟติก Fiber Optic เชื่อมต่อสาย ซ่อมสายขาด และเข้าหัวไฟเบอร์
รับสไปซ์ไฟเบอร์ออฟติก (Fiber Optic) สำหรับงานเชื่อมต่อสายใหม่ ซ่อมสายไฟเบอร์ขาด และต่อสายเข้ากับ Pigtail ภายในกล่องพักสายหรือตู้กระจายสาย เหมาะสำหรับระบบเครือข่ายสำนักงาน โรงงาน อาคาร ระบบกล้องวงจรปิด และงานเชื่อมต่อระหว่างจุดที่ต้องใช้สายใยแก้วนำแสง
การประเมินงานเริ่มจากชนิดสาย จำนวนคอร์ จำนวนจุดเชื่อม และสภาพหน้างาน พร้อมกำหนดวิธีตรวจสอบหลังทำงานให้เหมาะกับระบบ เพื่อให้ทราบทั้งขอบเขตบริการ ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขส่งมอบก่อนเริ่มดำเนินการ
① บริการรับสไปซ์ไฟเบอร์ออฟติก มีงานอะไรบ้าง
งานสไปซ์ไฟเบอร์ไม่ได้มีเฉพาะการต่อสายที่ขาด แต่รวมถึงการเตรียมปลายสายสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ และการปรับปรุงจุดเชื่อมต่อเดิมให้เหมาะกับการใช้งาน
เชื่อมต่อสายไฟเบอร์ออฟติกที่เดินใหม่
สำหรับงานที่เดินสายไฟเบอร์ไว้แล้วและต้องการเชื่อมต่อปลายสาย เช่น สายระหว่างอาคาร สาย Backbone ภายในสำนักงาน หรือสายจากห้องควบคุมไปยังตู้เครือข่ายปลายทาง
ก่อนทำงานต้องตรวจสอบชนิดสายและจัดทำแผนจับคู่คอร์ เพื่อให้ต้นทางกับปลายทางตรงกันและสะดวกต่อการตรวจสอบภายหลัง
ซ่อมสายไฟเบอร์ขาดหรือชำรุด

เหมาะสำหรับสายที่ถูกตัด ถูกดึง หรือได้รับความเสียหายจากงานก่อสร้าง โดยต้องตรวจสอบว่าความเสียหายเกิดเฉพาะจุดหรือกระทบสายเป็นช่วงยาว
หากสายเหลือความยาวไม่พอสำหรับเชื่อมต่อ อาจต้องเพิ่มสายทดแทนและติดตั้งกล่องป้องกันรอยต่อ ทำให้จำนวนจุดสไปซ์และค่าใช้จ่ายต่างจากการต่อสายขาดเพียงจุดเดียว
สไปซ์สายเข้ากับ Pigtail

เป็นการเชื่อมเส้นใยแก้วจากสายหลักเข้ากับสาย Pigtail ซึ่งมีหัวต่อสำเร็จรูปอยู่ด้านหนึ่ง เพื่อจัดวางใน Fiber Optic Patch Panel, ODF หรือกล่องกระจายสาย
ชนิดหัวต่อ เช่น SC หรือ LC และรูปแบบหน้าสัมผัส UPC หรือ APC ต้องเลือกให้ตรงกับอุปกรณ์และระบบเดิม
จัดระเบียบจุดต่อสายเดิม
สำหรับกล่องพักสายที่เส้นใยพันกัน ไม่มีป้ายระบุคอร์ หรือจัดเก็บรอยต่อไม่เหมาะสม สามารถประเมินงานจัดระเบียบ เปลี่ยนอุปกรณ์ที่ชำรุด และปรับปรุงการระบุสายให้ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น
② สไปซ์ไฟเบอร์ออฟติก คืออะไร

การสไปซ์ไฟเบอร์ออฟติก คือการต่อเส้นใยแก้วนำแสงสองเส้นเข้าด้วยกัน เพื่อให้สัญญาณแสงเดินทางผ่านจุดต่อได้
วิธีที่ใช้ในงานเชื่อมสายจำนวนมากคือ Fusion Splicing ซึ่งใช้เครื่องเชื่อมไฟเบอร์จัดแนวเส้นใยและหลอมปลายเส้นใยเข้าด้วยกันด้วยอาร์กไฟฟ้า หลังเชื่อมจะป้องกันรอยต่อด้วยปลอกและจัดเก็บไว้ในถาดพักสาย
คุณภาพของงานขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความสะอาด การตัดปลายเส้นใย การเลือกโปรแกรมเครื่องเชื่อม และการจัดเก็บสายหลังเชื่อม จึงต้องพิจารณาทั้งรอยต่อและผลตรวจสอบระบบร่วมกัน
③ สไปซ์ไฟเบอร์กับเข้าหัวไฟเบอร์ ต่างกันอย่างไร
คำว่า “เข้าหัวไฟเบอร์” มักใช้เรียกรวม ๆ แต่ขอบเขตงานอาจต่างกัน จึงควรระบุวิธีที่ต้องการให้ชัดเจนก่อนขอราคา
| ลักษณะงาน | รายละเอียด | ตัวอย่างการใช้งาน |
|---|---|---|
| สไปซ์สายกับสาย | เชื่อมเส้นใยจากสายสองช่วงเข้าด้วยกัน | ซ่อมสายขาดหรือต่อสายเพิ่ม |
| สไปซ์สายกับ Pigtail | เชื่อมสายหลักกับสายที่มีหัวต่อสำเร็จรูป | งานปลายสายใน ODF หรือ Patch Panel |
| ติดตั้งหัวต่อภาคสนาม | ใช้หัวต่อที่ออกแบบให้ประกอบกับสายหน้างาน | งานที่เลือกใช้หัวต่อชนิดดังกล่าว |
หากต้องการต่อสายเข้าตู้แร็ก ควรแจ้งว่าเป็นงาน สไปซ์เข้ากับ Pigtail พร้อมจัดลง Patch Panel เพื่อให้ประเมินอุปกรณ์และจำนวนจุดเชื่อมได้ครบถ้วน
④ งานแบบไหนควรใช้บริการสไปซ์ไฟเบอร์
บริการนี้เหมาะกับงานต่อไปนี้
- เดินสายไฟเบอร์ใหม่แล้ว แต่ยังไม่ได้เชื่อมต่อปลายสาย
- สายระหว่างอาคารขาดและต้องการซ่อมจุดเสียหาย
- เพิ่มจุดเชื่อมต่อสำหรับระบบเครือข่ายหรือกล้องวงจรปิด
- ย้ายตู้แร็ก ตู้ ODF หรือกล่องกระจายสาย
- เปลี่ยน Pigtail หรือแก้ไขรอยต่อที่ตรวจพบปัญหา
- จัดระเบียบสายและระบุหมายเลขคอร์ก่อนส่งมอบระบบ
อย่างไรก็ตาม อาการอินเทอร์เน็ตหลุด กล้องดับ หรือเครือข่ายช้า ไม่ได้ยืนยันว่ารอยสไปซ์เสียเสมอไป อาจเกิดจากหัวต่อสกปรก สาย Patch Cord อุปกรณ์รับส่งแสง หรือการตั้งค่าระบบ จึงควรตรวจหาสาเหตุก่อนตัดสินใจเชื่อมสายใหม่
⑤ สาย Single Mode และ Multimode ต้องตรวจสอบก่อนทำงาน
ก่อนสไปซ์ต้องทราบชนิดเส้นใย เพราะ Single Mode และ Multimode ไม่ควรนำมาต่อใช้งานแทนกันโดยไม่มีการออกแบบรองรับ
งานสาย Single Mode
ต้องตรวจสอบชนิดเส้นใย อุปกรณ์รับส่งแสง และรายละเอียดของสายเดิม เพื่อเลือกสายหรือ Pigtail ให้เหมาะกับระบบ
งานสาย Multimode
ต้องตรวจสอบประเภทของสาย เช่น OM1, OM2, OM3, OM4 หรือ OM5 รวมถึงความเข้ากันได้กับอุปกรณ์และสายส่วนอื่นในเส้นทาง
หากไม่ทราบชนิดสาย สามารถเตรียมภาพข้อความบนเปลือกสาย ฉลากอุปกรณ์ และหัวต่อเดิมเพื่อประกอบการประเมิน ไม่ควรตัดสินจากสีของสายเพียงอย่างเดียว
⑥ ขั้นตอนการรับสไปซ์ไฟเบอร์ออฟติก
1. รับรายละเอียดและประเมินขอบเขตงาน
ตรวจสอบสถานที่ ชนิดสาย จำนวนคอร์ จำนวนปลายสาย และลักษณะงานว่าเป็นการติดตั้งใหม่หรือซ่อมระบบเดิม พร้อมสอบถามเงื่อนไขเข้าพื้นที่และช่วงเวลาที่สามารถหยุดระบบได้
2. ตรวจสอบสายและวางแผนจับคู่คอร์
ตรวจสอบสายที่หน้างาน ระบุคอร์ที่จะทำงาน และยืนยันเส้นทางต้นทางกับปลายทาง โดยเฉพาะระบบที่มีวงจรใช้งานอยู่แล้ว
3. เตรียมปลายเส้นใย
ปอกสายและชั้นเคลือบตามวิธีที่เหมาะสม ทำความสะอาดเส้นใย และตัดปลายด้วยเครื่องตัดไฟเบอร์ เพื่อเตรียมสำหรับการเชื่อม
4. เชื่อมด้วยเครื่อง Fusion Splicer
ตั้งค่าเครื่องให้เหมาะกับเส้นใย ตรวจสอบสภาพปลายสาย และดำเนินการเชื่อม หากพบความผิดปกติต้องตรวจสอบและแก้ไขก่อนจัดเก็บรอยต่อ
5. ป้องกันรอยต่อและจัดเก็บสาย
ติดตั้งปลอกป้องกันรอยต่อ วางในถาดพักสาย และจัดสายโดยไม่ดึงตึงหรือโค้งเกินข้อกำหนดของผู้ผลิต
6. ตรวจสอบและส่งมอบ
ตรวจสอบการจับคู่คอร์และทดสอบตามขอบเขตที่ตกลง พร้อมระบุหมายเลขสายและบันทึกผลที่จำเป็นสำหรับการดูแลระบบต่อไป
⑦ หลังสไปซ์ไฟเบอร์ ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง
ค่าที่เครื่องสไปซ์แสดงเป็นค่าประเมินของรอยต่อ ไม่ควรใช้แทนผลทดสอบเส้นทางทั้งหมด การตรวจรับควรกำหนดให้ชัดว่าต้องการตรวจสอบอะไรและใช้เครื่องมือชนิดใด
ตรวจสอบการจับคู่คอร์
ยืนยันว่าคอร์ต้นทางตรงกับคอร์ปลายทาง และการเชื่อมต่อสอดคล้องกับแผนที่กำหนด
ตรวจวัดการสูญเสียแสงของเส้นทาง
การใช้แหล่งกำเนิดแสงร่วมกับ Optical Power Meter หรือชุด OLTS ช่วยตรวจวัดการสูญเสียแสงระหว่างต้นทางกับปลายทาง โดยต้องกำหนดวิธีอ้างอิงและความยาวคลื่นให้เหมาะสม
ตรวจสอบตำแหน่งเหตุการณ์ด้วย OTDR
OTDR ช่วยวิเคราะห์ตำแหน่งรอยต่อ จุดสะท้อน และเหตุการณ์ที่อาจบ่งชี้ความผิดปกติตามแนวสาย เหมาะกับงานตรวจสอบเส้นทางและค้นหาจุดเสียหาย
การวัดการสูญเสียรวมกับการตรวจด้วย OTDR มีหน้าที่ต่างกัน จึงควรเลือกตามเงื่อนไขของงาน และระบุในใบเสนอราคาว่ารวมการทดสอบแบบใดบ้าง
⑧ รับสไปซ์ไฟเบอร์ออฟติก ราคาเท่าไร
ราคางานสไปซ์ไฟเบอร์ต้องประเมินจากรายละเอียดจริง เพราะจำนวนคอร์เท่ากันอาจมีปริมาณงานและอุปกรณ์ต่างกัน
ปัจจัยหลักที่มีผลต่อราคา ได้แก่
- จำนวนรอยสไปซ์: นับตามจุดเชื่อมจริง ไม่ใช่ดูเฉพาะจำนวนคอร์ของสาย
- จำนวนปลายสาย: ทำปลายเดียวหรือทั้งสองปลาย
- อุปกรณ์ประกอบ: Pigtail, Adapter, Patch Panel, กล่องพักสาย และสายทดแทน
- สภาพหน้างาน: งานในตู้แร็ก บ่อพัก ที่สูง หรือพื้นที่เข้าถึงยาก
- การตรวจทดสอบ: ตรวจการเชื่อมต่อ วัดการสูญเสียแสง หรือจัดทำรายงาน OTDR
- เวลาและการเดินทาง: งานตามนัด งานนอกเวลา และระยะทางเข้าพื้นที่
ตัวอย่างเช่น สาย 12 คอร์ที่สไปซ์เข้ากับ Pigtail ครบทั้งสองปลาย จะมี 24 รอยสไปซ์ หากไม่มีจุดต่อเพิ่มเติม จึงควรแจ้งจำนวนปลายสายพร้อมจำนวนคอร์ทุกครั้งที่ขอราคา
ใบเสนอราคาควรแยกค่าแรง อุปกรณ์ การทดสอบ และค่าใช้จ่ายเข้าพื้นที่ให้ชัด เพื่อเปรียบเทียบขอบเขตบริการได้ตรงกัน
⑨ ก่อนขอใบเสนอราคา ต้องเตรียมข้อมูลอะไร
เพื่อให้ประเมินได้รวดเร็ว ควรส่งรายละเอียดดังนี้
- สถานที่หน้างาน: จังหวัด อำเภอ และเงื่อนไขเข้าพื้นที่
- ประเภทงาน: ติดตั้งใหม่ ซ่อมสายขาด ต่อเพิ่ม หรือย้ายจุดต่อ
- ชนิดสาย: Single Mode หรือ Multimode หากทราบ
- จำนวนคอร์ที่ต้องทำ: ระบุจำนวนคอร์ที่จะเชื่อมจริง
- จำนวนจุดและปลายสาย: พร้อมภาพกล่องพักสายหรือตู้แร็ก
- ชนิดหัวต่อ: เช่น SC/UPC, SC/APC หรือ LC/UPC
- อุปกรณ์ที่มีอยู่: สาย Pigtail, Patch Panel หรือกล่องพักสาย
- การทดสอบที่ต้องการ: รวมถึงรูปแบบรายงานส่งมอบ
- วันและเวลาทำงาน: พร้อมช่วงเวลาที่อนุญาตให้หยุดระบบ
หากสายขาด ควรถ่ายภาพทั้งจุดเสียหายและบริเวณโดยรอบ เพื่อดูว่าสามารถเชื่อมต่อได้ทันทีหรือต้องเพิ่มสายและกล่องป้องกันรอยต่อ
⑩ ซ่อมสายไฟเบอร์ขาด ต้องเปลี่ยนสายใหม่ทั้งเส้นไหม
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งเส้นทุกกรณี หากเสียหายเฉพาะจุด สายส่วนอื่นยังอยู่ในสภาพดี และมีความยาวเพียงพอ อาจซ่อมด้วยการสไปซ์และป้องกันรอยต่อได้
แต่หากสายถูกบดทับเป็นช่วงยาว เสียหายหลายจุด หรือมีความยาวไม่พอ อาจต้องเปลี่ยนสายบางช่วงหรือเดินสายใหม่ การตัดสินใจควรอาศัยการตรวจสอบสภาพสายและผลทดสอบร่วมกัน
สำหรับระบบที่กำลังใช้งาน ต้องวางแผนหยุดบริการก่อนทำงาน เพราะการเปิดสายและเชื่อมคอร์อาจกระทบวงจรที่เกี่ยวข้อง
⑪ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบริการสไปซ์ไฟเบอร์
สไปซ์ไฟเบอร์ใช้เวลานานไหม
ขึ้นอยู่กับจำนวนคอร์ การเตรียมสาย สภาพกล่องพักสาย และวิธีทดสอบ งานที่เตรียมปลายสายไว้พร้อมจะใช้เวลาต่างจากงานค้นหาจุดขาดและซ่อมกลางเส้นทาง
สายมีหลายคอร์ ต้องสไปซ์ทุกคอร์หรือไม่
สามารถกำหนดคอร์ที่จะใช้งานได้ แต่หากต้องการสำรองสำหรับขยายระบบ ควรพิจารณาเตรียมคอร์สำรองและจัดทำป้ายระบุให้ครบตามแผนงาน
สไปซ์แล้วอินเทอร์เน็ตจะเร็วขึ้นไหม
การสไปซ์ช่วยเชื่อมต่อหรือแก้ไขรอยต่อที่มีปัญหา แต่ไม่ได้เพิ่มความเร็วแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตหรือความสามารถของอุปกรณ์ ความเร็วจริงยังขึ้นอยู่กับระบบโดยรวม
ขอผลทดสอบหลังทำงานได้ไหม
ควรกำหนดรายการทดสอบและรูปแบบรายงานก่อนเริ่มงาน เช่น ผลวัดการสูญเสียแสง หมายเลขคอร์ และไฟล์ OTDR เพื่อให้รวมอยู่ในขอบเขตและค่าใช้จ่ายที่ตกลง
งานภายนอกอาคารต้องมีกล่องป้องกันรอยต่อไหม
ต้องเลือกอุปกรณ์ป้องกันรอยต่อให้เหมาะกับสภาพติดตั้ง รวมถึงความชื้น น้ำ ฝุ่น และแรงดึง ไม่ควรปล่อยรอยต่อหรือใช้เทปพันสายเป็นการป้องกันถาวร
⑫ ขอประเมินงานรับสไปซ์ไฟเบอร์ออฟติก
ต้องการสไปซ์สายใหม่ ซ่อมสายไฟเบอร์ขาด หรือเชื่อม Pigtail เข้าตู้กระจายสาย สามารถส่งภาพหน้างานพร้อมรายละเอียดเพื่อขอประเมินราคาได้
ข้อมูลสำคัญคือ สถานที่ จำนวนคอร์ จำนวนปลายสาย และลักษณะงาน หากมีแบบระบบหรือผลทดสอบเดิม ควรส่งมาประกอบด้วย เพื่อกำหนดวิธีทำงาน อุปกรณ์ และการตรวจรับได้เหมาะกับการใช้งานจริง



